หนุ่มหลอนยาคลั่งปรี่กะซวกน้องชายจุฬาราชมนตรีร่างพรุนดับสลด ขณะนั่งกินข้าวแกงอยู่ข้างทางในชุมชน หลังก่อเหตุมือมีดจี้บังคับวิน จยย.รับจ้างขี่พาหนี แต่ไม่รอดถูกตำรวจตามลากคอทันควัน ยังไม่หายเมาพูดจาเพ้อเจ้อ อ้างถูกก่อกวนจนไม่ได้หลับนอน ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือเกี่ยวข้องกัน แค่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น เช็กประวัติมือมีดติดยา บ้างอมแงมจนประสาทหลอนหวาดระแวงไปทั่ว เคยคลั่งอาละวาดไล่ทำร้ายคนอื่นมาแล้ว ชาวบ้านสุดสะเทือนใจผู้ตายอายุมากแล้วต้องมาสังเวยชีวิตให้คนเมายาลงมือทีเผลอไม่มีโอกาสต่อสู้หรือหนีเอาตัวรอดเหตุสลดใจ น้องชายจุฬาราชมนตรีถูกหนุ่มหลอนยาคลั่งฆ่าโหดเปิดเผยเมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 21 ต.ค. ร.ต.อ.เกียรติ พีรฉัตรปกรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.สิงหนคร จ.สงขลา รับแจ้งเหตุคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บในชุมชนหัวเขา หมู่ 4 ต.หัวเขา อ.สิงนคร รายงานให้ พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จ.สงขลา พ.ต.ท.เหนือฟ้า มุสิเกตุ รอง ผกก.ป.รรท.ผกก.สภ.สิงหนคร พ.ต.ท.ครรชิต นครามนตรี รอง ผกก. (สอบสวน) นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นรถเข็นขายข้าวแกงริมซอย 4 ถนนชายเขา ตรงข้ามชุมชนหัวเขา มีโต๊ะเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งกิน พบกลุ่มชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายสูงอายุอยู่ในสภาพเลือดอาบร่าง ทราบชื่อนายเล๊าะ พิทักษ์คุมพล อายุ 71 ปี น้องชายแท้ๆของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 4 ต.หัวเขา มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ลำคอและลำตัวพรุนนับ 10 แผล รีบช่วยเหลือนำส่ง รพ.สงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนมือมีดที่ก่อเหตุคือนายร่อหีม คงคาลิหมีน อายุ 42 ปี คนในหมู่บ้านเดียวกัน ใช้มีดจี้บังคับให้คนขี่รถ จยย.รับจ้างบริเวณที่เกิดเหตุพาหลบหนีไปสอบถามแม่ค้าขายข้าวแกงเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเล๊าะ ผู้ตายมาซื้อข้าวแกงและนั่งกินอยู่ที่โต๊ะข้างรถเข็น ขณะนั้นมีลูกค้าคนอื่นๆมายืนซื้อข้าวแกงอยู่ 3-4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ส่วนนายร่อหีม มือมีดเดินมาถามหาซื้อมะพร้าวที่ร้านข้างๆแล้วเดินออกมาปรี่เข้าไปหาผู้ตายที่นั่งกินข้าวอยู่ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 50 ซม.ที่พกติดตัวออกมากระหน่ำแทงผู้ตายไม่ยั้งมือจนร่วงตกจากเก้าอี้ไปนั่งกองกับพื้น ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ หลังก่อเหตุนายร่อหีมถือมีดเดินไปจี้บังคับคนขี่รถ จยย.รับจ้างให้พาหลบหนีไป ก่อนที่ชาวบ้านจะเข้าไปช่วยพาผู้ตายส่งโรงพยาบาล สุดท้ายแพทย์ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ตำรวจตามตัวคนขี่รถ จยย.รับจ้างที่ถูกนายร่อหีมจี้บังคับพาหลบหนีมาสอบถามทราบว่า ตอนแรกนายร่อหีมถือมีดเข้ามาจี้จะชิงรถ จยย. แต่ตนไม่ยอมให้ นายร่อหีมเงื้อมีดทำท่าจะฟันตนเลยต้องยอมขี่รถพาไปส่ง ระหว่างทางไม่ได้พูดคุยอะไรกัน พาไปส่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตรก็ลงจากรถเดินหนีไป ต่อมาชุดสืบสวน สภ.สิงหนคร ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.สงขลา กระจายกำลังลงพื้นที่ติดตามไล่ล่าจนสามารถจับกุมตัวนายร่อหีมได้ทันควัน ขณะยังคงเดินวนเวียนอยู่ในพื้นที่บ้านหัวเขา พร้อมมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุ ควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.สิงหนคร เจ้าตัวยังพูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง ตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วงมีสารเสพติดในร่างกายสอบถามนายร่อหีมถึงสาเหตุที่แทงผู้ตายได้รับคำตอบที่วกไปวนมาพูดจาไม่ได้ศัพท์จับต้นชนปลายไม่ถูกคล้ายคนขาดสติ เจ้าตัวมีดวงตาแข็งกร้าวท่าทีหวาดระแวงอ้างว่า สาเหตุมาจากหลายเรื่องทั้งเรื่องเงินมรดก เรื่องบ้าน และเรื่องงานที่ไปสมัครงานแล้วนายจ้างไม่รับเพราะผู้ตายส่งคนไปกวน ถูกก่อกวนทุกวันไม่ได้หลับนอน แม้แต่เวลาละหมาดหรือเวลาอ่านคัมภีร์อัลกุรอานก็จะให้คนไปกวน และยังอ้างว่าเป็นญาติกับผู้ตายด้วยอย่างไรก็ตาม ตำรวจสอบสวนพยานแวดล้อมและญาติๆของผู้ตายทราบว่า นายร่อหีม ผู้ก่อเหตุ กับนายเล๊าะ ผู้ตายไม่ได้เป็นญาติพี่น้องหรือเกี่ยวข้องอะไรกัน เพียงแค่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้นและไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันตามที่นายร่อหีมกล่าวอ้าง แต่สาเหตุน่าจะมาจากอาการหลอนยาเสพติด เนื่องจากนายร่อหีมติดยาบ้างอมแงม มีประวัติเคยคลุ้มคลั่งอาละวาดไล่ทำร้ายชาวบ้านมาแล้ว มักจะเสพยาจนประสาทหลอนหวาดระแวงคนอื่นไปทั่ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจให้ญาติพี่น้องและชาวบ้านเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้ขึ้นในหมู่บ้าน โดยเฉพาะผู้ตายถูกลอบทำร้ายทีเผลอไม่มีโอกาสต่อสู้หรือหนีเอาชีวิตรอด เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุและยังป่วยโรคประจำตัว ต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือคนเมายาทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่