เงินก็อยากได้ แต่อีกใจก็เสียวหายนะว่ากันตามผลนิด้าโพล ประเมินอารมณ์ประชาชนกลุ่มตัวอย่างต่อโครงการ “เทกระจาด” รัฐบาลเพื่อไทยไล่แจกเงิน “ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท”อัดงบประมาณบานกว่า 5.6 แสนล้าน หว่านอภิมหาประชานิยมร้อยละ 30.92 มากเป็นอันดับหนึ่ง ค่อนข้างกังวล อาจได้ไม่คุ้มเสียกับประเทศ ขณะที่ 60 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับแรก หากรัฐบาลยกเลิกแจกดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยลดลงตัวเลข “ย้อนแย้ง” ตอกย้ำความพิลึกพิลั่นของนโยบายใหญ่ของประเทศเดิมพันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของรัฐบาล แต่ถอยไม่ได้ในจังหวะตี “สัญญาณธง” อารมณ์แบบที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินสาย “เชียร์อัป” ปลุกชาวบ้านร้านตลาดที่ต้องการเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ออกมาส่งเสียงแข่ง อย่ายอมให้คนคัดค้านเสียงดังกว่า“ท้าวัดพลัง” กับนักเศรษฐศาสตร์ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ นักวิชาการสถาบันทีดีอาร์ไอ อาจารย์มหาวิทยาลัย ล่ารายชื่อรวมตัวทักท้วงพร้อมกับปล่อยขบวนรถแห่พรรคเพื่อไทยตีปี๊บ “ร้อยคนค้าน ล้านคนคอย”โหมตีกิน “มัดจำ” คะแนนนิยมล่วงหน้าอ่านไพ่ ตามฟอร์มเจ้าตำรับประชานิยม ไฟต์บังคับของพรรคเพื่อไทยที่เสียหายหนักจากการตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้วกับ 2 ลุงเกมการเมืองบีบ ต้องกู้คะแนนต้นทุนหน้าตักคืนเน้นเป้าหมายฉุกเฉินเฉพาะหน้าในการประคองแต้ม ยื้อกระแสความนิยมสู้กับทีมก้าวไกล มากกว่าจะฟังเสียงทักท้วงเรื่องวินัยการเงินการคลัง ผลเสียหายทางเศรษฐกิจ การสร้างภาระหนี้มหาศาลไว้ให้ลูกหลานในอนาคตโจทย์บังคับนายเศรษฐา ต้องปลุกใจ เร้ากองเชียร์ พยายามทำจิตแข็งๆสู้ “เดจาวู” ไม่กลัวทุจริตจำนำข้าวหลอกหลอนโชว์ลูกฮึด ไม่แกว่งไปกับการโดนล็อกเป้า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งทีม “มอนิเตอร์” ตามเฝ้าประกบเหลี่ยมยุทธ์โคตรเซียนการตลาด ปั่นกระแสบี้กับฝ่ายคัดค้านได้คู่คี่แต่ปัญหาจริงๆมันไม่ได้อยู่ที่แนวต้านแค่นั้น จุดสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด รัฐบาลยังตอบไม่ได้เลยว่า จะเอาเงินงบประมาณจากตรงไหนมาใช้ในมหกรรมเทกระจาด ตามที่ประกาศชัดตั้งแต่บนเวทีปราศรัย โชว์เป็นนโยบายหาเสียงที่มันต้อง “สำเร็จรูป” มาแล้วเพราะตามกฎหมายต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นหลักฐาน ความเป็นไปได้ ไม่ใช่การหลอกลวงมาให้ได้ซึ่งคะแนนเสียงสามารถเดินหน้าได้ทันทีที่เป็นรัฐบาล ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการฯมาเสาะหาแหล่งเงิน ไล่เบี้ยแบงก์รัฐมาลงขันนโยบายคว่ำตายหงายเป็นโดยมีคุกตะรางเป็นเดิมพันเต็มไปด้วย “ช่องโหว่อันตราย” แค่คำถามเรื่องเอกชนที่รับเหมาทำระบบ “บล็อกเชน” ค่าจ้างมหาศาลในการรองรับระบบดิจิทัล วอลเล็ต ทั้งๆที่แบงก์รัฐอย่างธนาคารกรุงไทยฯมีแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว พร้อมกว่า ไม่ต้องลองผิด ลองถูก ไม่ต้องเสียงบประมาณซ้ำซ้อนนี่ก็หาเหตุผลมาอธิบายกันเหนื่อยแล้วแต่ทั้งหมดทั้งปวง ในเมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ยืนกรานเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ถือสิทธิ์เต็มในการคุมอำนาจฝ่ายบริหารเสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ พลังจากฝ่ายคัดค้านคงไม่มีผลแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรฐานความรับผิดชอบสูงๆของการเมืองปัจจุบัน การบริหารประเทศบนจุดเสี่ยง ก่อความเสียหายใหญ่หลวงต่อเงินแผ่นดิน ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนาทุจริตตัวอย่าง “วิบากกรรม” มีให้เห็นอยู่ตรงหน้า ต้องโทษจริง ติดคุกจริงเมื่อกล้าเดิมพัน ก็ต้องมั่นใจ พร้อมแบกรับความเสี่ยงไว้เอง.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม