นพ.ประดิษฐ์ ไชยบุตร ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ ภายหลังเพจเฟซบุ๊กสมาพันธ์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปโพสต์ข้อความระบุ “บอร์ดสุขภาพฯ เป็นการฉีก สธ.เป็นชิ้นๆ การเงินอยู่ สปสช. พัฒนาคนอยู่กับมหาวิทยาลัย ค่าตอบแทนอยู่กรมบัญชีกลาง ทำนโยบาย Super broad ลดอำนาจ รมต.และปลัด สธ.” ว่าเรายังไม่รู้ว่าบอร์ดชุดนี้มีแนวทางในการพัฒนางานสาธารณสุขอย่างไร ที่ผ่านมาองค์ประกอบที่พัฒนางานสาธารณสุขมีการแยกเป็นส่วนๆ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูเรื่องเงินงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูแลเรื่องการบริหาร ส่วนการกำหนดตำแหน่งข้าราชการ ตำแหน่งกำลังคนด้านสาธารณสุขก็อยู่ที่ กพ. และเรื่องค่าตอบแทน อยู่ที่กระทรวงการคลัง ดังนั้น บทบาท สธ.จริงๆ ที่จะพัฒนางานสาธารณสุขกลายเป็นว่ามีส่วนค่อนข้างน้อย แล้วบอร์ดที่จะมาดูในภาพรวมจะมีทิศทางอย่างไร เพราะมีทั้งนักการเมือง มีองค์ประกอบหลากหลาย ได้แต่ตั้งคำถามและจับตาดูว่าบอร์ดนี้ตั้งขึ้นมาแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับระบบสาธารณสุข สร้างประโยชน์กับประชาชนแค่ไหน เราเคยบอกว่างานสาธารณสุขควรจะเอาการเมืองออกไป เพราะงานสาธารณสุขต้องตรงไปตรงมา ถ้ามันมีอย่างอื่นเข้ามาทำให้แนวคิดในการพัฒนาเบี่ยงเบนไป จะเห็นว่าปัญหาหลายๆอย่างใน สธ.เป็นเรื่องที่การเมืองเข้ามา ตอนนี้สมาพันธ์ฯมองว่า เมื่อเขาเดินหน้าแล้วก็คงต้องเฝ้าดูว่า บอร์ดนี้จะทำอะไรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อระบบ ต่อภาพรวมหรือไม่ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์บอร์ดสุขภาพแห่งชาติถูกการเมืองครอบงำ ลดบทบาท สธ.ว่า จะมองว่าการเมืองครอบงำก็แล้วแต่มุมมอง แต่มุมมองตนถือว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนให้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งก็ต้องดำเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาและนโยบาย สธ.หากดำเนินการอะไรที่เป็นผลเสียหรือส่อในทางแสวงหาผลประโยชน์ก็ต้องถูกตรวจสอบผ่านกลไกต่างๆนพ.ชลน่านกล่าวถึงข้อเสนอภาคประชาชนที่ให้บอร์ดสุขภาพแห่งชาติเร่งแก้ปัญหาการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่พบบางพื้นที่ไม่พร้อมทำให้คนไข้ต้องไปรักษา รพ.ชุมชน ว่า การถ่ายโอน หากจำเป็นและเห็นเป็นปัญหาก็อาจจะนำเข้าสู่บอร์ดสุขภาพแห่งชาติเพื่ออุดรอยรั่ว.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่