รัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำชาติที่ให้การสนับสนุนโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่กรุงปักกิ่งของจีน ระหว่างวันที่ 17-18 ต.ค. เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การเปิดตัวโครงการบีอาร์ไออย่างเป็นทางการ ซึ่งจีนมุ่งหวังที่จะเชื่อมต่อการค้าและการคมนาคมผ่านเส้นทางบกและทางทะเลระหว่างจีนกับภูมิภาคต่างๆทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกาเมื่อวันที่ 17 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศที่ให้การสนับสนุนโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกว่า 145 ชาติ ได้ส่งผู้นำหรือตัวแทนมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยรัฐบาลจีนให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติแก่ผู้นำชาติต่างๆ รวมถึงผู้นำชาติอาเซียนไม่ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว หรือสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขณะที่สื่อรอยเตอร์และบีบีซีอังกฤษรายงานอีกว่า ผู้นำที่เดินทางมาร่วมการประชุมบีอาร์ไอในกรุงปักกิ่ง ยังรวมถึงตัวแทนจากรัฐบาลตาลีบันอัฟกานิสถาน สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ตาลีบันที่มีความเน้นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าตาลีบันจะยังขาดการยอมรับจากนานาชาติ เช่นเดียวกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่เดินทางมาร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายปูติน นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนทวีความรุนแรงตลอดปี 2565 จนถึงปัจจุบันนี้สำหรับการประชุมบีอาร์ไอมีกำหนดเปิดประชุม อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ต.ค. ซึ่งในกำหนดการ 17 ต.ค. วันแรกนั้น นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำโลก พร้อมจัดหารือแบบทวีภาคีกับนายเกเบรียล บอริค ประธานาธิบดีชิลี และนายวิกเตอร์ ออร์บัน นายกรัฐมนตรีฮังการีขณะที่การหารือระหว่างนายสี จิ้นผิง กับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มีกำหนดการในวันที่ 18 ต.ค. ส่วนนายปูตินได้จัดการหารือแบบทวิภาคี กับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้นำและตัวแทนจากเวียดนาม สปป.ลาว และมองโกเลีย ทั้งนี้ โครงการบีอาร์ไอของจีน ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงถึงระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน รางรถไฟความเร็วสูง ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ หรือท่าเรือ เพื่อให้สินค้าและบริการเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงนักวิเคราะห์ชาติตะวันตกที่มองว่าโครงการบีอาร์ไอ จะทำให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางเส้นทางการค้า ปรับเปลี่ยนเส้นทางการค้าที่มีอยู่เดิม และวางรากฐานความเป็นชาติมหาอำนาจในเวทีประชาคมโลก.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่