สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบรรยากาศการเมืองโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างรัฐบาลอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมบุกสังหารชาวยิวและชาวต่างชาติ ในภาคใต้ของอิสราเอล ทำให้กองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยการยิงถล่มฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ จนทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. รัฐบาลสหรัฐฯดำเนินการยื่นร่างมติต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) ว่าด้วยจุดยืนในการคลี่คลายสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจากเอกสารที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้รับพบว่า มีรายละเอียดเรียกร้องให้เคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการให้ความคุ้มครองพลเรือน และการยอมรับความพยายามของรัฐบาลกาตาร์และประเทศอื่นๆที่ประสบความสำเร็จในการทำให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอเมริกัน 2 คน เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาร่างมติของสหรัฐฯยังเรียกร้องให้กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ปล่อยตัวประกันคนอื่นๆ พร้อมประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาส และสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง แต่มิได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงแต่อย่างใด ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. รัฐบาลบราซิลได้มีการเสนอร่างมติต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ซึ่งมีรายละเอียดประณามความรุนแรงในทุกรูปแบบ การปล่อยตัวประกัน และการให้ความคุ้มครองสถานพยาบาล จนได้รับการสนับสนุนจาก 12 ประเทศ แต่สหรัฐฯใช้สิทธิวีโต้คัดค้าน ขณะที่รัสเซียและอังกฤษโหวตงดออกเสียงขณะเดียวกัน นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ถูกตั้งคำถามถึงทิศทางของรัฐบาลสหรัฐฯอีกครั้ง หลังกล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลประสบความสำเร็จในการเกลี้ยกล่อมให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ช่วยเหลือยูเครน มีการทำข้อตกลงเรื่องท่าเรือและรางรถไฟกับยุโรป อินเดีย และซาอุดีอาระเบีย มองว่าหากเรามีความกล้าและความมั่นใจแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะรวมโลกให้เป็นเอกภาพอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วง 50 ปีหลังสงครามใหญ่ถือว่าเราอยู่ในจุดที่ดีมาตลอด แต่ตอนนี้ช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นเริ่มหมดแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องมีระเบียบโลกใหม่.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่