สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (ไต้หวัน) จัดงานฉลองครบรอบ 112 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐจีน ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดยมีเซีย ซิ่ว เม่ย รองผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน กล่าวแสดงจุดยืนและทิศทางที่ไต้หวันกำลังมุ่งไปในสุนทรพจน์ครั้งนี้ เซีย ซิ่ว เม่ย ระบุว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 สถานการณ์ระหว่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานกำลังถูกคุกคามโดยลัทธิเผด็จการ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเผชิญกับความไม่แน่นอน ไต้หวันจะมุ่งพัฒนาตนให้เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันเศรษฐกิจไต้หวันมีเสถียรภาพในระดับสูง มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สถาบันบริหารธุรกิจโลซาน (IMD) ของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันโลก ประจำปี 2023 ให้ไต้หวันอยู่ในอันดับ 6 ดีขึ้นต่อเนื่องถึง 5 ปีซ้อนเช่นเดียวกับมูลนิธิเดอะ เฮอริเทจ สถาบันคลังสมองสหรัฐฯ ประกาศดัชนีเสรีภาพทางเศรษฐกิจประจำปี 2023 ให้ไต้หวันอยู่อันดับ 4 ในบรรดา 184 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ชิปของโลก 60% และชิประดับไฮเอนด์สัดส่วน 92% ต่างมาจากไต้หวันในปีนี้ ไต้หวันยังยกฐานะทบวงสิ่งแวดล้อม สภาบริหารเป็น “กระทรวงสิ่งแวดล้อม” และผ่าน “รัฐบัญญัติรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” กลายเป็นประเทศที่ 18 ในโลกที่วางเป้าหมาย “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593” ให้เป็นลายลักษณ์อักษร กฎหมายนี้นอกจากจะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมโลก ยังผลักดันการลงทุนและช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานหลัก 4 ประเภทของไต้หวัน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ยานยนต์ไฟฟ้า และการอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานนอกจากนี้ การส่งเสริม “นโยบายมุ่งใต้ใหม่” ของไต้หวันได้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว โดยมีไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของไต้หวันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวันและไทยมีความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ยาวนาน ใกล้ชิด และมีพลวัตในด้านต่างๆ ชาวไต้หวันพำนักอยู่ในไทยราว 150,000 คน เราจะมุ่งมั่นกระชับความร่วมมือระหว่างกันในด้านเศรษฐกิจและการค้า การแพทย์และสุขภาพ การเกษตรและการประมง แรงงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการศึกษา.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม