ตกตะลึงกันทั้งโลกเมื่อ “กลุ่มฮามาส” ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเปิดฉากยิงจรวดหลายพันลูกโจมตีใส่ “พื้นที่ตอนใต้ และตอนกลางของอิสราเอล” ทั้งยังส่งกองกำลังแทรกซึมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว สามารถจับประชาชนเป็นตัวประกันจำนวนมาก เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมานี้ขณะเดียวกัน “กองทัพอิสราเอล” ก็ได้ตอบโต้ทางอากาศทันควันต่อ เป้าหมายใน “ฉนวนกาซา” ทั้งระดมพลกำลังสำรองหลายแสนคนเข้าร่วมปฏิบัติการ ตอบโต้ “กลุ่มฮามาส” ในทางภาคพื้นดินปิดล้อมทั้งตัดไฟฟ้า น้ำประปา และปิดเส้นทางการขนส่งเสบียง เครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้อย่างเบ็ดเสร็จตามคำประกาศ “เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล” ในการเข้าสู่ภาวะสงครามทำลายล้างแหล่งกบดาน “กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา” เพื่อชดใช้การกระทำอย่างโหดร้ายต่ออิสราเอล สิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม ลุกลามหรือไม่ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผอ.ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า ดร.ศราวุฒิ อารีย์จริงๆแล้ว “ฉนวนกาซา” เป็นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ “มีประชากร ราว 2 ล้านกว่าคน ในพื้นที่ 360 ตารางกิโลเมตร” ที่มีความหนาแน่นของ ประชากรมากที่สุดของโลก โดยมีอาณาเขตตะวันตกเฉียงใต้ติดกับอียิปต์ ทางเหนือ และตะวันออกติดกับอิสราเอล และทางตะวันตกติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนส่วนน่านฟ้าเหนือฉนวนกาซา และแนวชายฝั่งถูกควบคุมด้วย “อิสราเอล” ทำให้สามารถจำกัดสินค้าและควบคุมบุคคลเข้า-ออกผ่านการข้ามพรมแดน เนื่องจากเขตแดนส่วนนี้ถูกกำหนดขึ้นตามข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรกในปี 2491 คล้ายกับเขตกันชนระหว่าง 2 ฝ่ายหลังจากนั้น “ฉนวนกาซาก็ถูกปกครองโดยอียิปต์ แต่มิได้ผนวกรวมเป็นดินแดน” กระทั่งในปี 2510 “อิสราเอลชนะสงคราม 6 วัน” ทำให้ฉนวนกาซา เป็นหนึ่งในดินแดนที่อิสราเอลเข้ายึดครองต่อมาปี 2548 “อิสราเอลถอนกำลังทหารออกไป” เปิดทางให้องค์การบริหารปาเลสไตน์เข้าควบคุมพื้นที่นำมาสู่ “การเลือกตั้ง” ทำให้กลุ่มฮามาส ชนะกลุ่มอำนาจเก่าอย่างกลุ่มฟาตาห์ภายใต้การนำ “มาห์มูด อับบาส” ที่ไม่ยอม ลงจากอำนาจไปขอความช่วยเหลือจากอิสราเอล และสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจช่วยเหลือกลุ่มฟาตาห์นั้น เนื่องจาก “กลุ่มฮามาส” ถูกมองเป็นกองกำลังก่อการร้ายส่งผลให้ “มาห์มูด อับบาส” มีแบ็กอัปดีเลยวางแผนล้ม “กลุ่มฮามาส” แต่ไหวตัวทัน ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองช่วงสั้นๆ “ขับไล่กองกำลังฟาตาห์” ทำให้กลุ่ม ฮามาสสามารถเข้ายึดครองดินแดนฉนวนกาซาเพื่อดำเนินการก่อตั้งรัฐบาลนั้นนับแต่นั้นก็เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “1 ประชาชาติ 2 แผ่นดิน” อันเป็น ปาเลสไตน์เหมือนกันแต่ปกครองแบบ 2 รัฐบาล กล่าวคือ “ฉนวนกาซา” ถูกปกครองโดยกลุ่มฮามาส “เวสต์แบงก์” เป็นการปกครองรัฐบาลอำนาจเก่ากลุ่มฟาตาห์ที่เรียกว่า “คณะปกครองปาเลสไตน์ (Palestinian Authority)”ปัญหามีอยู่ว่า “กลุ่มฮามาสยึดครองฉนวนกาซา” ก็ปรากฏการณ์กองทัพอิสราเอลเข้ามาปิดล้อมไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทางบก อากาศ และทางทะเล เพื่อจำกัดการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจนได้รับความลำบากแสนสาหัส เพราะ “ฉนวนกาซามีพื้นที่เพียง 360 ตารางกิโลเมตร” แต่มีประชากรอาศัยหนาแน่นที่สุดในโลกไม่เท่านั้นยังเป็น “พื้นที่ไม่มีทรัพยากร และผลผลิตทางการเกษตร ก็น้อย” เพราะเป็นดินแดนแห้งแล้งทุรกันดารทำให้อาหาร น้ำ ไฟฟ้า พลังงาน และก๊าซ มักต้องผ่านการนำเข้าทางด้านอิสราเอลเท่านั้นฉะนั้นภายใต้การปกครองของกลุ่มฮามาส “ผู้อาศัยในฉนวนกาซา” ต่างมีความลำบากอยู่แล้ว เท่านั้นไม่พอปี 2551 กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตี ทางอากาศใส่กลุ่มฮามาสทำให้ยิงจรวดตอบโต้ใส่เมืองทางตอนใต้อิสราเอลแต่ก็ถูกสกัดจาก Iron Dome ระบบป้องกันขีปนาวุธและส่งผลให้เกิดการโจมตีทางอากาศแบบนี้อีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะตั้งแต่ปี 2552 2553 2555 2557 และล่าสุดปี 2564 แต่ส่วนใหญ่ “ฉนวนกาซา” มักเป็นฝ่ายเสียหายรุนแรงนำมาสู่ประชาชนบาดเจ็บ และล้มตายอยู่ตลอดระยะเวลาการสู้รบกันที่ผ่านมานี้ประเด็นมีข้อสังเกตว่า “ครั้งนี้กลุ่มฮามาสเปิดฉากยิงมิสไซล์ถล่มอิสราเอลก่อน” กระทั่งนำกองกำลังติดอาวุธฝ่าวงล้อมบุกเข้าไป “โจมตีทางภาคพื้นดินในภาคใต้ของอิสราเอลได้สำเร็จ” สามารถสังหาร และจับตัว ประกันเป็นจำนวนมาก กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ทำให้อิสราเอลถูกโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีนับตั้งแต่เกิดการสู้รบในปี 2516 “สงครามยมคิปปูร์” จากกรณีอียิปต์และ ซีเรียโจมตีใส่อิสราเอลบนพื้นที่ที่ยึดครองในช่วงสงคราม 6 วัน “คราวนั้นอิสราเอล เป็นฝ่ายชนะสงคราม” ดังนั้นการถูกโจมตีจากกลุ่มฮามาสครั้งนี้ส่งผลให้อิสราเอล ได้รับความเสียหายหนัก “ประชาชนถูกสังหารหลายร้อยคน” จนไม่อาจยอมรับได้ส่วนปัจจัย “กลุ่มฮามาสโจมตีสร้างความเสียหายได้นั้น” เพราะอิสราเอล หละหลวมด้านความมั่นคง และความล้มเหลวของหน่วยข่าวกรอง ทำให้ไม่มีการ เตรียมพร้อมกองกำลังป้องกันการโจมตีจาก “กลุ่มฮามาส” ที่เตรียมตัวมาอย่างดี “ทั้งการสะสมกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์” แม้ว่าจะถูกปิดล้อมอยู่หนาแน่นก็ตามตามแหล่งข่าวจาก “ชาติตะวันตก” อธิบายเส้นทางของกลุ่มฮามาสสามารถ สะสมอาวุธได้ 2-3 ทาง คือ ทางแรก...“ลักลอบขนอาวุธผ่านเรือ” เพราะฉนวนกาซาติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่า “กองทัพเรืออิสราเอล” จะคอย ควบคุมป้องกันเข้มงวด แต่กลุ่มฮามาสก็ใช้วิธีทิ้งอาวุธลงกลางทะเลปล่อยกระแสน้ำพัดเข้าชายฝั่งอีกวิธีคือ “การขุดอุโมงค์” กลายเป็นเครือข่ายอุโมงค์ผ่านชายแดนอียิปต์ ให้เป็นเส้นทางขนส่งลำเลียง และวิธีสุดท้าย “ผลิตอาวุธขึ้นในฉนวนกาซา” ด้วยการใช้เทคโนโลยีถ่ายโอนความรู้การผลิตอาวุธสำคัญๆ เรื่องนี้ก็ทำให้ “กองทัพอิสราเอล” ต้องตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบ ทิ้งระเบิดโจมตีเขตฉนวนกาซาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,700 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กไม่ต่ำกว่า 500 คน แล้วยิ่งกว่านั้น “ผู้นำอิสราเอล” ยังประกาศอย่าง แข็งกร้าวจะทำสงครามถอนรากถอนโคนฐานที่มั่นกลุ่มฮามาสหลังการโจมตีจรวดใส่อิสราเอลอีกด้วย“การจะถอนรากถอนโคนได้คงต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อเผชิญหน้าสู้รบกับกลุ่มฮามาส ทำให้ประชาคมโลกกังวลจะเกิดการล้มตายกัน เพิ่มอีกมาก ส่งผลให้สหประชาชาติออกมาเรียกร้องต่ออิสราเอลเปิดเส้นทางปลอดภัย สำหรับการอพยพ และส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” ดร.ศราวุฒิ ว่าต่อมาสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ผู้นำอิสราเอล” ประกาศให้ชาวปาเลสไตน์ 1 ล้านกว่าคนในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาอพยพมาทางตอนใต้ 24 ชม. “เป็นการส่งสัญญาณจะเปิดปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดิน” แต่ว่าการอพยพ แบบนั้นค่อนข้างมีอุปสรรคจาก “ฉนวนกาซา” ถูกปิดล้อมจากกองทัพอิสราเอลทุกช่องทางอย่างหนาแน่นดังนั้นถ้า “กองทัพอิสราเอล” บุกเข้าทำสงครามภาคพื้นดินเผชิญหน้ากับ “กลุ่มฮามาส” ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายมหาศาลอันจะนำไปสู่การทำสงคราม กับกลุ่มขบวนการต่อต้านการยึดครองอิสราเอลที่จะออกมาเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในเวสต์แบงก์ และกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อยู่ตอนใต้ของเลบานอนขณะเดียวกัน “อิสราเอลยังมีความขัดแย้งกับซีเรีย” ที่เคยรุกคืบเข้าไปครอบครองบริเวณชายแดนที่ราบสูงโกลานของซีเรียจนผนวกเข้าเป็นดินแดนของ ตัวเอง แต่ยังคงมีกองกำลังติดอาวุธที่สวนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์ต่างพร้อมร่วมต่อต้าน หรือการตอบโต้ด้วยการยิงจรวดปืนใหญ่เข้าใส่ในดินแดนอิสราเอลอยู่แล้วนั่นก็หมายความว่า “อิสราเอล” กำลังเผชิญภัยคุกคามรอบด้านจากกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐแต่เรียกว่า “กลุ่มต่อต้านการยึดครองของอิสราเอล” ส่วนใหญ่พัฒนามาจากผู้ถูกรุกรานรวมตัวกันเป็นกองกำลังติดอาวุธ สะท้อนว่า การกระทำอิสราเอลเข้ายึดครองดินแดนรัฐอาหรับที่ผ่านมากำลังเป็นหอกมาทิ่มแทงตัวเองในตอนนี้นี่คือ “วิกฤติในดินแดนฉนวนกาซา” มีชนวนเหตุจากการถูกกดขี่ จนหลังชนฝาต้องลุกขึ้นมา “ต่อต้านอิสราเอล” แม้จะรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่อยากส่งสัญญาณให้นานาชาติหันมาสนใจต่อการถูกกระทำอยู่นี้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม