นายกฯเสียใจแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 24 ราย แจ้งขอกลับไทยกว่า 7 พันคน เผยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวประสานจีน-สายการบินอินเดีย ขอคนไทยร่วมเดินทางกลับย้ำจุดยืนไทยวางตัวเป็นกลาง ขณะที่กระทรวงบัวแก้วระบุมีคนไทยได้กลับมาต่อเนื่องคราวละร้อยกว่าคนมาลงที่ “อู่ตะเภา-บน.6” พร้อมเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาให้เร็วขึ้น ส่วน ทอ. เรียกกำลังพลสำรองนักบิน A340 จากการบินไทย ร่วมภารกิจ ด้านครอบครัวแรงงานบางรายต้องวิ่งวุ่นหาเงินส่งให้เป็นค่าเดินทาง-ค่าตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้ได้กลับบ้านเร็วขึ้นในขณะที่รัฐบาลเร่งหาทางช่วยเหลือนำแรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางกลับบ้าน ก็มีข่าวร้ายเมื่อแรงงานไทยเสียชีวิตเพิ่มอีกแรงงานไทยตายอีก 3 ศพที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นที่น่าเสียใจว่าทางสถานทูตไทยประจำอิสราเอลได้รายงานว่ามีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิต 24 รายแล้ว และถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนเท่าเดิมคือ 16 ราย ขณะนี้ยังมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อจะเร่งนำคนไทยกลับมาสู่ประเทศไทยให้เร็วที่สุด ปัจจุบันมีผู้แสดงเจตจำนงจะเดินทางกลับไทยประมาณ 7,000 กว่าคน ต้องขอขอบคุณสายการบินพาณิชย์ทั้ง 3 แห่ง คือนกแอร์ แอร์เอเชีย และการบินไทยที่ได้ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีในการหาลู่ทางนำคนไทยออกมาโดยเร็วที่สุด ใช้สัมพันธ์ส่วนตัวดีลบินเอกชนนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเองไม่ได้หยุดยั้ง ได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวติดต่อกับภาคเอกชนที่มีเครื่องบิน และมีคอนเนกชันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะมีการประสานใช้สายการบิน Spic Jet ซึ่งมีเครื่อง A340 แต่ละไฟลท์สามารถรับคนได้ประมาณ 350 คน อาจเร็วที่สุดคือวันที่ 15 ต.ค.ได้ให้ช่องทางการติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว เพราะสายการบินดังกล่าวจะลำเลียงคนอินเดียไปส่งอยู่แล้ว หากเราสามารถตกลงกันได้ และเคลียร์กับทางรัฐบาลอิสราเอลเพื่อให้เครื่องบินลงจอดได้ จะจัดการทันทีโดยเร็วที่สุดย้ำไทยวางตัวเป็นกลางส่วนกรณีมีนักวิชาการฝ่ายความมั่นคงแสดงความกังวลถึงการวางตัวของรัฐบาลไทยกับอิสราเอล อาจกระทบเรื่องปาเลสไตน์หรือไม่ นายเศรษฐายืนยันว่า เราวางตัวเป็นกลาง เพราะเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งของใครทั้งสิ้น หน้าที่ตนคือการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นปาเลสไตน์ หรือทางสถานทูตอิสราเอล เพื่อปกป้องคนไทยให้ปลอดภัยจากวิกฤติสงครามครั้งนี้ ยืนยันว่าเราไม่ได้มีการช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ไม่ได้มีการแสดงจุดยืนว่าเข้าข้างใคร เราเข้าข้างคนไทยที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่รัฐบาลไทยเป็นห่วงตอนนี้คือคนไทยอีกกว่าประมาณ 6-7 พันคน ที่อยากจะออกมา รวมทั้งพี่น้องของคนเหล่านี้ที่อยู่ในเมืองไทยกว่าหมื่นคนที่กังวล เรื่องนี้เราให้ความสำคัญสูงสุด ยินดีทำงานร่วมกับทุกฝ่ายให้คนไทยปลอดภัย รวมถึงไม่มีปัญหาในการเปิดน่านฟ้า เพื่อบินไปรับคนไทยกลับประเทศ ปกติจะใช้เวลาเป็นสิบวันในการขออนุญาต ตอนนี้เหลือเพียง 2 วัน และถ้ามีปัญหาอะไรก็พร้อมยกหูพูดคุยกันทั้งหมดจะนำคนไทยกลับมาเรื่อยๆนอกจากนี้ นายกฯยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันเดียวกันอีกว่า ได้รับแจ้งจากทูตไทยในอิสราเอลว่าเครื่องบินที่นำคนไทยกลับ เพิ่งเดินทางออกมาอีกลำ ถือเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่น่ากังวลใจคือมีคนไทยที่อยู่ในรายชื่อเดินทางกลับไม่ปรากฏตัว ติดต่อไม่ได้ บางส่วนเปลี่ยนใจไม่กลับ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบางคนแสดงเจตจำนง แต่แจ้งมาว่าออกจากพื้นที่ไม่ได้เพราะมีการยิงจรวดถล่มต่อเนื่อง รัฐบาลจะจัดเครื่องบินให้ได้เยอะที่สุดพยายามลำเลียงออกมา และท่านทูตแจ้งว่าทหารอิสราเอลช่วยลำเลียงคนจากจุดสุ่มเสี่ยงเต็มที่ ส่วนการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เชื่อว่าคงมีการเจรจากันอยู่แล้ว ยืนยันว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เป็นเพียงผู้บริสุทธ์ที่เดือดร้อน ในฐานะนายกฯมีหน้าที่ให้คนไทยปลอดภัยเยอะที่สุด ทั้งคนที่ตกค้างอยู่ หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บ ที่น่ากังวลมากคือคนที่ตกเป็นตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะใช้ทุกทาง ทั้งทางปาเลสไตน์หรือประเทศอื่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย อิสราเอลเร่งช่วยตัวประกันวันเดียวกัน นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลว่า สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรง เรากังวลในการเข้าพื้นที่ทางภาคพื้นดินของทางการอิสราเอล ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียกำลังพลและพลเรือนจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจต่อทั้งสองฝ่าย ล่าสุดกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ได้ส่งกำลังพลเข้าไปที่ฉนวนกาซา ใกล้เคียงชายแดน เพื่อพยายามค้นหาตัวประกัน ซึ่งผู้ประสานงานเรื่องตัวประกันและผู้สูญหายของฝ่ายอิสราเอลได้ออกมาระบุว่าขณะนี้อิสราเอลมีความพยายามทางการทูต เพื่อจะนำตัวประกันออกมา และขณะนี้อิสราเอลอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อส่งสิ่งของต่างๆให้กับตัวประกัน ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากลุ่มฮามาสจะยอมรับหรือไม่นำร่างกลับภูมิลำเนาให้เร็วขึ้นนางกาญจนากล่าวอีกว่า ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 ราย รวมเป็น 24 ราย บาดเจ็บเพิ่มเติม 2 ราย รวมเป็น 16 ราย และผู้ถูกจับเป็นตัวประกันเท่าเดิม คือ 16 ราย ส่วนการนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมานั้นคงต้องใช้เวลา สถานทูตได้ติดต่อกับผู้จัดการบริษัทที่ทางการอิสราเอลมอบหมายให้จัดการส่งศพผู้เสียชีวิตชาวต่างประเทศ ขอให้เร่งรัดกระบวนการเพื่อจัดการส่งศพกลับภูมิลำเนา แต่เนื่องด้วยมีศพชาวต่างชาติจำนวนมาก แต่รับปากว่าจะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด ทางการอิสราเอลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับถึงภูมิลำเนา กลับมาอีก 137 คนลง บน.6นางกาญจนากล่าวว่า ส่วนภารกิจการอพยพ ขณะนี้สถานทูตกำลังอพยพคนไทย สายการบิน Fly Dubai จะเปลี่ยนเครื่องที่นครดูไบและถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในเวลา 07.25 น. วันที่ 15 ต.ค. มีผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้แทนกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขรอต้อนรับ จากนั้นจะนำผู้อพยพมาที่โรงแรมเอส ซี ปาร์ค ในเวลา 10.00 น. ผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยญาติไปรอรับ ตั้งเป้าเดินทาง 100 ราย แต่มี 2 ราย ที่เปลี่ยนใจไม่กลับประเทศไทยแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีคนไทยมาถึง 91 ราย ต้องรออัปเดตว่ามาขึ้นเครื่องได้ทันหรือไม่ นอกจากนี้ ในวันที่ 15ต.ค.นี้ สถานทูตเตรียมจะอพยพคนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง รวม 137 ราย เที่ยวบินของกองทัพอากาศออกจากกรุงเทลอาวีฟ เวลา 13.00 น. ถึงท่าอากาศยานกองทัพอากาศ บน.6 ในวันที่ 16 ต.ค. เวลา 04.40 น. นอกจากนี้มีความพยายามในการหาเที่ยวบินพิเศษอีกจำนวนมาก เพื่อให้สามารถเดินทางให้ได้วันละ400 รายแจ้งขอกลับไทยกว่า 7 พันคนนางกาญจนากล่าวว่า ที่ประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อช่วงบ่าย ที่มีนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ เป็นประธาน ได้หารือถึงแผนการหาเครื่องบินและสายการบินต่างๆ ในการอพยพคนไทยให้ได้ตามเป้าหมาย โดยวันถัดไปจะมีการอพยพคนไทยอีก 250 คน สายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ ขณะที่รัฐบาลจะจัดเครื่องบินของกองทัพไทยและการบินไทยบินไปรับอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังหารือกับสายการบินอื่นๆด้วย ขณะนี้ทางสถานทูตได้จัดศูนย์พักพิงชั่วคราวของสถานทูตแห่งใหม่ คือ โรงแรม David InterContinental Tel Aviv ตั้งอยู่ที่ Kaufmann St 12, Tel Aviv-Yafo, 61501 แทนโรงแรม Dan Panorama ที่ได้ถูกนำไปใช้ในภารกิจอื่น ศูนย์พักพิงแห่งใหม่ จำนวน 100 ห้อง เปิดใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป ส่วนผู้อพยพคนไทยที่เดินทางกลับมาถึงไทยแล้วในวันที่ 13 ต.ค. มีจำนวน 56 คน แยกเป็นภารกิจของรัฐบาล 19 คน และซื้อตั๋วเดินทางกลับมาเอง 37 คน ทุกรายเดินทางกลับถึงภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยแล้ว และจนถึงขณะนี้มีคนไทยในอิสราเอลแสดงความจำนงกลับไทยรวม 7,058 รายเจ็บ 2 รายส่งกลับบ้านแล้วด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่าคนไทยชุดที่ 2 เดินทางกลับด้วยสายการบินพาณิชย์ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ต.ค.รวมทั้งสิ้น 56 คน เป็นชาย 55 คน หญิง 1 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง 2 ราย รายแรกเป็นชาย อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา จ.นครพนม มีแผลบริเวณสะโพกได้รับการรักษาบาดแผลมาแล้ว มีอาการปวดเข่าซ้าย รายที่ 2 เป็นชายอายุ 26 ปี ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น มีแผลที่บริเวณเชิงกราน ได้รับการรักษาบาดแผลมาแล้วเช่นกัน ยังปวดแผลเล็กน้อย ทีมแพทย์ส่งตัวไปนอน รพ.บางพลี และเช้าวันที่ 14 ต.ค.ทั้ง 2 ราย อาการทั่วไปปกติ และประสงค์ที่จะกลับไปรักษาต่อใกล้บ้าน แพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.ได้ นอกจากนี้ มีอาการเจ็บคอ 1 ราย ผลตรวจ PCR ไม่พบเชื้อ แพทย์ให้การรักษาก่อนให้กลับภูมิลำเนา ส่วนการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพจิต มีผู้ต้องประเมินสุขภาพจิต 22 ราย ในจำนวนนี้มีภาวะเครียด 3 ราย มีอาการตื่นตัวมากเกินไป 5ราย ทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิตให้การเยียวยาก่อนส่งกลับภูมิลำเนา จะประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลในภูมิลำเนาติดตามอาการต่อเนื่องทอ.ระดมนักบินแอร์บัส A–340นอกจากนี้ มีรายงานจากกองทัพอากาศเปิดเผยว่า กองทัพอากาศออกเดินทางจากประเทศไทยไปรับคนไทยที่อิสราเอล ในคืนวันที่ 14 ต.ค.นี้ หลังจากมีคนไทยแสดงความจำนงต้องการกลับมากกว่า 5,000 คน กองทัพอากาศได้เตรียมส่งอากาศยาน เป็นเครื่องบินแอร์บัส A-340 ทำให้ต้องบินจำนวนหลายเที่ยวบิน แม้ว่าจะมีสายการบินพาณิชย์เข้ามาร่วมบินรับคนไทยกลับประเทศ แต่ด้วยระยะทางที่ไกล และต้องมีจำนวนเที่ยวบินหลายเที่ยวบิน ทำให้มีนักบินไม่เพียงพอ โดยเฉพาะนักบินเครื่องบินแอร์บัส A-340 กองทัพอากาศอยู่ระหว่างเรียกกำลังพลสำรองตามระบบที่จัดเตรียมไว้ในยามจำเป็นจะขอให้นักบินเครื่องบินแอร์บัส A-340 จากการบินไทยที่มีประสบการณ์มีความคุ้นเคยเส้นทางและเคยบินมากับเครื่องแบบนี้แล้ว ได้ประสานงานกันแล้ว มีนักบินการบินไทยหลายคนพร้อมมาร่วมบินกับนักบินของกองทัพอากาศ ใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ เพื่อให้การหมุนเวียนและการพักผ่อนของนักบิน ตามกฎการบินเพียงพอ ปลอดภัยต่อการบิน เป็นไปตามมาตรฐานสากลเมียวิ่งยืมเงิน 4 หมื่นเป็นค่าตั๋วสำหรับบรรยากาศของครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอล ที่ยังตั้งหน้าตั้งตารอบุคคลอันเป็นที่รักกลับมาอย่างปลอดภัย มีทั้งรัฐบาลในการจัดหาเที่ยวบินกลับมา และซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาเอง ที่บ้านโนนชาด ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางเจนจิรา พรหมหล้า อายุ 38 ปี ภรรยาของนายชุมพล นิชำนาญ อายุ 39 ปี แรงงานไทยที่หนีตายมาอยู่สนามบินได้แต่ไม่มีเงินติดตัว เกิดปัญหาซื้อตั๋วเครื่องบินในการเดินทางกลับไทย นางเจนจิรากล่าวว่า สามีทำงานในพื้นที่การเกษตรห่างจากฉนวนกาซาประมาณ 20 กม.เมื่อเกิดเหตุรุนแรงสามีไปซ่อนตัวในไร่มะเขือเทศ จนมีทหารเข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นนายจ้างพาออกจากพื้นที่มุ่งหน้าไปภาคเหนือและส่งเข้าทำงานในสวนเกษตรอีกรอบ การสู้รบขยายเข้าสู่พื้นที่จึงคุยกับเพื่อนร่วมงานรวม 6 คน ชวนเดินทางกลับไทย แต่ที่ลงชื่อไว้มีกำหนดรับคนกลับในวันที่ 18 ต.ค. สามีเห็นว่าสถานการณ์รุนแรงใกล้ตัวเข้ามาทุกวัน หากรอวันที่มารับอาจไม่รอด พากันออกมาด้วยรถแท็กซี่มาที่สนามบิน แล้วติดต่อมาทางบ้านให้ยืมเงินพี่ชาย 4 หมื่นบาทโอนไปให้เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินในค่ำนี้ หากมาถึงบ้านแล้วจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือ รวมถึงแก้บนที่ศาลปู่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลและคุยกันแล้วว่าจะไม่ให้สามีกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกเด็ดขาดแม่ส่งค่าเดินทางให้ลูก 3.75 หมื่นส่วนที่บ้านนายสดชัยและนางทองอินทร์ จันสมุด ที่ ต.โพนยาง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ เป็นบ้านพ่อแม่ของนายธนาชัย จันสมุด อายุ 32 ปี แรงงานไทยที่เตรียมเดินทางกลับไทย มีนายสุริยะ สำเภา กำนัน ต.โพนยาง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่มาเยี่ยมให้กำลังใจพ่อและแม่ของนายธนาชัยที่นั่งจุดธูปกราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณ บริเวณหน้าบ้าน บนบานขอให้ลูกเดินทางกลับมาสู่อ้อมอกพ่อแม่อย่างปลอดภัย จากนั้นได้มีการพูดคุยกับลูกชายผ่านวิดีโอคอลเฟซบุ๊ก เพื่อสอบถามสถานการณ์ นายธนาชัยมีกำหนดเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 16 ต.ค. จากนั้นจะต่อเครื่องมาลงที่สนามบินอุบลราชธานี คาดว่าจะถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 16 ต.ค. สำนักงานแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ จัดรถตู้อำนวยความสะดวกให้ครอบครัวไปรับที่สนามบินอุบลฯ และส่งกลับถึงบ้านด้วย ทั้งนี้ นางทองอินทร์ มารดานายธนาชัย กล่าวว่า วันแรกลูกชายได้ส่งรูปการสู้รบมาให้ดู ตนรับไม่ได้เพราะรุนแรงมาก ได้แต่ห่วงลูกและบอกให้ลูกหาที่หลบภัยรวมถึงให้กลับ แต่การเดินทางกลับมีค่าใช้จ่าย ตนโอนเงินไปให้ลูกชาย 37,500 บาท เพื่อเดินทางกลับไทยและมาที่สนามบินอุบลราชธานีจุดธูปขอศพลูกถึงบ้านไวๆส่วนที่บ้านนายกระบวน และนางหนูพา พันธ์สะอาด ที่บ้านหนองแวงใต้ 3 ต.ขมิ้น อ.เมืองกาฬสินธุ์ เป็นบ้านพ่อแม่ของนายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี หนึ่งในแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากการถูกยิง ปรากฏว่าตลอดวันมีหน่วยงานรัฐและนายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย มาเยี่ยมมอบของช่วยเหลือ โดยทันทีที่มาถึงนายวิรัชได้โผเข้าสวมกอดนายกระบวน และนางหนูพาแสดงความเห็นอกเห็นใจกับการสูญเสีย พร้อมนั่งพูดคุยให้กำลังใจ ทั้งนี้ นางหนูพามารดานายสมควรกล่าวว่า ถึงวันนี้เข้าสู่วันที่ 7 แล้วที่ต้องสูญเสียลูกชายที่เป็นเสาหลักของ 2 ครอบครัวไป ตนกับสามียังรอคอยวันที่ทางรัฐบาลนำร่างลูกชายกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี เบื้องต้นทราบจากเพื่อนลูกชายที่ทำงานด้วยกันว่า ศพลูกชายน่าจะมาถึงวันที่ 18 ต.ค.นี้ แต่ยังไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุร้ายลูกชายไม่ได้เข้าฝันตนกับสามีเลย ได้แต่อธิษฐานว่าคงหมดเวรหมดกรรมขึ้นสู่สวรรค์ไปแล้ว ตนและสามีเฝ้าแต่จุดธูปวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ส่วนที่เกี่ยวข้องนำร่างของลูกชายกลับมาในเร็ววัน เพื่อที่พ่อแม่จะได้มั่นใจว่าลูกชายไปสู่สุคติ นอกจากนี้ สิ่งที่เหลืออยู่คือหนี้สินน่าจะไม่น้อยกว่า 2 แสนบาท เนื่องจากเพิ่งเดินทางไปทำงานไม่ถึงปี ทางครอบครัวอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือ รวมทั้งค่าจัดการศพ และสิทธิประโยชน์อื่นๆด้วย เพราะทุกวันนี้จนใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ครอบครัวต่างจัดพิธีรับขวัญขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวัน ครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่เดินทางกลับถึงภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย ได้จัดพิธีรับขวัญตามประเพณี รวมถึงหน่วยงานรัฐเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง ช่วงเช้าที่ท่าอากาศยานฯจังหวัดอุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รอง ผวจ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนางอมรทิพย์ ประทุมรัตน์ ภรรยา นายเกรียงศักดิ์ พันธุ์สุรี อายุ 37 ปี มารอรับสามีกลับบ้านใน อ.หนองวัวซอ เมื่อนายเกรียงศักดิ์ เดินทางออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้า นายสุรศักดิ์ ได้เข้าคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้นายเกรียงศักดิ์ เป็นการต้อนรับสู่บ้านเกิด พร้อมเดินไปส่งขึ้นรถที่อำเภอหนองวัวซอจัดไว้รับส่งจนถึงบ้าน และทันที ที่มาถึงนางบุญมี พันธุ์สุรี อายุ 61 ปี แม่และครอบครัวภรรยาของนายเกรียงศักดิ์ เข้ามาต้อนรับด้วยความดีใจ โดยนางบุญมี แม่นายเกรียงศักดิ์โผเข้ากอดลูกชายทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึง จากนั้นนายเกรียงศักดิ์ได้จุดธูปไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ต่อด้วยมีการทำพิธีผูกแขนรับขวัญนายเกรียงศักดิ์ ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะได้กลับมาไทยเร็วขนาดนี้ ทางสถานทูตเร่งให้เลยได้กลับมาเร็ว อยากขอบคุณสถานทูต และรัฐบาลที่ช่วยเหลือ และฝากถึงเพื่อนแรงงานที่อยู่โน่นถ้าไม่ปลอดภัย อยากให้กลับมาบ้านเราหนุ่มนครพนมได้กอดลูกครั้งแรกส่วนที่ จ.นครพนม นายชาตรี ชาศรี อายุ38ปี ชาว ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม แต่มีภรรยาเป็นชาว ต.พระซอง อ.นาแก เป็นอีกหนึ่งแรงงานไทยที่ถูกกลุ่มทหารฮามาสกราดยิง จนได้รับ บาดเจ็บ กระสุนทะลุขาซ้าย 1 นัด และทะลุจากก้นฝังช่องท้องล่าสุดอาการปลอดภัย และได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดสู่อ้อมกอดครอบครัวภรรยาและลูกทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะลูกคนเล็กที่อายุ 4 ขวบ ที่เป็นการกอดครั้งแรกของพ่อกับลูกเนื่องจากไปทำงานอิสราเอล ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์แค่ 3 เดือน ที่ผ่านมาแค่พูดคุยเห็นหน้ากันผ่านโทรศัพท์ เช่นเดียวกับที่บ้านดงต้อง ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม นายคำจันทร์ และนางแสน คำต้อง พ่อแม่ของนายคมสัน คำต้อง หรือท็อปอายุ 30 ปี จัดพิธีผูกแขนรับขวัญลูกชายตามประเพณี มีนายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม นายนพพร มานะ แรงงานจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนผู้นำชุมชนท้องถิ่น ร่วมต้อนรับให้กำลังใจอบอุ่น จัดหมูดำรับหนุ่มอาข่าที่ จ.เชียงราย นายอายิ ตาฮอง อายุ 44 ปี นางหมี่เบอ แซ่มือ อายุ 47 ปี ไปรับลูกชายนายบุญมา ตาฮอง อายุ 28 ปี ที่เดินทางกลับมาไทยเป็นชุดที่ 2 ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จากนั้นพากันกลับหมู่บ้านอาแหละ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งทันทีที่ลงจากรถศาสนจารย์โบสถ์คริสต์ในหมู่บ้าน นายอาเจ๊ะ แซ่มือ ผู้ใหญ่บ้านอาแหละ และญาติๆ มาร่วมสวดอธิษฐานเรียกขวัญให้แก่นายบุญมาที่ยังหวาดผวาจากเหตุการณ์ถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงถล่มแคมป์คนงาน เห็นคนเจ็บและตายติดตา ญาติพี่น้องได้มาร่วมพูดคุยถามทุกข์สุขเตรียมจัดงานครั้งใหญ่ในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ นายอายิ พ่อของนายบุญมากล่าวว่าตอนที่ได้ยินข่าวยิงถล่มกันรู้สึกตกใจ โทร.หาลูกชายครั้งแรกพูดคุยกันได้ ต่อมาติดต่อกันไม่ได้ คิดมากนอนไม่หลับ ต่อมาลูกชายโทรกลับมาเล่าว่าได้หนีตายไปหลบอยู่ในป่าและโทรศัพท์ กระเป๋าเงิน พาสปอร์ตไม่ทันเอาออกมาด้วย มีเพียงเสื้อชุดเดียว และกำลังจะได้กลับมาไทย รู้สึกดีใจที่ลูกปลอดภัย จนมาถึงกรุงเทพฯและนั่งเครื่องบินต่อมาเชียงราย นำญาติๆไปรับจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง และได้เตรียมหมูดำไว้ 1 ตัว ทำพิธีอธิษฐานรับขวัญตามหลักศาสนาคริสต์และประเพณีชนเผ่าอาข่า และเลี้ยงญาติๆ เพื่อนในหมู่บ้านเขยลาหู่ต้องปรับสภาพจิตใจส่วนที่บ้านแสนเมืองโก ต.เทอดไท อ.แม่ฟ้าหลวง ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา นายยาลี ทวีสวรรค์ อายุ 63 ปี นางนาแก ทวีสวรรค์ อายุ 58 ปี ชนเผ่าลาหู่ พ่อตาแม่ยายของนายดุสิต วิบูลย์วิโรจน์กูล พร้อมด้วยลูกชายของนายดุสิต 2 คน อายุ 14 ปี และ 11 ปี ได้นั่งคุยทางวิดีโอคอลกับนายดุสิต ภายหลังได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลขึ้นเครื่องบินกลับมาเป็นชุดที่ 2 มีนางรัตนา ภรรยาที่ทำงานอยู่ จ.ระยอง เดินทางไปรับสามีที่สนามบินสุวรรณภูมิ พากันเดินทางไปพักที่ จ.ระยอง ชั่วคราว เพื่อให้นายดุสิตปรับสภาพจิตใจ ที่ยังตกใจกับเหตุการณ์ถูกยิงถล่มในแคมป์คนงาน พร้อมเพื่อน 15 คน บางคนหนีไม่ทันถูกยิงได้รับบาดเจ็บเร่งอพยพคน-ค้นหาตัวประกันส่วนความคืบหน้าการสู้รบระหว่างกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา สำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานตรงกันว่ายิ่งทวีความรุนแรง หลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการภาคพื้นดิน เคลื่อนกำลังพลและรถถังเข้าสู่พื้นที่ฉนวนกาซาแบบจำกัดวง ก่อนถึงเส้นตาย 24 ชั่วโมง ที่ประกาศให้พลเรือนทั้งหมดในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาราว 1.1 ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติอพยพจากบ้านเรือนมุ่งหน้าลงใต้ กำหนดให้ใช้ถนนสายหลัก 2 สาย ระหว่างเวลา 10.00 น. และ16.00น. เพื่อความปลอดภัย แม้กลุ่มฮามาสประกาศกร้าวจะสู้จนเลือดหยดสุดท้ายและสั่งห้ามประชาชนไม่ต้องหนีไปไหน อย่างไรก็ตาม พล.ร.ต.ดาเนียล ฮาการีโฆษกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลระบุว่า เป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของปฏิบัติการนี้คือการค้นหาตัวประกัน 150-200 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสนำไปซ่อนตามจุดต่างๆในฉนวนกาซาประมาณ 150-200 คนขณะที่ความรุนแรงครั้งนี้สังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์สูงถึง 2,269 รายบาดเจ็บ 9,814 ราย ส่วนชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อยกว่า1,300รายโวอิสราเอลจะชนะศึกด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์กระตุ้นความ สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ย้ำว่าชาวอิสราเอลกำลังต่อสู้เพื่อบ้านเกิด จะไม่มีวันลืมความโหดร้ายของศัตรู และจะไม่มีวันให้อภัย รวมทั้งจะไม่มีวันปล่อยให้ชาวโลกลืมความโหดร้ายต่อชาวยิวมานานหลายทศวรรษ ผู้นำอิสราเอลยังเน้นย้ำด้วยว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ศัตรูของเราจะต้องชดใช้อย่างแสนสาหัส ยืนยันว่าอิสราเอลได้รับการสนับสนุนมหาศาลจากนานาชาติ จะทำลายกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และอิสราเอลจะได้รับชัยชนะอ่านข่าว "สงครามอิสราเอล" เพิ่มเติม