โลกสลดใจสุดสะเทือนขวัญกับเหตุโศกนาฏกรรม ระเบิดถล่มโรงพยาบาลในเขตฉนวนกาซา คร่าชีวิตผู้คนที่มีทั้งผู้ป่วยและผู้อพยพหนีการสู้รบมาพักพิงหลบภัยถึง 500 ศพ อเนจอนาถชิ้นส่วนเหยื่อสงครามกระจัดกระจายทั่วลานจอดรถ หลายชาติรุมประณามถือเป็นความหายนะด้านมนุษยธรรม ตุรกีจวกอิสราเอลไม่มีความเป็นมนุษย์ ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธทันควันไม่ได้ทำ ยันมีหลักฐานเป็นเทปเสียงที่บันทึกได้ ระบุอีกฝ่ายต้องการถล่มอิสราเอล แต่พลาดจนมีผู้รับเคราะห์ตายเป็นเบือ ยอดตายในสงครามของ 2 ฝ่าย ยอดนับพัน เจ็บกว่าหมื่น คนไทยไว้อาลัยเหยื่อระเบิดโรงพยาบาล พร้อมร่อนสารวอนยุติวัฏจักรความโหดร้าย แรงงานไทยดับอีก 1ศพรวมเป็น 30 ศพ แต่ตัวประกันไทยเชื่อว่ายังปลอดภัย ปรับแผนรับแรงงานไทยกลับบ้านทางดูไบ ยันเส้นทางบินอ้อมดีกว่าขอผ่านน่านฟ้า แรงงานไทยได้กลับบ้านเป็นชุดที่ 7 อีก 266 คนโลกสลดใจกับเหตุการณ์ช็อกโลกที่สร้างความสะเทือนใจให้กับมวลมนุษยชาติ ในการทำลายล้างชีวิตผู้คนของสงครามการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ที่เปิดศึกโจมตีกันอย่างรุนแรงมากว่า 10 วันแล้ว คร่าชีวิตผู้คนสองฝ่ายนับพันศพ บาดเจ็บอีกหลายพันคน หลังสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงที่โรงพยาบาลอัล-อาลีห์ อัล-อารบี ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ที่มีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจากสงครามมารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้จำนวนมาก รวมถึงมีชาวปาเลสไตน์ที่อพยพมาอาศัยบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลและในโบสถ์ใกล้โรงพยาบาลเป็นสถานที่พักพิงหลบหนีภัยต้องมาตายหมู่อย่างไม่ทันรู้ตัว เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค. แรงระเบิดคร่าชีวิต 500 ศพทั้งนี้ ฝ่ายก่อเหตุได้ยิงระเบิดพุ่งมาตกที่กลางลานจอดรถของโรงพยาบาล เสียงระเบิดดังตูมสนั่นหวั่นไหวคร่าชีวิตของผู้คนที่หลบอยู่ในบริเวณนั้นตายเป็นเบือและยังส่งผลให้ตัวอาคารโรงพยาบาลพังกระจาย มีเปลวไฟลุกท่วมอาคาร ชิ้นส่วนอวัยวะของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกระเบิดฉีกร่าง กระจัดกระจายอยู่ที่ลานจอดรถเป็นที่สยดสยอง ข้าวของเครื่องใช้ของผู้อพยพ อาทิ เสื้อผ้า ผ้าห่ม กระเป๋าเดินทาง กระเป๋านักเรียนกระเด็นไปทั่ว ที่น่าสะเทือนใจสุดๆ คือเหยื่อระเบิดส่วนใหญ่เป็นเด็ก ต่อมานายมิชราฟ อัล-คูดรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ แถลงว่า การโจมตีด้วยระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 500 ศพ ขณะที่กระทรวงกลาโหมปาเลสไตน์เผยยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 300 ศพชี้เป็นความหายนะด้านมนุษยธรรมจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ โฆษกของนายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ได้กล่าวประณามการบุกจู่โจมทางอากาศครั้งรุนแรงของอิสราเอลว่า เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และความหายนะทางด้านมนุษยธรรม ขณะที่นานาชาติร่วมประณามการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน กระทรวงต่างประเทศจอร์แดนประณามการโจมตีของอิสราเอลอย่างรุนแรง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องพลเมืองปาเลสไตน์และการยุติการสู้รบ ส่วนกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ตรัสว่าการจู่โจมโรงพยาบาลกาซาคือการสังหารหมู่และอาชญากรรมสงคราม ไม่ควรมีใครเพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าว ส่วนรัฐบาลอียิปต์แถลงประณามอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกก้าวเข้ามาเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความรุนแรงไปมากกว่านี้ ส่วนกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า การบุกโจมตีของอิสราเอลในโรงพยาบาล โรงเรียน รวมถึงพื้นที่อื่นๆที่มีประชากรอาศัยเป็นจำนวนมากในฉนวนกาซา เป็นการขยายขอบเขตการจู่โจมที่อันตรายจวกอิสราเอลไร้ความเป็นมนุษย์นายเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวประณามเหตุการณ์นี้ว่า การโจมตีโรงพยาบาลที่มีเด็ก สตรี และพลเมืองผู้บริสุทธิ์ คือตัวอย่างของการกระทำที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ของอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้เหล่ามวลมนุษยชาติร่วมหยุดความรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ในกาซา ด้านนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า การโจมตีโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ รวมถึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศในการก่อสงคราม ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การโจมตีทางอากาศครั้งนี้เป็นการโจมตีใส่ประชาชนที่ไม่มีทางสู้ “โจ ไบเดน” กับ WHO ร่วมประณามขณะเดียวกัน นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า รู้สึกโกรธและเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เผยว่า รู้สึกตกใจ รวมถึงประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อเปิดช่องทางด้านมนุษยธรรม ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงประณามการโจมตีโรงพยาบาลที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตผู้คนจำนวนมากในเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการปกป้องพลเมืองและสถานพยาบาลในฉนวนกาซาอิสราเอลปฏิเสธไม่ได้ยิงระเบิดต่อมาสำนักข่าวไทม์สของอิสราเอลและสำนักต่างประเทศอื่นๆ เช่น CNN ของสหรัฐฯ และแชแนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์ รายงานว่า พล.ร.ต.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล แถลงว่า กองทัพอิสราเอล หรือ IDF ดักฟังการสนทนาของกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงในฉนวนกาซา พบว่าเหตุการณ์โจมตีโรงพยาบาลครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มหัวรุนแรงในปาเลสไตน์และภาพจากโดรนที่ทางการอิสราเอลบันทึกได้ เผยให้เห็นวิถีของจรวดที่ถูกยิงในกาซาไปสู่เขตแดนของอิสราเอล มีเส้นทางลากผ่านโรงพยาบาลอัล-อาลีห์ อัล-อารบี พล.ร.ต.ฮาการี ยังยืนยันว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของกองทัพอิสราเอล โดยขณะเกิดเหตุระเบิดเครื่องบินรบของกองทัพอิสราเอลไม่ได้อยู่ในบริเวณโรงพยาบาลดังกล่าวและความเสียหายเกิดขึ้นที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล ไม่ใช่ตัวอาคารโดยตรง นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. มีจรวดจำนวน 450 ลูก ที่ทำงานผิดพลาดและตกลงในฉนวนกาซาเปิดเสียงบันทึกเป็นฝีมือฮามาสขณะเดียวกัน ทางการอิสราเอลได้เปิดเผยเสียงที่มีการบันทึกการสนทนาของทหารปาเลสไตน์จากการดักฟัง อิสราเอลเผยว่า ผู้ก่อการร้ายพูดถึงการยิงจรวดผิดพลาด ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นจรวดเช่นนี้ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงบอกว่ามันเป็นของกลุ่มหัวรุนแรงในปาเลสไตน์ เศษชิ้นส่วนของจรวดนี้ไม่เหมือนของอิสราเอลด้วย ต่อมากลุ่มหัวรุนแรงในปาเลสไตน์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในโรงพยาบาลมากเกินไป เพราะฮามาสไม่น่าจะทราบข้อมูลได้รวดเร็วเหมือนกับการระบุว่า อะไรก่อให้เกิดเหตุระเบิดดังกล่าวเศร้า รพ.กลายเป็นจุดโศกนาฏกรรมสำหรับโรงพยาบาลอัล-อาลีห์ อัล-อารบี เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ตัวอาคารสูง 4 ชั้น สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า โรงพยาบาลอยู่ใต้ความดูแลของโบสถ์คริสต์นิกายแองกลิกัน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ ในฉนวนกาซา ภายในอาณาเขตมีโบสถ์คริสต์ที่ชาวปาเลสไตน์เข้าไปหลบภัย ขณะภาพในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่าระเบิดได้ตกลงที่บริเวณลานจอดรถ มีรถยนต์หลายร้อยคันถูกเพลิงเผาไหม้เป็นตอตะโก รูปการณ์บ่งชี้ว่าขณะเกิดเหตุชาวบ้านจำนวนมากได้พาผู้บาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอลที่จุดอื่นมาส่งที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จนกลายเป็นเหตุโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าสลดและสุดสะเทือนใจปธน.สหรัฐฯเยือนเทลอาวีฟสำเร็จเหตุการณ์โรงพยาบาลในกาซาถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้ทางการจอร์แดนต้องยกเลิกการหารือในกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ระหว่างกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน นายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ นายอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ประธานาธิบดีอียิปต์ และนายโจ ไบเดน ประธานา ธิบดีสหรัฐฯ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม นายไบเดนได้เดินทางเยือนกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลอิสราเอลในการต่อต้านกลุ่มฮามาสเป็นที่เรียบร้อยนายกฯยิวขอบคุณที่ช่วยปกป้องทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จากเหตุสลดใจระเบิดโรงพยาบาลอัล-อาลีห์ อัล-อารบี และยังระบุว่าจากข้อมูลที่ได้รับ บ่งชี้ว่าเหตุระเบิดในโรงพยาบาลไม่ใช่ฝีมือของอิสราเอล แต่เป็นการกระทำจากฝ่ายอื่นโดยไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มอย่างชัดเจน นายไบเดนยังกล่าวว่า มีผู้คนอีกมากที่ไม่ทราบข้อมูลเบื้องหลังที่แท้จริง เรายังต้องร่วมฟันฝ่าอุปสรรคอีกมาก ด้านนายเนทันยาฮู กล่าวขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนและปกป้องอิสราเอลยอดตาย 2 ฝ่ายนับพันเจ็บกว่าหมื่นวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศเผยว่า ก่อนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมระเบิดโรงพยาบาลในกาซา กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ เผยว่า มีผู้เสียชีวิตในปาเลสไตน์อย่างน้อย 3,000 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 12,500 คน จากการโจมตีของอิสราเอล หลังกลุ่มฮามาสบุกทางตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอย่างน้อย 1,300 ศพ รวมถึงมีการจับตัวประกันราว 200 คน บัวแก้วชี้โจมตี รพ.ผิดกฎหมายสากลที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เวลา 15.10 น.วันเดียวกัน นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลและการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ว่า เมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค. เกิดเหตุโจมตี รพ.อัล-อาห์ลี อัล-อาราบี บริเวณฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างรุนแรง เพราะในยามสงครามจะไม่มีการโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียนและพลเรือน กระทรวงการต่างประเทศของไทยขอแสดงความเสียใจอย่างใหญ่หลวง ส่วนสถานการณ์ภาพรวมในอิสราเอล รัฐบาลอิสราเอลประกาศว่า อาจบุกโจมตีทางบก ขณะที่มีหลายฝ่ายพยายามเจรจาอยู่ อาทิ กรณีนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางเยือนอิสราเอลในวันที่ 18 ต.ค.เศร้าคนไทยดับอีก 1 รวม 30 รายโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ภารกิจการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลยังมีต่อเนื่อง มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ยอดรวมเป็น 30 ราย ผู้บาดเจ็บยังมี 16 ราย ถูกจับเป็นตัวประกันยังอยู่ที่ 17 ราย สถิติการอพยพคนไทยจากอิสราเอลกลับถึงไทยแล้ว รวม 7 เที่ยวบิน รวม 926 คน มีผู้ที่เดินทางกลับมาเองอีกจำนวนหนึ่ง ยอดรวมผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอกลับขณะนี้มี 8,160 คน ผู้ที่ยังไม่ขอกลับประเทศ 110 คน หากคนไทยต้องการกลับแม้ไม่ได้ลงทะเบียน สามารถเดินทางมาแจ้งที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เช่นกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยฯจัดโรงแรมไว้เป็นศูนย์พักพิงแก่คนไทย เพื่อเตรียมพร้อมขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ รวม 7 แห่ง มีผู้เข้าพักแล้ว593คนตั้งเป้านำกลับให้ได้วันละ 400 คนนางกาญจนากล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ต.ค.เครื่องบินของ ทอ.ออกเดินทางไปยังอิสราเอล นำสิ่งของจำเป็นที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปช่วยเหลือคนไทย พร้อมกับจะรับกลับอีก 145 คน โดยออกจากอิสราเอลเวลาประมาณ 22.00 น.ถึงไทยในวันที่ 19 ต.ค.เวลา 13.40 น. อีกทั้งยังมีคนไทยอีก 80 คน เดินทางโดยสายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ ออกจากอิสราเอลคืนวันที่ 18 ต.ค.ถึงไทยในวันที่ 19 ต.ค. ขอย้ำว่า ทางการไทยพยายามจัดเที่ยวบินเพื่อรับกลับทุกวัน ตั้งเป้าหมายพากลับบ้านให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 คน22 ต.ค.ปรับแผนบินไปรับในดูไบนางกาญจนากล่าวด้วยว่า มีแผนจะลำเลียงคนไทยขึ้นเครื่องบินจากอิสราเอลไปพักรอในประเทศที่ 3 คือนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงเศษ เพื่อขึ้นเครื่องบินที่เราจ้างเหมาลำขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังนครดูไบ มีหลายสายการบิน ตั้งแต่เครื่องบิน ทอ. เครื่องบินสายการบินไทย สายการบินแอร์เอเชีย นกแอร์ ไลอ้อน แอร์ แผนนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. คนไทยที่จะมานครดูไบ ต้องมีวีซ่าเข้ายูเออี สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบีและสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ได้ประสานงานกับทางการท้องถิ่น โรงแรมและท่าอากาศยานไว้แล้วบินอ้อมดีกว่าเสียเวลาขอน่านฟ้านางกาญจนากล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยเรื่องเส้นทางการบินของเครื่องบิน ทอ. ที่อ้อมผ่านหลายประเทศ ทำให้เสียเวลา 3-4 ชั่วโมง ผิดกับประเทศอื่นๆที่ใช้เวลาน้อยกว่านั้น เราไม่ได้ขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าของประเทศที่เราเห็นว่า จะมีความเสี่ยงว่าอาจไม่ได้รับอนุญาต หรืออาจใช้เวลานานในการพิจารณาคำขออนุญาต คิดว่าการเสียเวลาบินอ้อม 3-4 ชั่วโมง ดีกว่าการที่เราขออนุญาตประเทศที่ปกติไม่เคยเปิดให้บินผ่านไปยังอิสราเอล ส่วนการที่เราต้องขออนุญาตหลายประเทศในครั้งนี้เป็นการขอกรณีพิเศษ เราเลือกขอประเทศที่อนุญาตแน่นอนดีกว่า เราไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากรอ ดังนั้นบินอ้อม 3-4 ชั่วโมงไม่ได้เป็นประเด็นเตือนคนไป ตปท.เกาะติดข่าวสารนางกาญจนายังกล่าวถึงประชาชนบางส่วนที่ยังเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ว่าขอให้ติดตามมาตรการต่างๆของท้องถิ่นว่าเตือนอย่างไร ทั้งระดับความปลอดภัยและการแจ้งเตือนเรื่องการก่อการร้าย ขอให้ติดตามเฟซบุ๊กสถานทูตและสถานกงสุล นอกจากนั้น เราได้รับทราบว่ายังมีคนเดินทางไปยังนครเยรูซาเลมของอิสราเอล ในสภาวะเช่นนี้ พื้นที่มีความเสี่ยงไม่ปลอดภัย ขอให้พิจารณางดเว้นไว้ก่อน ในส่วนของ กต.ได้กำชับไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของไทยทั่วโลกให้เฝ้าระวังติดตามข่าวสารในพื้นที่ในเรื่องการก่อการร้ายต่างๆ เป็นภารกิจในการติดตามข่าวสารและเตือนให้ชุมชนและนักท่องเที่ยวไทยได้รับทราบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหลายแห่ง ชุมชนคนไทยเข้มแข็งมากจะเป็นอาสาสมัครให้กับสถานทูตเผยแพร่ข้อมูลให้กับชุมชนคนไทยได้รับทราบอีกทางหนึ่งเชื่อตัวประกันไทยยังปลอดภัยผู้สื่อข่าวถามถึงการเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันมีความคืบหน้าอย่างไร นางกาญจนาตอบว่า เราพยายามในทุกทาง มีสัญญาณบวกที่ระบุว่าตัวประกันของไทยน่าจะยังปลอดภัยอยู่ ขณะนี้ยังไม่มีกรณีการจะสังหารตัวประกันเพื่อต่อรองแต่อย่างใด ในชั้นนี้ขอให้ญาติพี่น้องติดตามสถานการณ์ต่อไป การปล่อยตัวในเร็วๆนี้หรือไม่นั้น คาดเดาได้ยากมาก โดยเฉพาะมีการโจมตีโรงพยาบาล ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกมาก ขอย้ำว่าทุกประเทศมีการเจรจากับทุกฝ่ายอยู่แล้ว รวมทั้งประเทศไทยด้วย เรื่องตัวประกันเป็นเป้าหมายของทุกคน อยากให้ทุกคนได้กลับมาสู่อ้อมอกพ่อแม่ เราทำอยู่ แต่อาจจะไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้มากหลายหน่วยงานก็ช่วยกันขอนักวิเคราะห์เห็นใจญาติพี่น้องโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือ มีผู้รู้และนักวิเคราะห์จำนวนมากออกมาวิเคราะห์ในเชิงต่างๆขอให้นึกถึงใจของญาติพี่น้อง หากเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอาจจะทำให้ตื่นตระหนกได้ กระทรวง เองพยายามหลีกเลี่ยงจะเผยแพร่ข้อมูลที่ยังเป็นเพียงการสันนิษฐาน หรือยังไม่ได้มีการยืนยันออกมา โดยจะไม่ตอบหรือให้ความเห็น สำหรับการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ใกล้ฉนวนกาซา ขณะนี้ได้อพยพออกมาเกือบหมดแล้ว อาจจะมีติดอยู่บ้าง เราได้ติดตามทุกช่องทางร่อนสารวอนยุติวัฏจักรความโหดร้ายช่วงเย็นวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ต่อเหตุโจมตี รพ.อัล-อาลีห์ อัล-อารบี ในเขตฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ระบุว่า ไทยรู้สึกสะเทือนใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์การโจมตีโรงพยาบาล อัล-อาลีห์ อัล-อารบีส่งผลให้มีพลเรือนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ขอไว้อาลัยแก่ผู้เคราะห์ร้ายและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ประเทศไทยขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินความพยายามเพื่อยุติวัฏจักรความรุนแรงและความโหดร้ายทั้งปวงโดยทันที ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยเรียกร้องให้มีการเคารพและปกป้องพลเรือน โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทอ.จัดแอร์บัสรับแรงงานเที่ยว 2ก่อนหน้านี้ เวลา 09.00 น. วันเดียวกันที่ท่า อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กองทัพอากาศจัดเครื่องบินแอร์บัส A 340-500 เที่ยวบินที่ 2 ออกเดินทางไปรับคนไทยในอิสราเอลอีก 145 คน เป็นชาย 142 คน หญิง 3 คน โดยจะบินผ่านน่านฟ้า 10 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาเซอร์ไบจาน อาร์มิเนีย ตุรกี ไซปรัส และอิสราเอล มีกำหนดบินกลับถึงท่าอากาศยาน ทหาร 2 กองบิน 6 ในวันที่ 19 ต.ค. เวลา 13.40 น.ทสท.จี้ รบ.สางหนี้ให้แรงงานที่รัฐสภา เวลา 09.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ขอหารือแนวทางการช่วยเหลือแรงงานในประเทศอิสราเอลก่อนเข้าสู่วาระการประชุมว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ตนและคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรค ทสท. ลงพื้นที่ จ.ยโสธร เยี่ยมพูดคุยกับครอบครัวแรงงานไทยที่มาจากอิสราเอล ทราบว่าทุกครอบครัวอยากให้ลูกหลานแรงงานไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัยและเร็วขึ้น แต่มีปัญหาเรื่องการกู้ยืมเงิน ทำให้แรงงานไทยบางส่วนไม่อยากกลับบ้านเพราะภาระหนี้สินที่ต้องกู้ไปทำงาน อยากให้รัฐบาลเพิ่มเที่ยวบินขนกลับเร็วที่สุด และอยากให้สร้างความมั่นใจให้แรงงานว่า หากเหตุการณ์สงบ รัฐบาลจะช่วยพากลับไปทำงานได้ รวมถึงช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ใบอนุญาตเข้าเมืองให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย“นพดล” ขอ รมต.ผู้ดีช่วยกดดันนายนพดล ปัทมะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ กล่าวว่า กมธ.หารือกับ นางแอนน์-มารี เทรเวลเลียน รมช.ต่างประเทศและการพัฒนาฝ่ายกิจการอินโด-แปซิฟิก ของสหราช อาณาจักร เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือ ทั้งระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค เช่น สถานการณ์ฉนวนกาซาและประเทศเมียนมา รวมถึงด้านการค้าและขอให้สหราชอาณาจักรในฐานะสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกสนับสนุนช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา เร่งหาหนทางที่จะให้ทุกฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติการสู้รบ ลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางอย่างยั่งยืนต่อไปช่วยคนเจ็บเรียกค่าชดเชยที่รัฐสภา ช่วงบ่าย นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุม กมธ. ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล โดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขมาให้ข้อมูล นายสฤษฏ์พงษ์กล่าวหลังการประชุมว่า ที่ประชุมตั้งคณะอนุ กมธ.ขึ้นมาติดตามช่วยเหลือแรงงานไทยที่กลับมาแล้ว จะลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ไปดูความเป็นอยู่ และ กมธ.จะช่วยประสานงานให้กระทรวงสาธารณสุขออกหนังสือรับรองเรื่องการรักษาตัวจากการบาดเจ็บให้แก่แรงงานที่ได้รับบาดเจ็บ นำไปเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากทางการอิสราเอลแรงงานไทยกลับบ้านอีก 266 คนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 05.20 น.วันที่ 18 ต.ค.แรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในประเทศอิสราเอลและเดินทางกลับไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 8951 จากกรุงเทลอาวีฟ เวลา 13.38 น. วันที่ 17 ต.ค. ถึงไทยเป็นชุดที่ 7 จำนวน 266 คน มี น.ส.บุญยวีร์ ไขว้พันธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและญาติพี่น้องของแรงงานไทยมารอต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มาตั้งโต๊ะตรวจสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ พร้อมกันนี้มีการตั้งจุดรับเอกสารการขอรับสิทธิประ โยชน์กองทุนฯ สำหรับแรงงานที่ประตูที่ 9-10 เสร็จแล้ว กลุ่มแรงงานไทยเดินออกจากอาคารไปขึ้นรถบัสที่มีการจัดมารอรับผู้ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาไปส่งที่สถานีขนส่งและสนามบินดอนเมือง ขณะที่มีแรงงานบางส่วนขอเดินทางกลับเองไม่กลับไปทำงานอีกแม้เงินดีในจำนวนแรงงานไทยที่กลับมา มีนายจักรินทร์ แบ่งหิรัญ อายุ 26 ปี ชาวสมุทรสาครที่ไปทำงานปลูกมะเขือเทศ ที่ภรรยานำลูกชายวัย 1 ขวบ 6 เดือนมายืนรอรับ หลังพบหน้ากันทั้งสองฝ่ายโผเข้าสวมกอดกันอย่างดีใจและหอมแก้มลูกชายอย่างมีความสุข นายจักรินทร์กล่าวว่าดีใจมากที่ได้กลับมาพบหน้าครอบครัว จะไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้ว แม้ว่ารายได้จะดีเนื่องจากเหตุการณ์น่ากลัวมาก มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาใกล้แคมป์ที่พักแค่ 100 เมตร โชคดีมีทหารอิสราเอลมาขับไล่ออกไปได้ทัน ตนเพิ่งไปทำงานได้แค่ 4 เดือน ระหว่างอยู่อิสราเอลพยายามหาทางกลับบ้านทุกวิถีทาง จนได้มาที่ศูนย์พักพิงและลงทะเบียนเดินทางกลับไทยสักการะย่าโมสร้างขวัญกำลังใจที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา วันเดียวกัน นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา นำคณะแรงงานไทยชาวนครราชสีมา 9 ราย และแรงงานชาวจังหวัดศรีสะเกษ 5 ราย ที่เดินทางกลับจากอิสราเอลมากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคลเสริมขวัญกำลังใจ แล้วนำแรงงานไทยทั้งหมดไปทานอาหารที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี มีครอบครัวแรงงานไทยกับญาติมิตรที่มารอต้อนรับโผเข้ากอดกันและร้องไห้ด้วยความดีใจที่รอดตายกลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง นายสยามกล่าวว่าแรงงานชาวนครราชสีมาไปทำงานที่อิสราเอลมีกว่า 2,100 ราย การให้ความช่วยเหลือแรงงานที่เดินทางกลับมาแล้วได้ให้จัดหางานจังหวัดช่วยประสานหางานในพื้นที่ต่อไปเผยบางรายนายจ้างไม่ให้กลับนายอุทโย นามกระโทก อายุ 40 ปี ชาว อ.จักราช แรงงานไทยที่กลับมา เผยว่าแคมป์คนงานที่ไปทำงานมีคนไทยทั้งหมด 27 คน ประสงค์กลับไทย 25 คน อีก 2 คน ย้ายไปทำงานที่แคมป์ใกล้ๆ สอบถามเพื่อนแรงงานแคมป์อื่นทราบว่ามีแรงงานไทยต้องการกลับประเทศอีกมากแต่รถเข้าไปรับไม่ได้ แรงงานจึงไม่สามารถออกมาสนามบินได้ เพราะมีนายจ้างบางแคมป์ไม่ยอมให้แรงงานไทยกลับประเทศ อยากให้ไทยประสานความช่วยเหลือเพื่อให้แรงงานไทยได้กลับบ้านด้วยทำงานเสร็จนั่งฟังเสียงระเบิดต่อที่ จ.บึงกาฬ สำนักงานแรงงานจังหวัดออกพบบรรดาแรงงานไทยที่กลับมาแล้ว ชี้แจงถึงสิทธิประ โยชน์ การช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่ได้รับและเยี่ยมให้กำลังใจนายสุทธิชัย พลแก้ว แรงงานที่กลับจากอิสราเอลที่บ้านเลขที่ 62 บ้านคำนาดี ต.คำนาดี อ.เมืองบึงกาฬ นายสุทธิชัยเผยว่า ไปทำงานที่สวนผลไม้ประมาณ 2 ปี มีสัญญาจ้าง 5 ปี 3 เดือน ช่วงเกิดเหตุการณ์ไม่ค่อยได้หลับได้นอน เสร็จทำงานก็มานั่งฟังเสียงระเบิดเสียงลูกปืนทุกคืน มีทั้งการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน จุดที่ทำงานมีคนไทยอยู่ในแคมป์ประมาณ 9 คน ทุกคนปลอดภัย ตนกลับมาคนเดียว อีก 8 คน ยังไม่กลับขอรอดูสถานการณ์ สำหรับรายได้ต่อเดือนช่วงเก็บเกี่ยวประมาณ 60,000 บาท ช่วงหน้าฝนประมาณ 40,000 บาท ช่วงแรกยังโทร.หาทางบ้านได้ปกติ เพราะเหตุการณ์ยังไม่หนัก บางครั้งต้องอยู่ในหลุมหลบภัยทั้งคืน คิดว่าจะไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้ว จะหางานในประเทศหรือไปทำงานที่ประเทศอื่นแทนนศ.ฝึกงานเกษตรกลับแล้วที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส มีการจัดพิธีต้อนรับนักศึกษาที่ไปฝึกทักษะด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร ที่ประเทศอิสราเอล รุ่น 7 รวม 30 คน และหนีสงครามกลับไทย โดยรัฐบาลไทยได้เหมาเครื่องบินสายการบินแอลอัล อิสราเอล แอร์ไลน์ นำกลับประเทศเมื่อช่วงดึกวันที่ 16 ต.ค. แล้วเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.นราธิวาสทันที นายอับดุลตอเล็บ มามะ นศ.ปี 4 คณะเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการวิจัยด้านการเกษตรที่ล้ำหน้าที่สุด นักศึกษาที่ไปฝึกงานหากนำองค์ความรู้มาปรับใช้ในไทย จะทำให้ภาคการเกษตรมีการพัฒนาไม่หยุดยั้ง สำหรับตนได้ความรู้ติดตัวมามาก ส่วนสงครามในอิสราเอลนักศึกษาไทยทั้งหมดอยู่โซนอาราวา โซนที่มีสงครามจะเป็นโซนภาคกลาง มีระยะทางห่าง 170 กม. ตอนนี้โซนอาราวาเป็นเขตที่ปลอดภัยมากที่สุดในอิสราเอล คนไทยและคนอิสราเอลอพยพมาอยู่ในโซนนี้กันมาก บางหมู่บ้านเริ่มขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้าแล้วแรงงานบุรีรัมย์เสียชีวิตรายที่ 30 สำหรับแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตจากสงครามเป็นรายที่ 30 คือนายจักรพันธ์ เดี่ยวไธสง อายุ 37 ปี เป็นชาว ต.บ้านเป้า อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้แจ้งไปยังครอบครัวแล้วและเมื่อวันที่ 18 ต.ค. นางเอมอร เรียงไข อายุ 59 ปี แม่นายจักรพันธ์ และ น.ส.สายชล ชาติกุญชร อายุ 38 ปี ภรรยาพร้อมญาติพี่น้องได้จุดธูปเรียกดวงวิญญาณของนายจักรพันธ์ หลังกรมการจัดหางานแจ้งยืนยันว่านายจักรพันธ์เสียชีวิตจากเหตุสู้รบที่ประเทศอิสราเอลและครอบครัวของนายจักรพันธ์ขอให้ทางการช่วยนำศพนายจักรพันธ์ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดและขอให้ช่วยเหลือเรื่องจัดงานศพเนื่องจากครอบครัวยากจน มารดาไม่มีรายได้อะไร ภรรยาก็ป่วยเป็นมะเร็งเมียป่วยมะเร็งทำใจไม่ได้น.ส.สายชลที่ได้แต่กอดรูปถ่ายของสามีร้องไห้ตลอดเวลา ร่ำไห้เผยกับผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปที่บ้านว่า ทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียสามี ที่อยู่กินกันมาเกือบ 20 ปี สามีตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศเพราะอยากมีรายได้มาดูแลครอบครัว เนื่องจากตนป่วยเป็นโรคมะเร็งทำงานหนักไม่ได้ ลูกชายกำลังเรียนและย่าอายุมากแล้ว ช่วงที่สามีทำงานที่อิสราเอลคุยกันทางไลน์ทุกวัน กระทั่งขาดการติดต่อช่วงที่เกิดเหตุสู้รบเมื่อวันที่ 7 ต.ค.66 ได้แต่ภาวนาขอให้สามีรอดชีวิต พอได้ยินข่าวร้ายว่าสามีเสียชีวิตแล้วไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อยังไง ไหนจะภาระหนี้สินอีกหลายแสนบาท ขณะที่มารดาคิดว่าลูกแค่ถูกจับเป็นตัวประกัน หรืออาจปิดมือถือเพื่อหลบซ่อนตัว ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยมาตลอด ที่ผ่านมาไปดูหมอตามความเชื่อหลายที่ ส่วนใหญ่บอกว่าลูกชายยังมีชีวิต ทำให้ยังมีความหวังพอวันนี้ทราบข่าวร้ายทำให้ทำใจไม่ได้นายกฯสะเทือนใจ รพ.ถูกยิงถล่มเวลา 20.43 น. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ได้รับทราบการโจมตีโรงพยาบาลที่ฉนวนกาซา เมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค. มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทยกับความสูญเสียต่อครอบครัวของเหยื่อและขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว นายกฯทวีตข้อความผ่าน X ว่า รู้สึกสะเทือนใจและเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวโศกนาฏกรรมดังกล่าว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์นี้ พลเรือนผู้บริสุทธิ์ในความขัดแย้งต้องได้รับความคุ้มครอง ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศครับ การโจมตี รพ.ถือเป็นการผิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ตามหลักสงครามจะไม่โจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน และไม่มีพลเรือนเป็นเป้าอ่านข่าว "สงครามอิสราเอล" เพิ่มเติม