แรงงานไทยในอิสราเอลชุดที่ 2 เดินทางพ้นสงครามที่เสมือนนรกบนดินกลับถึงไทยอีก 19 คนอย่างปลอดภัย มีครอบครัวไปรอรับถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอบอุ่น ขณะที่แรงงาน 38 คนซื้อตั๋วเดินทางกลับเองรวม 57 ชีวิต ยื่นขออพยพอีก 6,778 ราย เผยเหตุการณ์นาทีเฉียดตายถูกกลุ่มฮามาสขว้างระเบิดถล่มที่พักทั้งยังกราดยิง ตะโกนบอกว่าเป็นคนไทยก็ยังไม่เป็นผล หลังจับตัวประกันได้ถึงถอยกำลังออกไป ส่วนแรงงานไทยลอตแรกที่กลับถึงภูมิลำเนากลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวแล้ว พ่อแม่ญาติพี่น้องจัดบายศรีสู่ขวัญให้หายตระหนกตกใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตที่ประสบ นายกรัฐมนตรีรุดหารือเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยให้ช่วยแรงงานไทยที่ยังตกค้างต้องเผชิญสถานการณ์สงครามและถูกบังคับให้ทำงานทั้งที่ยังมีการระดมยิงกัน ด้านทูตอิสราเอลลั่น จะดูแลแรงงานไทยเต็มที่ให้เหมือนเป็นพลเมืองของอิสราเอล สุดสลดใจ ตัวประกันไม่ทราบสัญชาติถูกสังหารอีก 13 ราย ขณะที่ทางการอิสราเอลประกาศเตือนพลเมืองให้อพยพ หวั่นมีการโจมตีภาคพื้นดินอีกระลอกภายหลังแรงงานไทยจำนวนมากประสบชะตากรรมเลวร้ายสุดๆ จากสถานการณ์สู้รบกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส มีแรงงานไทยบางส่วนถูกจับเป็นตัวประกันยังไม่สามารถช่วยเหลือมาได้ ขณะที่แรงงานไทยอีกกว่า 5 พันคนยื่นความจำนงกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ยอมยุติการทำงานขอหนีภัยสงครามเดินทางกลับไทย ในจำนวนนี้มีแรงงานไทยลอตแรก 41 คน เดินทางกลับมาสู่อ้อมกอดครอบครัวแล้ว ทูตอิสราเอลลั่นดูแลคนไทยเต็มที่ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 13 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง หารือกับ น.ส.ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราช ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบที่อิสราเอลด้วยความกังวล กล่าวว่า หวังว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติในเร็ววัน ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ไทยขอคัดค้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ ทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ รวมถึงคนไทย ขณะที่เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯกล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนไทยและผู้บริสุทธิ์ทุกคน พร้อมจะดูแลทุกคนที่อยู่ในอิสราเอลเหมือนเป็นพลเมืองของตนเอง แต่ขอให้เข้าใจว่าอิสราเอลเผชิญกับสงครามรูปแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทราบดีว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล ที่มีประมาณ 30,000 คน รัฐบาลอิสราเอลได้ติดตาม ประเมินสถานการณ์และจัดแผนให้การช่วยเหลือคนไทย ที่ขณะนี้มี 16 คนถูกลักพาตัวอยู่ รัฐบาลอิสราเอลพร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้คนไทยทั้ง 16 คนได้รับการปล่อยตัวหนุนลำเลียงคนไทยกลับบ้านต่อมาเวลา 09.20 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประ เทศไทยมาอัปเดตสถานการณ์และขอร้องให้ช่วยคนไทยอย่างไรบ้าง เรื่องแรกเป็นส่วนของคนงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล ขอร้องไปว่าขอให้นำกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุด อิสราเอลขอความเห็นใจเช่นกัน เนื่องจากมีขั้นตอนหลายอย่าง เช่น การพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์เพราะมีการเสียชีวิตแล้ว จะได้เงินค่าตอบแทน รวมทั้งบุตรธิดาที่จะได้รับค่าตอบแทนตลอดชีวิต ต้องทำให้ถูกต้องก่อน ได้ขอร้องกับอิสราเอลว่ามีคนไทยแสดงเจตจำนงกลับประเทศกว่า 6 พันคน ความเร็วรวดในการอพยพมายังที่ปลอดภัย ต้องยอมรับว่าข้อมูลยังสับสนอยู่ แต่ที่แน่นอนคือจะสามารถอพยพได้วันละ 200 คน เอกอัครราชทูตฯยืนยันว่ามีเครื่องบินมารับเท่าไร พร้อมนำส่งกลับออกมาทันที จุดใหญ่วันนี้คือเครื่องบินที่จะต้องไปรับกลับมาให้ได้ คณะทำงานประชุมเพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำคนไทยกลับมาได้โดยเร็ว รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการลำเลียงคนออกมาจากจุดต่างๆมายังจุดปลอดภัยพร้อมส่งกลับ รวมทั้งระหว่างรอมีประชาชนที่ประสบปัญหาด้านจิตใจ รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญเข้ามาดูแลอย่างดีเท่าที่จะทำได้รับเรื่องคนไทยถูกบังคับทำงาน นายกฯกล่าวอีกว่า ปัญหาที่ยังมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลว่ามีคนไทยถูกบังคับให้ทำงานอยู่ที่พื้นที่ที่เกิดภาวะสงคราม เอกอัครราชทูตฯรับทราบถึงปัญหาและพยายามหาความจริงให้ได้ พร้อมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะมาบังคับให้ทำงานในภาวะสงครามไม่ได้ ไม่ควรให้เกิดในช่วงเวลาเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่เราต้องลืมเรื่องผลประโยชน์ไปก่อน เอาความปลอดภัยสำคัญที่สุด เอกอัครราชทูตฯยืนยันว่าภาวะสงครามไม่ได้ลดหย่อนลง ความเข้มข้นยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอร้องและวิงวอน ความจริงคือการกดดันท่านเอกอัครราชทูตฯ ว่า คนของเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทของใครทั้งนั้น แต่เรากลายเป็นชาติที่สูญเสียมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ ถ้าไม่นับอิสราเอล เรามีผู้เสียชีวิต ณ เวลานี้ 21 คน ถือว่าสูญเสียมาก ยังไม่แน่ใจว่าจะมีแค่นี้หรือไม่ให้ปล่อยตัวประกันไม่เกี่ยวข้อพิพาทนายเศรษฐากล่าวว่า สิ่งที่ขอร้องเอกอัครราช ทูตฯ เป็นเรื่องสุดท้ายคือเรื่องตัวประกัน ขอให้ดูแลและเร่งเจรจานำตัวออกมาให้ได้และตัวประกันไม่ได้เป็นของชาติไทยเพียงชาติเดียว คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนของข้อพิพาทตรงนี้ หากดูตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ คนเหล่านี้ต้องถูกปล่อยออกมาโดยเร็วที่สุด และต้องให้ความสำคัญที่สุด รัฐบาลไทยพยายามใช้ทุกเส้นทาง ทั้งเรื่องความมั่นคงคงไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่ นำตัวกลับให้เร็ว-เอกสารเรื่องรองนายเศรษฐากล่าวอีกว่า คณะทำงานฯเชิญตัวเเทนสายการบินเอกชนต่างๆมาพูดคุยที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะมีขั้นตอนหลายอย่างในการบินข้ามประเทศและน่านฟ้า เที่ยวบินพิเศษต่างๆที่จะบินผ่านเข้าไป ต้องขออนุญาตก่อน ไม่ว่าน่านฟ้าประเทศไหน กระทรวงการต่างประเทศพยายามอย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขเองก็เตรียมพร้อมการรับผู้ป่วยกลับมา กระทรวงแรงงานช่วยประสานงานอย่างเต็มที่ ทำงานกันตลอด ไม่ได้หยุดเรื่องการขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าของแต่ละไฟลท์ กำลังพยายามเจรจาในการลดขั้นตอน เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ เกิดภาวะสงคราม หวังว่านานาชาติจะช่วยอำนวยสะดวกให้ เพราะปัจจุบันเครื่องบินที่จะไปนำคนไทยกลับมายังไม่เพียงพอกับความต้องการ เห็นใจครอบครัวที่อยู่ในไทย ใจเขาใจเรา เมื่อถามถึงข้อกังวลเกี่ยวกับเอกสารของคนไทยที่จะนำกลับ จะมีการลดขั้นตอนอย่างไรให้เกิดความรวดเร็ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งความสำคัญสูงสุดของเราคือต้องพาคนไทยออกมาให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าภาวะสงครามนี้จะยืดเยื้อนานขนาดไหน สั่งการท่านทูตไปว่าเรื่องเอกสารเป็นเรื่องรอง99% ผู้บริสุทธิ์ออกจากเรดโซนแล้วเมื่อถามว่า ความคืบหน้าการนำคนไทยไปพักไว้ในประเทศที่ 3 นายเศรษฐา กล่าวว่า กต.กำลังคุย น่าจะมีประเทศอียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเมืองจิดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พยายามคุยกันอยู่ หากเข้าไม่ได้จะพักคอยไว้ หากมีสายการบินสามารถบินเข้าออกได้ ให้รับมาเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ การพบกับทูตอิสราเอลมีความสบายใจขึ้นนิดนึง เพราะท่านทูตยืนยันว่าไม่ต้องห่วงตอนนี้พร้อมหมด ใครจะมาถ้ามีเครื่องบินพอ นำออกมาได้หมด ซึ่งสามารถขนย้ายคนมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และในพื้นที่สู้รบ (red zone) 0-4 กิโลเมตร ในฉนวนกาซา 99% ของคนไทยหรือชาวต่างชาติที่เป็นผู้บริสุทธิ์ได้ถูกอพยพออกจากพื้นที่สู้รบแล้ว ตอนนี้ต้องไปดูว่าพื้นที่โซน 4-9 กิโลเมตร จะทำอย่างไรต่อไปก็จะพยายามเต็มที่ เมื่อถามว่าจะมีการสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทางออกมาเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตรงนี้ตนเชื่อว่ารัฐบาลรับผิดชอบให้ได้แน่นอนไม่ใช่ส่วนหนึ่งแต่เป็นทั้งหมด เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบตรงนี้มีอะไรจะรีบแถลงให้ ปชช.ทราบเมื่อถามถึงกรณีของสายสัญญาณโทรศัพท์ที่มีการร้องเรียนจากผู้ใช้แรงงานว่าโทร. ไม่ติด นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้รับรายงานมา คาดว่าเป็นเรื่องของคู่สายที่มีการใช้กันจำนวนมาก มีคนพูดคุยกันมากต้องรอต่อไป เมื่อถามว่าจะมีโอกาสไปรับคนไทยที่กลับจากอิสราเอลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องดูเวลา เพราะวันจันทร์ที่ 16 ต.ค. มีภารกิจเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและซาอุดีอาระเบีย มีหลายอย่างที่อยากทำมีคนเจ็บก็อยากไปเยี่ยมจะพยายามดูจังหวะเวลาว่าง วันที่ 14 ต.ค. ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะเชิญมาแถลงข่าวอีกครั้ง เพราะสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ญาติพี่น้องในประเทศไทยสบายใจ ตระหนักดีถึงใจเขาใจเรา มีคนเดือดร้อน มีคนไม่สบายใจในเรื่องนี้เยอะ กลับไทยลอตสองอีก 19 คนขณะที่ช่วงเช้าตรู่วันที่ 13 ต.ค. สถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ช่วยอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เป็นผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สงครามและหลบหนีมาจากพื้นที่อันตรายจำนวน 19 คน กลับไทยด้วยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY085 ออกจากกรุงเทลอาวีฟ เวลา 04.30 น .วันที่ 13 ต.ค. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 17.15 น. วันเดียวกัน เป็นเที่ยวบินที่ 2 ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดส่งคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดรถพาแรงงานไทยบางส่วนไปสนามบินพร้อมเตรียมอาหาร น้ำดื่มให้แรงงานทั้ง 19 คนสำหรับรายชื่อผู้ที่เดินทางกลับไทยด้วยสายการบิน El Al เที่ยวบิน LY085 มีดังนี้ 1.นายวีระพนธ์ หลับจันทร์ 2.นายดุสิต วิบูลวิโรจน์กุล 3.นายบุญมา ตาฮอง 4.นายเกรียงศักดิ์ พันธุ์สุรี 5.นายศราวุธ ทับทิม 6.นายไพฑูรย์ รักมณี 7.นายสุริยันต์ กันตา 8.นายวิชัย ทิวพงษ์งาม 9.นายคมสัน คำทอง 10. นายวิสุทธิ์ แซ่เล้า 11.นายเจิมศักดิ์ แซ่เล้า 12.นายผดุง บุตโม 13.นายชาตรี ชาศรี 14.นายปฐมพงษ์ หวันลา 15.นายสุชาติ จันทร์บาง 16.นายอานนท์ โพธิ์ศรี 17.นายรชานนท์ ศรีใส 18.นายนิสัน คล้ายคลึง และ 19.นายจิรพันธ์ ธงอาสาอพยพลอตสาม อีก 100 คน ถึงเช้า 15 ต.ค.นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จะจัดเที่ยวบินอพยพแรงงานไทยครั้งที่ 3 จำนวน 100 คน กลับไทยโดยสายการบิน Fly Dubai เที่ยวบิน FZ1550 ออกจากอิสราเอลวันที่ 14 ต.ค. เวลา 11.00 น. เปลี่ยนเครื่องที่นครดูไบและต่อเที่ยวบิน FZ1837 ออกจากนครดูไบเวลา 20.00 น. ถึงไทยวันที่ 15 ต.ค. เวลา 07.25 น. เมื่อถึงสนามบินอู่ตะเภาจะมีรถบัสรับไปยังโรงแรม SC Park ให้ญาติพี่น้องมารับกลับ ภูมิลำเนา ญาติพี่น้องของแรงงานไทยสามารถมาพบได้ที่โรงแรมตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. เป็นต้นไปนายกฯขอบคุณสายการบินเอกชนเวลา 16.40 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลว่า “ผมได้รับรายงานว่าวันนี้ทีมกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับการบินไทย นกแอร์ และแอร์เอเชีย เพื่อวางแผนจัดเที่ยวบินอพยพคนไทยกลับจากอิสราเอลโดยด่วน ตั้งแต่นี้ไปจนถึงสิ้นเดือน จะมีเที่ยวบินไปรับพี่น้องคนไทยที่ต้องการกลับบ้าน กลับมาประเทศไทยทุกวัน จนจบภารกิจครับ ผมขอขอบคุณทั้งสามสายการบินเป็นอย่างยิ่งที่สนับสนุนเครื่องบินเพื่อช่วยเหลือคนไทยในภารกิจสำคัญนี้ด้วยครับ”ด้านนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐากังวลใจต่อความปลอดภัยของคนไทยอย่างมาก กำชับการทำงานทุกจุด ประสานขอความร่วมมือจากทุกทาง โดยให้ความสำคัญต้องการให้คนไทยที่ประสงค์กลับบ้านได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยสถานการณ์อิสราเอลยังรุนแรงเย็นวันเดียวกัน นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในอิสราเอลว่า ยังคงมีความรุนแรงอยู่ มีการโจมตีด้วยจรวดในฉนวนกาซา คาดเป็นช่วงที่กลุ่มฮามาส เตรียมตั้งรับอิสราเอล อาจมีการบุกเข้าไปในพื้นที่ ฝ่ายอิสราเอลได้อพยพคนต่างชาติออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยกว่า 99% แล้ว ส่วนความคืบหน้าที่กระทบต่อคนไทยในพื้นที่ขอย้ำอีกทีผู้เสียชีวิต 21 ราย ผู้บาดเจ็บ 14 ราย และผู้ที่คาดถูกจับตัวไปจำนวน 16 ราย ส่วนการเดินทางกลับไทยในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 07.25 น. จะมาถึงไทยอีก 100 คน ไปลงที่สนามบินอู่ตะเภา มีรถบัสมารับต่อไปยังเอสซีพาร์คให้ญาติพี่น้องของคนไทยกลุ่มนี้มารอรับได้ ได้คุย กับสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์เพิ่มเติม เป็นชาร์เตอร์ไฟลท์จากอิสราเอล สนับสนุนภารกิจอพยพคนไทยในวันที่ 16 ต.ค. ประมาณ 250 ที่นั่ง เวลายังรอยืนยันอยู่ ทั้งนี้ ตั้งเป้าอพยพให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 คน จากทุกช่องทาง พยายามจัดการอย่างเร่งด่วนตามบัญชาการของนายกฯขอกลับบ้านเพิ่มเป็นกว่า 6 พันรายนางกาญจนากล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้กรอกแบบฟอร์มของสถานทูตกว่า 6,800 ราย ผู้ที่แสดงความประสงค์กลับไทยมีทั้งสิ้น 6,778 ราย ประสงค์ยังพำนักต่อในอิสราเอล 85 ราย สถานทูตจัดพื้นที่คล้ายเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับชาวไทยที่มาจากพื้นที่อื่นๆก่อนมาขึ้นเครื่องบินกลับไทย โดยจองโรงแรมแดนพาโนรามา พร้อมอาหาร 100 ห้อง ที่กรุงเทลอาวีฟไว้ สถานทูตจะประกาศให้พี่น้องคนไทยได้ทราบ แต่ถ้ามีความต้องการเพิ่มก็จองเพิ่มได้ ภารกิจอพยพคนไทยจากอิสราเอลมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนภารกิจนี้ให้เก็บเอกสารเพื่อรับค่าชดเชยนางกาญจนากล่าวว่า ตามที่นายกฯให้นโยบายต้องช่วยเหลือคนไทยทุกคน เห็นชอบในหลักการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้เดินทางกลับไทยมาจากอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. เป็นช่วงที่ประกาศภาวะสงคราม ต้องยื่นหลักฐานประกอบ เช่น บอร์ดดิ้งพาส ใบเสร็จ หรือตั๋วเครื่องบิน ประกอบกับเอกสารหลักฐานแสดงตน คือหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน อันนี้ให้ยื่นผ่านแรงงานจังหวัดและกระทรวงแรงงาน อย่างน้อยในหลักการรัฐบาลจะจ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้พี่น้องช่วยเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆไว้ก่อนแล้วรอฟังต่อไป หากอะไรลงตัวแล้วอาจไปตั้งอยู่ที่ท่าอากาศยานได้ เมื่อถามถึงแนวทางพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อส่งศพกลับ นางกาญจนากล่าวว่า ต้องทยอยพิสูจน์อัตลักษณ์ คงใช้เวลาพอสมควร เพราะในห้วงภาวะสงครามคนส่วนใหญ่ไปอยู่ในภารกิจสู้รบแรงงานไทยกลับมาตุภูมิลอตสองต่อมาเวลา 16.58 น.วันเดียวกัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบิน LY 085 นำ 19 แรงงานไทยเดินทางกลับถึงแผ่นดินไทยโดยสวัสดิภาพ ถือเป็นคนไทยกลุ่มที่ 2 ที่ต้องอพยพหนีตายกลับไทย มีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ให้การช่วยเหลือในการเดินทางกลับ ทั้งบางส่วนเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยสงคราม ต้องหลบหนีจากพื้นที่อันตรายอย่างหวุดหวิด ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอันอบอุ่นของพ่อแม่พี่น้องครอบครัวและญาติมิตรที่มารอรับ รวมถึงมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ พร้อมคณะเข้าไปรับแรงงานไทยกลุ่มนี้ถึงด้านใน ซื้อตั๋วกลับมาเองอีก 38 คนผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยในไฟลท์นี้ นอกจากจะมีแรงงานไทย 19 คน ที่สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ช่วยเหลือแล้ว ยังมีแรงงานไทยอีก 38 คน ที่ซื้อตั๋วเดินทางกลับมาเองมาด้วย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นำผู้ที่ช่วยเหลือเดินทางกลับมาครั้งนี้ออกมาเล่าเหตุการณ์ให้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวได้รับฟังเหมือนวันแรกๆถูกขว้างระเบิดถล่มถึงที่พักนายวีระพนธ์ หลับจันทร์ ชาวนครพนม หนึ่งในแรงงานไทยที่ได้รับการช่วยเหลือ เล่านาทีระทึกให้ฟังพร้อมโชว์ภาพห้องนอนภายในแคมป์คนงาน ที่ถูกระเบิดพังยับให้ผู้สื่อข่าวดู โดยกล่าวว่าทำงานอยู่ในพื้นที่ฝั่งติดฉนวนกาซา ช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค.เริ่มมีการโจมตีจากกลุ่มฮามาส ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นบริเวณใกล้ๆแต่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติจึงไม่ได้เอะใจหลบลงไปทำอาหารอยู่ในบังเกอร์ สักพักมีเสียงปืนกราดยิงเข้ามาใกล้ๆ มีคนไทย 2 คน เป็นผู้หญิงและชายอยู่บังเกอร์ด้านบนกรีดร้องเสียงดัง แล้วมีกลุ่มโจรสวมชุดลายพรางคลุมหน้าผมสีดำเข้ามาจับตัวไป ทั้งที่คนไทยทั้งคู่ตะโกนบอกไปว่าเป็นคนไทยแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อจับตัวประกันได้แล้วก็พากันกลับออกไป จึงตัดสินใจชวนเพื่อนวิ่งหลบเข้าไปในที่พัก ช่วง 18.00 น. กลุ่มฮามาสบุกมาจู่โจมอีกครั้ง คราวนี้มีทั้งกราดยิงการขว้างระเบิดเข้าไปในห้องพักคนงานทีละห้องจนเกิดไฟลุกไหม้เพดาน แต่ยังมาไม่ถึงห้องตนซึ่งหลบอยู่ใต้เตียงและตกใจจนทำอะไรไม่ถูกรอดูเพราะหนีออกมาซ่อนในสวนนายวีระพนธ์เล่านาทีรอดตายมาได้ว่า มีเพื่อนชวนวิ่งหนีหลบออกมาซ่อนตัวในสวนส้มบริเวณใกล้เคียงกับที่พักคนงาน โดยใช้วิธีหมอบกับพื้นแล้วไม่พูดคุยกัน เพื่อไม่ให้มีเสียงดังผิดสังเกต ช่วงนั้นคิดว่าตายแน่รู้สึกคิดถึงเมืองไทยคิดถึงหน้าพ่อแม่ กระทั่งช่วงสายวันที่ 8 ต.ค. มีเสียงเพื่อนคนงานมาตะโกนถามว่ามีใครหลบอยู่หรือไม่ขณะนี้ทหารอิสราเอลมาเคลียร์พื้นที่แล้ว ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ตอนนี้อยากชวนคนไทยที่หลงเหลืออยู่กลับไทยมาก่อนเพราะสถานการณ์สงครามยังไม่สงบและขอให้รัฐบาลไทยเร่งให้การช่วยเหลือโดยด่วนซื้อตั๋วกลับเองรัฐบาลจะจ่ายคืนให้ผู้สื่อข่าวถามว่าคนไทยที่ติดอยู่ในพื้นที่สีแดง จะช่วยเหลืออย่างไร นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ระบุว่า จากการพูดคุยกับทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้รับคำยืนยันว่าคนไทยออกจากจุดเสี่ยงแล้วกว่า 95% มีการส่งตัวไปพักตามศูนย์อพยพต่างๆที่ตั้งอยู่รอบเมือง ยอมรับว่าการอพยพคนไทยกลับเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะสถานการณ์ยังไม่สงบ ต้องรวบรวมจำนวนคนและมีการระบุตัวตน จึงสามารถนำออกมาได้ ทูตไทยประจำอิสราเอลแจ้งว่าจะจัดเตรียมรถที่เป็นของทางราชการไปรับคนไทยในแต่ละแห่งมาอยู่ที่ศูนย์อพยพเพื่อความปลอดภัย วันนี้มีแรงงานไทยเดินทางกลับประเทศรวม 57 คน สถานทูตไทยส่งมา 19 คน นอกนั้นเป็นการซื้อตั๋วกลับมาเอง ผู้ที่จ่ายเงินค่าเครื่องบินเอง รัฐบาลจะช่วยเหลือรับผิดชอบให้ทุกคน ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ กระทรวงสาธารณสุขนำไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนส่งกลับภูมิลำเนาต่อไปกำพระขอรอดตายจากนรกบนดินในส่วนแรงงานไทยที่รอดพ้นความเลวร้ายของสงครามในอิสราเอลที่เหมือนนรกบนดินและเดินทางกลับถึงภูมิลำเนาชุดแรก 15 คน เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวนั้น มีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญสร้างกำลังใจ โดยเมื่อเช้าวันที่ 13 ต.ค. ที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 22 ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พ่อแม่และญาตินายจิรายุ สุกใส อายุ 24 ปี แรงงานไทยที่ไปทำงานรับจ้างเลี้ยงไก่ในฟาร์มเขตฉนวนกาซาและถูกกลุ่มฮามาสบุกเข้ามายิงในแคมป์คนงานจนบาดเจ็บที่ไหล่ขวา ทำพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญนายจิรายุ เจ้าตัวกล่าวว่า ดีใจมากที่ได้กลับบ้าน ถูกยิงเมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค.ขณะนอนอยู่ในห้องพักที่แคมป์ สักพักมีทหารอิสราเอลขับรถถังเข้ามาถล่มยิงกลุ่มที่เข้ามายิงพวกตน สิ้นเสียงปืนเห็นพวกที่บุกเข้ามาถูกยิงตาย 4 คน ตนถูกยิงที่ไหล่ขวาบาดเจ็บถูกนำตัวไปรักษาที่ รพ. ช่วงถูกยิงนาทีนั้นคิดถึงพ่อแม่จับใจและนำพระที่ห้อยคอขึ้นมาพนมมือไหว้ขอให้คุ้มครองชีวิตจะไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้วขอหางานทำที่ไทยดีกว่าเผยความโหดแม้แต่เด็กยังฆ่าที่ จ.อุดรธานี นายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดนำคณะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 2 บ้านโนนพัฒนา ต.สร้างแป้น อ.เพ็ญ เยี่ยมนายไกรสร บัวผาย อายุ 42 ปี แรงงานไทยในอิสราเอลที่เดินทางกลับบ้านลอตแรกถึงอุดรธานีเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 ต.ค. มีญาติและชาวบ้านมาแสดงความยินดีจำนวนมาก มีนางปิยะพร สังข์ทอง ผญบ. โนนพัฒนา ภรรยานายไกรสรต้อนรับ นายไกรสร เล่าว่า ไปทำงานสวนมันเทศทำหน้าที่ดูแลระบบน้ำในสวน เงินเดือน 6-7 หมื่นบาท สัญญา 5 ปี เหลืออีก 3 เดือนจะครบสัญญา แต่มาเกิดเหตุก่อน ปกติเวลาทั้งสองชาติจะยิงกันจะมีการแจ้งล่วงหน้าแต่คราวนี้ไม่แจ้ง กลุ่มฮามาสประมาณ 2 พันคน บุกเข้ามาทางพื้นดิน พังรั้ว กระโดดร่มข้ามแดนบุกเข้ามายิง เห็นใครก็ยิงทิ้งหมดแม้แต่เด็กก็ตาย คนในที่พักอยู่ใกล้กันถูกฆ่าหมด ที่รอดมาได้เพราะขณะกลุ่มฮามาสกำลังจะมาที่พักของตน มีทหารอิสราเอลมาช่วยไว้ทัน ตนคงไม่กลับไปอิสราเอลอีก ขอให้แรงงานไทยที่ยังอยู่ที่นั่นรักษาตัวให้รอดปลอดภัยทุกคน ขณะที่นางปิยะพรกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ ได้แต่นับวันรอสามีกลับบ้าน ได้กลับมาถือว่าโชคดีมาก ค่าแรงเดือนนี้นายจ้างโอนมาให้แล้ว ฝากถึงแรงงานที่ยังอยู่อิสราเอล ขอให้ปลอดภัยกลับบ้าน โผกอดพ่อแม่-ขอบคุณทุกฝ่ายส่วนที่บ้านเลขที่ 172 ม. 5 ต.วัฒนา อ.ส่องดาว จ.สกลนคร รถตู้ของกรมแรงงานมาส่งนายณรงค์ชัย ลีละครจันทร์ หนึ่งในแรงงานไทยกลุ่มแรกที่กลับมาจากอิสราเอลถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ท่ามกลางความดีใจของพ่อแม่และญาติพี่น้อง ที่เมื่อพบหน้ากันก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ มีนายชยุต วงศ์วนิช รอง ผวจ.สกลนคร นำคณะมาต้อนรับแสดงความยินดี จากนั้นมีพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือรับขวัญนายณรงค์ชัย หลังต้องเผชิญวิกฤตการณ์สงครามในอิสราเอล นายณรงค์ชัยกล่าวว่า ดีใจที่ได้กลับบ้านขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือนำกลับบ้านอย่างปลอดภัยแฉกลุ่มฮามาสระดมยิงไม่เลือกเช่นเดียวกับที่บ้านเลขที่ 124 ม.8 บ.ดงหม้อทอง ต.ดงหม้อทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ของนายวิมาน หรือโน่ วงค์จำปา อายุ 38 ปี อีกหนึ่งแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน มีพ่อแม่ เมียและลูกพร้อมญาติพี่น้อง รอรับและร่ำไห้ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายพบหน้าและโผกอดกันหลังรอดตายกลับถึงบ้าน นางสมหมาย แม่นายวิมาน นำสวิงมาทำพิธีช้อนรับขวัญตามความเชื่อแต่โบราณและผูกแขนรับขวัญก่อนร่วมทานอาหาร อาทิ ข้าวต้มหมูสับ ลาบ ส้มตำ ปลานิลทอด นายวิมานกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือให้เดินทางกลับถึงภูมิลำเนาและเล่าเหตุการณ์ที่เกือบตายว่าวันเกิดเหตุกำลังนั่งรถเจอกลุ่มฮามาสที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงระดมยิงใส่ทันที ตนถูกกระสุนที่แขนบาดเจ็บนายจ้างพาหนีไปซ่อนตัวจนปลอดภัย วันนี้แม้ได้กลับบ้านแต่ยังรู้สึกหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงบ้านแล้วก็อบอุ่นใจมากขึ้นไม่เจอกระสุนปืนมีแต่ระเบิดตกใส่ที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 8 ต.สงเปื่อย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร นายสุพิพัฒน์ กงแก้ว อายุ 26 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล กลับมาถึงบ้านเกิดพร้อมกับนางญานิศา ทวีแก้ว น.ส.พิมพัชสุดา แสงกอง แม่และเมีย ที่ไปรับที่สนามบิน เมื่อมาถึงนายสุพิพัฒน์ ได้เข้าไหว้ญาติพี่น้องก่อนเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญที่จังหวัดจัดให้เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ มีนายสุวัฒน์ เข็มเพชร รอง ผวจ.และญาติพี่น้องร่วมพิธี นายสุพิพัฒน์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแคมป์คนงานที่อิสราเอลว่า วันที่ 7 ต.ค. ช่วงเช้าหลังตื่นนอนได้ยินเสียงไซเรนแจ้งเตือนการสู้รบ วิ่งเข้าหลุมหลบภัย จนเวลา 08.00 น. ยังได้ยินเสียงปืน ต่อมามีเจ้าหน้าที่บอกให้หลบอยู่ในบังเกอร์ไปก่อน เพราะมีผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาในพื้นที่ ขณะนั้นปิดโทรศัพท์มือถือเพราะกลัวทางบ้านเป็นห่วง โชคดีที่แคมป์ที่อยู่ไม่มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามา มีเพียงลูกระเบิดที่ตกลงมาบริเวณที่นั่งกินข้าว จากนั้น 1 วัน ติดต่อครอบครัวเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดรู้สึกโล่งและสบายใจก้มกราบเท้าแม่หลังรอดชีวิตแรงงานไทยลอตแรกอีกรายที่เดินทางกลับจากอิสราเอลถึงไทย คือนายสมบูรณ์ แซ่ว่าง อายุ 33 ปี และกลับถึงบ้าน อยู่เลขที่ 146 บ้านสวนทราย หมู่ที่ 6 ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ถึงในเวลา 03.40 น. วันที่ 13 ต.ค. หลังจากรถตู้ของสำนักงานจัดหางานจังหวัดน่าน ที่ไปรับนายสมบูรณ์ขับเข้ามาในซอย นางทิพประภาท แซ่ว่าง ผู้เป็นแม่ ได้กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปรับลูกที่ลงจากรถ และนายสมบูรณ์ได้ก้มกราบเท้าพร้อมเข้าสวมกอดและร้องไห้ด้วยความดีใจที่รอดชีวิตกลับมา นายสมบูรณ์ แซ่ว่าง เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไปทำงานที่อิสราเอลได้ 7 เดือน ดูแลระบบน้ำที่แคมป์คนงาน ห่างจากฉนวนกาซา 2- 3 กิโลเมตร แต่ติดกับค่ายทหารประมาณ 10 เมตร ที่รอดชีวิตกลับมาเป็นความโชคดีที่แคมป์คนงานอยู่ในพื้นที่กันดาร ไม่มีไฟ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนน้อย ไปอยู่กับคนไทยรวม 11 คน ตอนเกิดเหตุมียิงจรวดทีเดียวหลายร้อยนัดและไฟดับสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดสัญญาณ จากนั้นก็เสียงปืนเสียงระเบิดดังขึ้นทุกทิศทุกทางทั้งจากทางอากาศและภาคพื้น ตนกับคนงานรวม 5 คนรอดชีวิตเพราะทหารอิสราเอลมาช่วยทัน อีก 6 คน ที่หนีไปหลบอยู่ห้องนิรภัยถูกยิงตายหมด นครพนมตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานที่สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม ยังคงมีญาติครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางมาติดต่อขอรับการช่วยเหลือในการประสานให้แรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากบางรายสูญหาย ขาดการติดต่อ ถูกจับเป็นตัวประกัน นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม ได้มีการให้ตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์สู้รบในอิสราเอล ให้ญาตินำเอกสารที่เกี่ยวข้องยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ขอรับการช่วยเหลือ เปิดสายตรงแรงงานจังหวัดนครพนม โทร.09-6975-9453 (24 ชั่วโมง) หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 เพื่อเร่งช่วยเหลือนายจ้างบังคับทำงานทั้งที่ยังยิงกันในจำนวนนี้มี น.ส.ยุพิน ทองดีนอก อายุ 30 ปี ชาว ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม นำเอกสารมาขอให้ช่วย น.ส.จารุวรรณ จันทะวงษ์ หรือนุ้ย อายุ 35 ปี พี่สาวของสามี ชาว ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ไปทำงานในฟาร์มเกษตรเขตกรุงเทลอาวีฟ ห่างฉนวนกาซานานกว่า 4 ปี หลังเกิดภัยสงครามยังถูกนายจ้างบังคับให้ทำงานและข่มขู่ว่าจะให้ออก หากไม่ทำตามคำสั่งนายจ้าง ทั้งที่มีทหารออกมา กราดยิง รวมถึงยิงระเบิดปะทะกัน ต้องหลบภัยวุ่น มีแรงงานชาวอีสานเกือบ 50 คน เป็นชาวนครพนมประมาณ 10 คน ที่ยังพักในแคมป์คนงานและไม่ยอมออกไปทำงานตามนายจ้างสั่ง เพราะห่วงความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดน มีการสู้รบตลอดเวลา ขณะนี้ขาดแคลนอาหารจึงมาประสานผ่านแรงงานจังหวัดติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ เร่งเข้าไปช่วยเหลือกลับไทยด้วยตัวประกันถูกสังหารแล้ว 13 รายส่วนสถานการณ์การสู้รบ วันเดียวกัน กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซาออกแถลงการณ์ยืนยันตัวประกันชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติที่ถูกคุมขังในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาอย่างน้อย 13 รายถูกสังหารในสถานที่ต่างกัน 5 แห่ง จากการระดมโจมตีทางอากาศและยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ต่อเป้าหมาย 750 แห่งในฉนวนกาซา ภายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตัวประกัน 6 คน เสียชีวิตจากการโจมตีในสถานที่ 2 แห่ง ในเขตภาคเหนือ อีก 7 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีในสถานที่คุมขัง 3 แห่งในสถานที่อื่นๆที่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ก่อนหน้านี้อิสราเอลยืนยันกลุ่มฮามาสจับตัวประกันไปกว่า 150 คน มีทั้งพลเรือนและสมาชิกกองกำลังป้องกันอิสราเอล ขณะที่การห้ำหั่นครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนของทั้ง 2 ฝ่ายไปแล้ว กว่า 2,800 ราย เป็นชาวปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซาสูงถึง 1,537 ราย บาดเจ็บ 6,612 ราย ขณะที่ชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อยกว่า 1,300 ราย อิสราเอลประกาศเตือนให้อพยพด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอลประกาศเตือนพลเรือนทั้งหมดในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา รวมทั้งเมืองกาซา ซิตี้ เมืองเอกของฉนวนกาซา ราว 1.1 ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติเร่งอพยพออกจากบ้านเรือนภายใน 24 ชั่วโมง บ่งชี้ถึงการโจมตีภาคพื้นดินอย่างเข้มข้นอาจเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หลังจากถล่มหนักทางอากาศตลอด 6 วันที่ผ่านมา ให้เหตุผลว่าอิสราเอลไม่ต้องการทำร้ายพลเรือนชาวปาเลสไตน์ นายสเตฟาน ดูจาริค โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า การอพยพผู้คนจำนวนมหาศาลภายในเวลาจำกัดเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงด้านมนุษยธรรม ขณะที่กลุ่มฮามาสโต้คำเตือนของอิสราเอลว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมเตือนประชาชนให้ยืนหยัดอย่างมั่นคงไม่ต้องสนใจกับคำลวงสงครามจิตวิทยาอันน่าขยะแขยงของอิสราเอลอ่านข่าว "สงครามอิสราเอล" เพิ่มเติม