อธิบดีกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการราชสีห์ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษบุกทลายผับเถื่อน “MEM PUB” สถานบันเทิงดังย่านหทัยราษฎร์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เปิดเย้ยกฎหมายยัน 6 โมงเช้า ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาต พบนักท่องราตรีกว่า 300 คน ดื่มกินเต้นรำมั่วยากันเมามัน ตรวจเจอฉี่สีม่วง 137 คน ผงะยาเสพติดถูกทิ้งเกลื่อนพื้น กว่า 90 ซอง การ์ดพกปืนแบลงก์กัน คุมตัวเจ้าของ และผู้ดูแลร้านดำเนินคดี 5 ข้อหาหนัก พร้อมชงผู้ว่าฯ สั่งปิดสถานที่ 5 ปี แฉผับฉาวสารพัดเรื่องทั้งยิงกันตาย ในร้าน ปล่อยเด็กเข้าไปกินเหล้าเมาขับรถตกทางด่วนตาย ปล่อยนักเที่ยวเสพยากันโจ๋งครึ่มแถมยังมีขายในร้าน ผวจ.สั่งขยายผลที่มาของยาเสพติดและปืนกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการบุกทลายผับเถื่อนรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 22 ต.ค. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการราชสีห์ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สมาชิกกองอาสา รักษาดินแดน ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 นำโดยว่าที่ ร.ต.อากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 บูรณาการเข้าจับกุมสถานบันเทิงละเมิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตสถานบริการ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา และปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติดภายในสถานประกอบการเจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมจู่โจมเข้าตรวจค้น สถานบันเทิง “MEM Exclusive Club” หรือ MEM PUB ถนนหทัยราษฎร์ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ภายในผับเป็นห้องทึบเปิดเพลงเสียงดัง สนั่น แสงไฟเลเซอร์วิบวับท่ามกลางนักท่องราตรีทั้งชายหญิงกว่า 300 คน นั่งดื่มกินเหล้าเบียร์และลุกขึ้นเต้นตามจังหวะเสียงเพลงอย่างเมามัน ทั้งยังสูบบุหรี่พ่นควันโขมงเต็มร้าน เจ้าหน้าที่สั่งให้ปิดเพลง และเปิดไฟ สร้างความแตกตื่นตกใจให้บรรดานักเที่ยว จนเกิดความโกลาหล หลายคนโยนยาเสพติดทิ้งและ พยายามหลบหนีออกจากร้าน แต่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมประตูไว้ทุกด้านแล้ว พร้อมคว้าไมค์ประกาศให้ทุกคน อยู่ในความสงบตรวจสอบเบื้องต้นนักเที่ยวในร้านทั้งหมดกว่า 300 คน พบผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 5 คน ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน 21 คน พบซองใส่ยาเสพติดตกกระจายเกลื่อนพื้นกว่า 90 ซอง มียาเสพติดสารพัดชนิดทั้งยาไอซ์ ยาอี เคตามีน และแฮปปี้วอเตอร์ นำตัวนักเที่ยวทั้งหมดตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายพบมีฉี่สีม่วง 137 คน และการ์ด ร้านพกแบลงก์กันดัดแปลง 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน .380 จำนวน 4 นัด จับกุมตัวเจ้าของร้าน ผู้ดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานความผิด ดังนี้ 1.ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.โดยเปิดสถานบริการภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งปิด 5 ปี 2.เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 4.ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย และ 5.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร ส่วนนักเที่ยวที่ปัสสาวะสีม่วง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำเข้ากระบวนการตามกฎหมายต่อไปนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ว่า มีสถานบริการปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้ บริการ ปล่อยให้เสพและจำหน่ายยาเสพติดในร้าน การ์ดของร้านพกปืนอ้างอิทธิพลคนในพื้นที่ ทั้งยัง ปล่อยนักเที่ยวบางคนพกปืนเข้าไปในร้าน เปิดเกินเวลา ที่กฎหมายกำหนดให้บริการถึง 6 โมงเช้า เคยมีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปเที่ยวแล้วเมาขับรถตก ทางด่วนเสียชีวิต และมีข่าวยิงกันตายภายในร้าน แต่ร้านยังคงได้เปิดตามปกติ จึงนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษบุกเข้าตรวจสอบจับกุม สถานบันเทิงแห่งนี้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ทั้งไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการถือเป็นสถานบริการเถื่อน ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้ขายและเสพยาเสพติดในร้าน สั่งการให้ นอภ.ลำลูกกา รายงาน เสนอให้ ผวจ.ปทุมธานี มีคำสั่งปิดสถานที่ 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ต่อไปอธิบดีกรมการปกครองกล่าวด้วยว่า การจับกุม ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในการจัดระเบียบสังคม แก้ไขปัญหายาเสพติด และปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อสร้างสังคม ให้สงบสุข ปลอดอบายมุข ปลอดยาเสพติด ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ทั้งยังตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติด หากประชาชนมีเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายหรือได้รับความเดือดร้อนให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ปลัดอำเภอ หรือนายอำเภอท้องที่ หากไม่ได้รับการแก้ไขให้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย สายด่วน 1567นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเข้าจับกุมส่งสายเข้าตรวจสอบในผับพบว่า มีการเสพยากันอย่างโจ๋งครึ่ม แรกๆจะเสพกันในห้องน้ำพอดึกมากก็เสพกันที่โต๊ะเลย ยาเสพติดที่ยึดได้มีจำนวนมากทั้งยาไอซ์ เคตามีน โดยเฉพาะแฮปปี้วอเตอร์ ป.ป.ส.ระบุว่าเป็นยาเสพติดที่อันตรายมากเพราะมีตัวยาเสพติดหลายชนิดผสมอยู่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายภาสกร บุญญลักษม์ ผวจ.ปทุมธานี นายสมชาย ตรีนาวง นอภ.ลำลูกกา พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ รอง ผบก. รรท.ผบก.ภ. จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.วงกต สุวรรณวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต ไปตรวจสอบผับที่เกิดเหตุก่อนร่วมประชุมที่ที่ว่าการอำเภอลำลูกกา นายภาสกรกล่าวว่า มาติดตามความ คืบหน้าหลังจากชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองบุกทลาย ผับดังกล่าว สั่งการให้ขยายผลที่มาของยาเสพติดและ ปืนแบลงก์กันดัดแปลงที่ยึดมาได้จากการ์ดของร้าน สั่งการให้อำเภอและตำรวจแยกกันทำคดี เกี่ยวกับการเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ปล่อยปะ ละเลยให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการ และคดีอาวุธปืน นอกจากนี้ทางอำเภอต้องรวบรวมหลักฐานส่งมาที่จังหวัดเพื่อให้พิจารณาสั่งปิดสถานที่เป็นเวลา 5 ปี ส่วนการขยายผลเรื่องยาเสพติดมอบหมายให้รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 1 สอบสวนถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด มีบรรจุภัณฑ์ใกล้เคียงกัน อาจมีจำหน่ายในสถานบริการแห่งนี้ด้วย ส่วนปืนแบลงก์กันก็ให้ตำรวจเร่งสืบสวนหาแหล่งผลิตและขยายผลอย่างเร่งด่วนผวจ.ปทุมธานี เผยด้วยว่า สถานบริการแห่งนี้ เปิดมาได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านี้ตำรวจและฝ่ายปกครองได้สำรวจตรวจตราอยู่แล้วก็เป็นไปตามปกติ ตามกฎหมายแล้วสถานบริการแห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาต สามารถเปิดได้แค่เที่ยงคืนเท่านั้น ทางจังหวัด ปทุมธานีได้จัดโซนนิ่งเพื่อให้เป็นระเบียบด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปฏิบัติการบุกทลายผับเถื่อนครั้งนี้ว่า เป็นไปตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการเข้ามาจัดระเบียบสังคม เพื่อความปลอดภัยผาสุกของพี่น้องประชาชน ขอบคุณความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นการร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ระหว่างการจับกุม มีการอ้างเรื่องได้รับการคุ้มครองโดยผู้มีอิทธิพลด้วย แต่จะบอกว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือกัน ทำภารกิจนี้ แสดงออกว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำความผิด ลอยนวลอีกต่อไป ทั้งยังสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย ที่หวังสร้างสังคมที่มั่นคง สงบสุข และปลอดภัยนิด้าโพลเผยผลสำรวจเรื่อง “นโยบายปิดผับตี 4 มาอีกแล้ว!” สำรวจวันที่ 17-19 ต.ค.66 จากประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 ตัวอย่าง เมื่อถามถึงแนวคิดที่จะขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจากเวลา 02.00 น. ออกไปเป็นเวลา 04.00 น. ภาพรวมพบว่า ร้อยละ 41.76 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิงเวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว เพราะเป็น เวลาที่ไม่ดึกมากเกินไป ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิงเวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ ให้ประเทศ ร้อยละ 17.56 ระบุควรปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น.เหมือนกันทั่วประเทศ เพราะควรเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นการเพิ่มช่วงเวลาในการหารายได้ให้กับผู้ประกอบการและกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ควรปิดก่อนเวลา 02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้วอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่