บูรพา อารัมภีร เขียนเรื่องเพลง “เหมือนไม่เคย” ไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับ ก.ย.2566 แต่นำเรื่องย้อนไปเล่าเรื่อง เดือน ก.ค. ครบรอบชาตกาล 100 ปี รพีพร ว่า คนที่เกิด ก.ค. พ.ศ.เดียวกัน ครบรอบ 100 ปี เหมือนกัน คือ ชาลี อินทรวิจิตรผมดูหนังกลางแปลง เรื่องดวงตาสวรรค์ พิศมัย วิไลศักดิ์ เล่นบทนางร้าย..ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น หนังจบ ผมจำชื่อผู้อำนวยการสร้าง “ชาลี อินทรวิจิตร” ไว้ในใจ คนอะไรทำหนังเก่งพอฟังเพลง “ท่าฉลอม” เพลง “แม่กลอง” เพลงอะไรต่ออะไร มากมาย ก็ยิ่งฟุ้ง แต่งเพลงก็ดังเจอตัวจริง ตอนเป็นนักข่าว..เคยสงสัย ทำไมพี่โก (โกวิท สีตลายัน) พี่วิ (ระวิ โหลทอง) เรียก “พี่หง่า” ไม่เรียกชื่อชาลี ผมสับสน กับชื่อ สง่า อารัมภีร ครูเพลงอีกคน ที่รู้ๆว่าสนิทกันแบบไปไหนไปกันก็เพิ่งรู้ ตอนคุณบูรพา อารัมภีร เขียนนี่เองว่า..สง่า อินทรวิจิตร เคยเป็นพระเอกละครทีวี เรื่องเคหาสถ์สีแดง ใครไม่เคยดู ผมเคยดูและจดจำได้แม่น เมื่อปี 2501-2ที่จำได้ เพราะระหว่างนั่งในเรือข้ามฟาก ท่าวัดดาวดึงส์ ก็มองเห็นคฤหาสถ์ใหญ่หนึ่ง ทางซ้ายท่าพระอาทิตย์ พอละครตอนหนึ่ง มีเสียงบรรยาย “โอ้ เคหาสถ์สีแดง..” แล้วฉายภาพตึกหลังนั้น ผมก็ถึงบาง อ้อ.. ก็ตึกหลังนี้เองเคหาสถ์สีแดง เป็นนิยายดังของ “ดวงดาว” ระหว่างการแสดง “ท่านดวงดาว” เรียกพระเอกสง่าไปหาที่ร้านหยกฟ้า หน้าศาลาเฉลิมนคร บอกเธอแสดงเป็นนายเรือตรีชาลี สมบทบาทในนิยายเหลือเกิน“ฉันขอมอบชื่อชาลี ให้แทนชื่อสง่า จะได้ไม่พ้องกับชื่อหัวหน้าวงดนตรี ซึ่งเป็นนักแต่งเพลง”พระเอกสง่า ก็ก้มกราบ และกลายร่าง เป็น “ชาลี อินทรวิจิตร” มานับแต่นั้นเรื่องหัวใจนักเลงไร้เทียมทาน..ของชาลี..พี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ เป็นคนเล่าปีหนึ่ง ผมทำ นสพ.ฟ้าเมืองไทย อยู่หลังกระทรวงมหาดไทย ชาลีรู้ว่าผมแย่เรื่องเงินทอง เขากำลังสร้างหนังเรื่อง “สวนสน” หิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์มาหา“เอ้ย จนนักหรือ” เขาถาม พลางเปิดกระเป๋านับเงินให้ 4,000 บาท“เอ้า เอาไป แล้วช่วยอั๊วเขียนสโลแกนโฆษณาหนัง” แล้วเราก็เริ่มคิดโฆษณาหนังสวนสนกันเดี๋ยวนั้นเล็ก โตปาน ผู้ช่วย บก.ของผม ก้าวเข้าประตูมาทำงาน “เฮ้ หง่า” เล็กทัก “ทำไม หน้าเศร้านักวะ” ชาลีถาม ผมตอบแทนว่า “เล็กเขาจนยิ่งกว่าอั๊วอีก!” เล็กหัวเราะแหะๆผมพูดต่อ “ดูซี กระเป๋าเอกสารยังไม่มีใช้เลย นั่น ต้องหิ้วถุงกระดาษ”ชาลีหันไปคุยกับเล็ก เขาเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟรุ่นแรกรุ่นเดียวกัน ชาลีเปิดกระเป๋าเจมส์บอนด์ เอาเงินสดปึกใหญ่ยัดใส่กระเป๋ากางเกง ปิดกระเป๋าแล้วยื่นให้เล็ก “เอ้า เอาไปใช้”“มีกระเป๋า ไม่มีเงินใส่ จะมีประโยชน์อะไรวะ” เล็กพูด “เอ็งเปิดกระเป๋าดูก่อนซี”เล็กเปิดกระเป๋าในนั้นมีเงินอยู่สองพัน” นี่คือนักเลงในความหมายของอาจินต์ ปัญจพรรค์นักเลงกับนักเลง เขามีลูกเล่นกันแบบไหน เรื่องต่อไปนี้ ผมน่าจะอ่านจากคอลัมน์คุณบูรพานี่ล่ะ! ไปแม่กลองด้วยกัน ชาลีเล่นพนัน (เหมือนเคยๆ) เสีย อาจินต์ แนะให้แต่งเพลง “แม่กลอง” เอาเงินคืนราวสิบปีที่แล้ว ผมไปยืนโม้เรื่องชีวิตวัยรุ่นที่แม่กลอง บนเวทีในงาน คุณสมพงษ์ สมวงศ์ ที่โรงแรมศรีราชาลอดจ์ ชลบุรี พูดจบคนฟังคนหนึ่งปราดขึ้นเวที ชาลี อินทรวิจิตร ประกาศ จะร้องเพลง “สายชล แม่กลอง” ให้กิเลนฟังผมนับถือชาลี อินทรวิจิตร มาแต่ไหนแต่ไร ก็ขยับความนับถือมาเป็นความรักความศรัทธา มีงานอะไรก็เขียนให้ “พี่หง่า” มาจนถึงวันตายผมขอใช้คอลัมน์วันนี้ ระลึกถึง 100 ปี ชาลี อินทรวิจิตร พ่วงงานเขียนคุณบูรพา อารัมภีร ไปด้วยคน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม