ดูเหมือนว่านายเศรษฐา ทวีสิน จะหน้าตาเคร่งเครียดในช่วงนี้ เพราะโครงการแจกเงินหมื่นถูกรุมคัดค้าน ซ้ำเติมด้วยสงครามตะวันออกกลาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากพูดคุยกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลแล้ว นายก รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตัวประกันต้องถูกปล่อยตัว โดยเร็วที่สุดแต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในขณะนี้ ไม่ใช่ “สงคราม” ตามปกติ แต่เป็น “การก่อการร้าย” ถ้าถือเป็นสงคราม การที่กองกำลังฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จะเป็น “อาชญากรรมสงคราม” มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 คน เป็นพลเรือน เป็นลูกเล็กเด็กแดงไม่เลือกหน้าฝ่ายอิสราเอลจึงต้อง “เอาคืน” ด้วยการทิ้งระเบิดและโจมตีฉนวนกาซา ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของฮามาส และชาวปาเลสไตน์ รายงานข่าวระบุว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน เป็นการสู้รบแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” โดยไม่คำนึงถึงกติกาใดๆ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเป็นกลุ่มชาตินิยมจัด นิยมใช้ความรุนแรงเข้าลักษณะ “ขิงก็ราข่าก็แรง” แรงมาก็แรงไป และอาจแรงกว่า ไม่ได้สูญเสียเฉพาะยิวกับฮามาส แต่ต่างชาติก็โดนด้วย มีคนอเมริกันเสียชีวิต 27 คน หายสาบสูญ 14 คน รองลงมาน่าจะเป็นคนไทยที่ต้องสูญเสียชีวิตแรงงานไป 24 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และถูกจับเป็นตัวประกัน 16 คนกลุ่มฮามาสเปิดเผยว่าจับตัวประกันไป 150 คน แต่ไม่ได้แยกแยะว่า เป็นคนชาติใดบ้าง การจับชาวอเมริกันเป็นตัวประกัน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะสหรัฐฯเป็นลูกพี่ใหญ่ ที่อยู่เคียงอิสราเอลมาโดยตลอด แต่กับประเทศไทยไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ เพียงแต่มีแรงงานไทยไปรับจ้างทำการเกษตรในอิสราเอลการจับตัวประกันเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะมีการออกข่าวว่ากลุ่มฮามาสขู่จะฆ่าตัวประกัน ในทุกครั้งที่อิสราเอลบอมบ์กาซา ที่ผ่านๆมา การจับตัวประกันทำเพื่อเป็นการต่อรอง อิสราเอลเคยประกาศว่าพร้อมที่จะปล่อยกลุ่มฮามาสนับพันคน แลกกับการปล่อยตัวทหารอิสราเอลคนเดียว แต่ไม่มีการกระทำตามที่พูดสำหรับคนไทยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ นอกจากความปลอดภัยของแรงงานไทย 3 หมื่นคนแล้ว ตัวประกัน 16 คน น่าห่วงที่สุด เพราะชะตากรรมขึ้นอยู่กับกลุ่มฮามาส แม้แต่รัฐบาลปาเลสไตน์ก็อาจควบคุมไม่ได้ รัฐบาลไทยจึงต้องใช้การทูตทุกช่องทาง เพื่อเจรจากลุ่มฮามาส ให้ปล่อยตัวคนไทยเป็นอิสระ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม