อังคารเมื่อวานนี้ ผมรับใช้ถึงตอน “...ผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยว่า ใครสนับสนุนขบวนการฮะมาส” และผมบอกว่าจะมาตอบในวันพรุ่งนี้ (คือวันนี้) เรื่องการสนับสนุนฮะมาสอาจจะเป็นทำนองเดียวกับผู้สนับสนุนดาเอซ (บางคนเรียกกองกำลังรัฐอิสลาม, ไอเอส, ไอซิส หรือรัฐอิสลามอิรัก และลิแวนต์) หลังจากพ่อผมตระเวนอิรัก ซีเรีย อิหร่าน จอร์แดน ปาเลสไตน์ คูเวต ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน ฯลฯ วันหนึ่งก็ตั้งข้อสงสัยว่า ไอซิสอาจจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯถึงแม้เออร์โดกันจะเป็นประธานาธิบดีตุรกี แต่กลุ่มที่มีอำนาจจริงคือกลุ่มมาร์มาร่าของนายกูเลน (กูเลนได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯและพำนักในสหรัฐฯ) หลายครั้งที่พวกของกูเลนซึ่งพำนักอยู่ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาพบพ่อผมที่บ้าน บางทีก็คุยกันยันสว่าง หลังจากนั้นก็เชิญพ่อไปดูโรงเรียนของกลุ่มมาร์มาร่าในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียมกลับจากยุโรปเมื่อ ค.ศ.2016 คณะที่จะปฏิวัติก็มาพบพ่อที่ซอยทองหล่อ นำคลิปมาเปิดเยอะมาก เล่าให้ฟังถึงความจำเป็นที่ต้องปฏิวัติเออร์โดกัน และพูดถึงกลุ่มไอเอสว่าได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ แม้แต่พ่อเองก็ไม่เชื่อหลังจากการพยายามปฏิวัติเมื่อ 15-16 กรกฎาคม 2016 ล้มเหลว คณะปฏิวัติก็ถูกจับและถูกประหารชีวิตจำนวนมาก แม้แต่ที่อยู่ในประเทศไทยก็ถูกจับและนำตัวกลับไปตุรกี เดือนพฤศจิกายน 2016 พ่อได้รับเชิญไปบรรยายที่วิทยาลัยรัฐศาสตร์แห่งกรุงแบกแดด อิรัก ได้พบกับ สส.รวมทั้งรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐบาลอิรักหลายท่านหลังจากนั้นก็ได้ตระเวนไปในหลายจังหวัดของอิรัก ซึ่งมีการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มไอเอสอยู่ทั้งประเทศ พบว่าไอเอสที่หมอบราบคาบแก้วจำนวนไม่น้อยมาจากไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย การสอบสวนทำให้ทราบมือที่มองไม่เห็นที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มไอเอส หลังจากการบรรยายที่วิทยาลัยรัฐศาสตร์ การปราบปรามไอเอสในอิรักก็ดำเนินอย่างจริงจังค.ศ.2017 ทหารอิรักฆ่าไอเอสได้เกือบทั้งหมด จับเป็นผู้ต้องหาและขับไล่ส่วนที่เหลือออกไปอยู่ซีเรียได้แล้ว พ่อก็ได้รับเชิญให้เดินทางไปกรุงแบกแดดอีกรอบหนึ่ง เมื่อดูหลักฐานต่างๆ ก็พบว่า ยานพาหนะที่ไอเอสใช้ เป็นรถญี่ปุ่นทุกคัน อาวุธต่างๆ เป็นของสหรัฐฯ และจากการสอบปากคำก็ได้ข้อมูลตรงกับที่กลุ่มของท่านกูเลนพูดก่อนที่จะมีการปฏิวัติในตุรกีช่วงที่อยู่ในอิรัก ผู้นำที่ทำการต่อสู้กับกลุ่มไอเอสพูดกับพ่อว่า มีไอเอสหนีจากอิรักเดินทางไปที่ฟิลิปปินส์เป็นจำนวนไม่น้อย ต่อมาเมื่อ 23 พฤษภาคม 2017 ก็มีเหตุก่อการร้ายในเมืองมาราวี เกาะมินดาเนา ฟิลิปปินส์ มีการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอาบูไซยาฟที่ชูธงของกลุ่มไอเอส มีผู้คนตายไปหลายร้อยราย การต่อสู้มียาวนานถึง 5 เดือน (23 พฤษภาคม-23 ตุลาคม 2017) ในช่วงท้ายๆ ประธานาธิบดีดูแตร์เต ไปขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอเมริกันและออสเตรเลียทันทีที่ทราบว่าดูแตร์เตขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯและออสเตรเลีย พ่อบอกกับผมว่า การก่อการร้ายนี้สหรัฐฯสร้างเอง ถ้าชนะ มินดาเนาก็จะกลายเป็นอีกประเทศหนึ่งแต่ถ้าแพ้ สหรัฐฯและออสเตรเลียก็จะได้หน้าในฐานะที่เป็นผู้ปราบปรามไอเอสกลับมาเรื่องที่ฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 และขณะนี้มีคนตายไปแล้วเกือบจะพันคน ผมโทร.ถามพ่อว่าขบวนการฮะมาสเอาเงินและอาวุธมาจากไหน อิหร่านสนับสนุนหรือพ่อบอกว่า อิหร่าน ‘เปิดหน้าช่วย’ แต่ถ้าอยากจะรู้ว่าใครปากคัมภีร์ใจปิศาจ ‘ปิดหน้าช่วย’ ก็ต้องไปดูว่าในการโจมตีครั้งนี้ ฮะมาสใช้อาวุธของใคร ในความเห็นของพ่อ อาวุธพวกนี้น่าจะมาจากอูเครนหรือไม่ก็เป็นอาวุธที่เหลือจากอัฟกานิสถาน เช็กไม่ยากดอกลูกเอ๋ย แค่แกะรอยหมายเลข Serial Numbers เท่านั้นก็จะรู้ความจริงถ้าได้หมายเลขอาวุธ อิสราเอลอาจจะอกไหม้ไส้ขมเพราะข้อเท็จจริงครั้งนี้ก็ได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม