ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ปลายฝนต้นหนาว บอกให้รู้ว่าวันเวลาได้เวียนผ่านไปอีก รอบหนึ่งด้วยความรวดเร็วอีกไม่นานก็จะก้าวข้ามไปสู่ปี 2567 เป็นปีที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังกันว่าประเทศไทยจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นเมื่อ “ราหู” ย้ายราศีอันเป็นเครื่องหมาย แห่งความสร้างสรรค์แต่ในวงจรแห่งความจริงที่แต่ก่อนเมื่อย่างเข้าฤดูหนาวทุกคนต่างลิงโลดใจ เพราะได้สัมผัสอากาศที่นำมาซึ่งความสุข สดชื่นทว่าเมื่อภาวะโลกที่ความเจริญได้โลดเข้ามาก็ทิ้งความสกปรกคืนให้มนุษย์ไปพร้อมๆกัน นั่นคือฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจเป็นเรื่องที่รัฐบาลในยุคสมัยใหม่นี้ ต้องถือเป็นภารกิจในการแก้ไขเยียวยาด้วยการสร้างแนวป้องกันทั้งระบบเริ่มตั้งแต่วันนี้...พรุ่งนี้ได้เลย...นั่นเป็นเรื่องของวิถีธรรมชาติที่เริ่มเข้ามาอยู่คู่โลกแล้วเห็นนักการเมืองตีฆ้องร้องป่าวกันตอนหาเสียง เมื่อเข้าสู่สถานการณ์จริงก็จงรีบปฏิบัติให้เกิดผลเพื่อจะได้มีชีวิตยาวนานขึ้น“ก้าวไกล” เริ่มปฏิบัติการเพราะส่งเสียงดังกว่าทุกพรรคหรือว่าจะเป็นพวก “ส้มบ่มแก๊ส” อย่างที่เขาว่ากัน เพราะระยะหลังมีเรื่องราว ที่ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายตลอดเรื่องไม่ดีไม่งามแบบ “คุกคามทางเพศ” ถี่ขึ้นความจริงเรื่องอย่างนี้ พรรคที่มีอุดมการณ์ถือว่าเสียหายและน่าอับอายยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งอันบ่งบอกได้ว่าบุคลากรยังไม่เข้าถึงจริงเป็นเพียงฉาบหน้าหาคะแนนเท่านั้นเรื่องเกิดปัญหาอย่างนี้จึงทำให้ความเป็นฝ่ายค้าน “เชิงรุก” หย่อนยานไร้ประสิทธิภาพ มัวแต่ตั้งรับลูกเดียวทางยาวอีก 4 ปีข้างหน้า จะคาดหวังอะไรได้รัฐบาล “เพื่อไทย” เดินหน้าบริหารประเทศล้ำไปหลายก้าวแล้ว นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” เชิดหน้าชูตาบนเวทีระดับโลกแต่ “ก้าวไกล” ยังเดินเตาะแตะร้องหา นายกฯแบบเด็กอมมือ ก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีภารกิจต่างประเทศ จะให้มาตอบกระทู้มันกระไรอยู่นา...หันมาทำงานให้เป็นเรื่องเป็นราวจริงจัง ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบรัฐบาลได้แล้วอย่าง “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจกหัวละ 10,000 บาทภาคส่วนอื่นๆ เขาเดินหน้าเต็มตัวไปไกลแล้วแต่ฝ่ายค้านยังต้วมเตี้ยมแบบไม่รู้หน้าที่!เพราะเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญด้วยวงเงิน 5.6 แสนล้านบาท ที่จะต้องตรวจสอบให้กระจ่างชัดมิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายได้แต่ “ก้าวไกล” ไม่แสดงบทผู้ตรวจสอบ ชวนให้สงสัยว่าไม่กล้าแตะ เพราะยังหวังที่จะได้ประโยชน์จากรัฐบาลบ้างหรือไรถึงวันนี้ นโยบายประชานิยมนี้ ดูท่าจะเกิดปัญหาจริงๆ เพราะยังไม่คลอดรายละเอียดสำคัญๆให้ปรากฏที่สำคัญก็คือ 1 ก.พ.2567 ดีเดย์ ไม่ทันแล้วด้านหนึ่งก็ยืนยันว่าหยุดไม่ได้ต้องเดินหน้าต่อ เพราะสัญญากับประชาชนแล้ว มิฉะนั้นจะเสียคะแนนนิยมเป็นเดิมพันที่ “เพื่อไทย” ว้าวุ่นที่สุด!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม