เมื่อวันที่ 9 ต.ค.สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมรณรงค์เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก 10 ต.ค. 2566 ในงาน “Better Mind Better Bangkok” ดร.ชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลสถิติล่าสุดของกรมสุขภาพจิต พบสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยทางจิตเวชเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 1.3 ล้านคนในปี 2558 เป็น 2.3 ล้านคนในปี 2564 ขณะที่คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน สสส. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพจิตประชาชน มุ่งเน้น “สร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต” สนับสนุนการสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และนโยบาย ด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยสอดประสานการใช้องค์ความรู้จิตวิทยาเชิงบวก เน้นที่ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) การมองโลกในแง่ดี (Optimism) การล้มแล้วลุกไว (Resilience) และลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดกิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก 2023 โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สธ.มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสิทธิที่พึงจะได้รับการดูแล รวมถึงร่วมมือเพื่อป้องกันและบำบัดรักษาผู้ที่เจ็บป่วยทางด้านจิตใจ ซึ่งได้ประกาศเป็นนโยบาย สธ. Quick win 100 วันแรก โดย 1.จัดตั้งศูนย์มินิธัญญารักษ์ ดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดอย่างครบวงจรทุกจังหวัด 2.จัดตั้งหอผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป ครอบคลุมทุกจังหวัด และ 3.จัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชน ครบทุกอำเภอต่อไป เพราะสุขภาพใจที่ดีและเข้มแข็งจะนำไปสู่การสร้างสุขภาพกาย สุขภาพปัญญา และสุขภาพสังคมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่