ไทยตั้งศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินประชุมรับมือเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง มี “ภูมิธรรม” นั่งหัวโต๊ะ ยืนยันไทยพร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอล นายกฯสั่ง ทอ.เตรียมเครื่องบินซี 130 บินทันทีเมื่อเปิดน่านฟ้า ขณะที่แรงงานไทยเสียชีวิตยืนยันแล้ว 2 ราย คาดมีเพิ่มอีก ส่วนบาดเจ็บอีก 8 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ด้านพ่อแม่ครอบครัวแรงงานไทยร่ำไห้วอนรัฐช่วยเหลือพากลับบ้านอย่างปลอดภัยไทยยังติดตามสถานการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล หลังกองกำลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีตามอาคาร บ้านเรือนสังหารและจับพลเรือนไปเป็นตัวประกันซึ่งในจำนวนนี้ มีคนไทยที่ไปทำงานรวมอยู่ด้วยหลายชีวิตฝากทูตดูแลคนไทยที่ท่าอากาศยานทหารอากาศ 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 8 ต.ค.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการช่วยเหลือดูแลคนไทยในประเทศอิสราเอลว่า ได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ให้กำลังใจฝากดูแลคนไทยที่อยู่ในอิสราเอล พูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล เมื่อเวลา 04.00 น. เวลาท้องถิ่น มีการรายงานแบบไม่ยืนยันว่า มีคนไทยเสียชีวิต 1 คน และมีแรงงานไทยที่เข้าใจว่าถูกจับตัวกักขังไว้ 11 คน ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ที่ไหน สั่งเตรียมซี 130 พร้อมบินนายเศรษฐากล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้นห้ามออกจากบ้านและได้พูดคุย พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้เตรียมเครื่องบิน C 130 ไว้ เติมน้ำมัน 1 ครั้ง ได้แจ้งเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลไปว่า สามารถเอาเครื่องบินไปคอยไว้ได้จะได้มีความรวดเร็ว ตรงนี้เป็นเพียงข้อเสนออยู่เป็นการพิจารณาอยู่น่านฟ้ายังไม่เปิด สมมติถ้าออกจากบ้านได้แล้ว แต่น่านฟ้ายังไม่เปิดถือว่าลดความรุนแรงลงมาระดับหนึ่ง ก็อาจจะพิจารณาใหม่ เชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศ และทางกองทัพอากาศ ประเมินสถานการณ์กันอยู่ เรื่องนี้ให้ความกังวลใจในระดับสูงสุดไปว่าเครื่องบินของกองทัพอากาศได้เตรียมพร้อม แต่น่านฟ้าของอิสราเอลปิด เราไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง มีคณะแพทย์ที่จะเดินทางไปด้วย ตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ขอให้มีการรายงานประจำวันมา ขณะที่เหตุการณ์ยังมีความตึงเครียดอยู่ ยอมรับว่า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง แต่ก็มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะไปทันที หนึ่งเที่ยวบินสามารถนำคนกลับมาได้ 423 คน การที่มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นเรื่องที่เราเสียใจไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นประชาชนคนไทยที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งยอมรับมีความกังวลและไม่สบายใจไทยประณามการใช้ความรุนแรงต่อมาตลอดวัน กระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ มีการแถลงถึงสถานการณ์และความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยสู้รบ ยืนยันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน รอการช่วยเหลือจากกองทัพ 3 คน และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล Soroka แล้ว 5 คน เสียชีวิต 2 คน ถูกจับไป 11 คน พร้อมกล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยและขอประณามในการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรง และปล่อยตัวพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในทันทีเชื่อคนไทยไม่ใช่เป้าหมายขณะที่ น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัคร ราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ตอนนี้สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการสู้รบ โดยเฉพาะในเขตริมฉนวนกาซา ฝ่ายอิสราเอลพยายามยึดคืนพื้นที่ แต่ไม่ใช่ส่วนที่เราได้รับรายงานว่ามีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน คนที่ถูกจับเป็นตัวประกันไม่ได้มีเฉพาะแรงงานไทย มีคนอิสราเอล รวมถึงแรงงานชาติอื่นๆด้วย สถานทูตไม่ได้นิ่งนอนใจ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และช่วยเหลือแรงงานไทยในโอกาสแรก ทั้งนี้ไทยมีแรงงานประมาณ 5 พันคนในพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ฝ่ายฮามาสจะทำร้าย ขณะนี้เราพยายามติดต่อกับฝ่ายแรงงาน ได้เฉพาะแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บบางคน แรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังไม่สามารถติดต่อได้ และขณะนี้อิสราเอลยังไม่ได้ปิดน่านฟ้า สามารถบินเข้าได้ แต่ทางการอิสราเอลขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด และเครื่องบินที่บินผ่านน่านฟ้าของอิสราเอล ต้องติดต่อกับ Air Traffic Control ตลอดเวลาย้ำจุดยืนไทยเป็นกลางต่อมาเวลา 13.00 น. ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ ฉุกเฉิน เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอล มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง น.ส.พรรณภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์สรุปสถานการณ์ในพื้นที่ ต่อมานายภูมิธรรมแถลงข่าวว่า ขณะนี้ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินติดตามสถานการณ์คนไทยที่ในอิสราเอล ประเด็นแรกคือ เราห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะความขัดแย้งครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นประกาศเป็นสงคราม ประเทศไทยและรัฐบาลไทยมีจุดยืนสำคัญคือเป็นกลางในความขัดแย้ง ยอมรับในการดำรงอยู่ทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอล อยากเห็นทั้งสองประเทศจบความขัดแย้งครั้งนี้ด้วยสันติวิธี ด้วยการร่วมมือกันเจรจาสันติภาพ นศ.ไทยทุกคนปลอดภัยดีนายภูมิธรรมกล่าวว่า แรงงานไทยในอิสราเอลมากเกือบ 3 หมื่นคน และคนที่อยู่ใกล้ฉนวนกาซาเป็นจุดเกิดเหตุความรุนแรงมีแรงงานไทยอยู่ราว 5 พันคน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ เป็นศูนย์กลางประสานงานดูแลคนไทยอยู่ วันนี้ประชาชนยังออกไปไหนไม่ได้ เพราะรัฐบาลอิสราเอลประกาศฉุกเฉินห้ามออกนอกบ้าน ทั้งนี้เราได้เตรียมความพร้อมไว้ประสานล่วงหน้า ซ้อมแผนไว้ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ฉุกเฉินย่อมเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนทุกเวลา ส่วนนักศึกษาไทยมี 8-9 คน ยังคงปลอดภัยดีไม่ได้รับผลกระทบคนไทยตาย 2 เจ็บ 8นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รายงานให้ทราบ ศูนย์ฉุกเฉินได้ประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน สิ่งสำคัญของเราคือ ชีวิตและความปลอดภัยของคนไทย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน แต่ที่มีกระแสข่าวระบุว่าอาจจะมีมากถึง 12 คน ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอการยืนยันจากทางการอิสราเอล ส่วนผู้บาดเจ็บมี 8 ราย มี 2 รายที่บาดเจ็บสาหัส และอยู่ในความดูแลของทางการอิสราเอลแล้วพร้อมอพยพคนไทยทุกทางนายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ขณะนี้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินไว้แล้ว 6 ลำ เป็น A340 จำนวน 1 ลำ และ C130 จำนวน 5 ลำ ทั้งหมดพร้อมเดินทางได้ทันทีที่มีความชัดเจนให้ดำเนินการได้ สำหรับกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานทูตฯ กำลังรวบรวมรายชื่อคนไทย และติดต่อประสานงานตามจุดต่างๆทั่วอิสราเอล ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้ติดต่อไปยังสำนักงานแรงงาน จ.อุดรธานี เพื่อติดต่อไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และไปพบเพื่อเป็นกำลังใจแก่ญาติผู้เสียชีวิตพร้อมกับแจ้งว่ารัฐบาลไทยพร้อมให้คำมั่นและยืนยันจะดูแลอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมจะเข้าไปดำเนินการ มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นศูนย์กลาง และเตรียมการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ได้จัดรถในเส้นทางอพยพ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ โดยแนวทางอพยพนั้นชั้นต้นจะอพยพแรงงานที่อยู่ในเขตไม่ปลอดภัยมาอยู่ในเขตที่ปลอดภัยภายในประเทศหรือประเทศข้างเคียงก่อน โดยต้องคำนึงถึงความสมัครใจของแรงงานด้วย แต่จะพยายามโน้มน้าวชักจูงให้ออกมาจากที่ไม่ปลอดภัยก่อน ส่วนจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สถานทูตฯจะเตรียมเรื่องเอกสารการเดินทางในการเคลื่อนย้ายและประสานกับต่างประเทศที่จะใช้เส้นทางการบินให้ครบถ้วน สำหรับเอกอัคร ราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ จะเป็นหลักที่ศูนย์บัญชาการที่กรุงเทลอาวีฟ ส่วนศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินจะทำงานทุกวันและพร้อมทันทีเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะนี้เตรียมการไว้แล้วทุกด้าน หากมีสัญญาณฉุกเฉินเราจะดำเนินการทันทีถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คนนายภูมิธรรมได้ตอบคำถามของสื่อมวลชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนคนไทยที่เสียชีวิต ย้ำว่าที่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ยังมีเพียง 2 คน ส่วนที่ว่าอาจจะมีมากถึง 10 คนนั้น คงเป็นการรับฟังจากนายจ้างว่าที่ติดตามออกมาได้แล้ว แต่ที่หายไป ยังไม่ยืนยันและยังสับสนอยู่ ขอให้ทราบอย่างเป็นทางการก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และต้องติดต่อกับญาติให้รับทราบด้วย กระทรวงแรงงานกำลังดูเรื่องสิทธิต่างๆของแรงงาน ส่วนตัวประกันในชั้นนี้มีจำนวน 11 คน สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ยังยากที่จะประเมินว่ายกระดับไปถึงขนาดไหน เพียงแต่รับทราบว่าเหตุการณ์จะไม่สิ้นสุดโดยเร็ว ขอย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องพร้อมประสานและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่อย่างดีที่สุด และหลีกเลี่ยงการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ในส่วนกองบัญชาการตำรวจสันติบาลได้ประสานดูแลความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยไว้แล้ว ทางการอิสราเอลแสดงความมั่นใจ ยืนยันว่าจะดูแลคนไทยอย่างดีที่สุด กองทัพอิสราเอลนำคนบางส่วนมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วสั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกจับตานอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีข้อสั่งการด่วนไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีทุกกรมที่เกี่ยวข้องให้ทูตพาณิชย์ในอิสราเอลรายงานสถานการณ์และความเสียหายที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจของไทยในอิสราเอลให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่อาจส่งผลทางการค้าของไทยจากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์ผลกระทบต่อแผนความร่วมมือการเปิดเจรจา FTA ไทย-อิสราเอล 3 ขอให้ทูตพาณิชย์ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย นักธุรกิจไทยในอิสราเอล ตลาดจนการดำเนินการอื่นๆที่เกี่ยวข้องหากจำเป็น หากมีปัญหาอุปสรรคใด ขอให้รีบรายงานสถานการณ์ด่วนเพื่อรัฐบาลจะได้เร่งแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที รอยืนยันอาจมีตายเพิ่มนางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า น.ส.พรรณภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล แจ้งว่า สถานการณ์บริเวณฉนวนกาซายังมีความรุนแรงและทางการอิสราเอลไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพื้นที่ ไม่อนุญาตให้ประชาชนออกจากเคหสถานเด็ดขาด อีกทั้งอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ฉนวนกาซายังใช้การไม่ได้ สามารถติดต่อแรงงานได้ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น สำหรับคนไทยนอกพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยดีและยังไม่ได้รับผลกระทบ มีรายงานเบื้องต้นว่า คนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ 8 คน และผู้เสียชีวิต 2 คน และได้รับแจ้งจากนายจ้างว่าเสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง สถาน เอกอัครราชทูตไทยฯอยู่ระหว่างรอยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนกรณีของผู้ที่ถูกจับกุมไป 11 คน สถานเอกอัครราชทูตไทยฯประสานทางการอิสราเอล เพื่อยืนยันข้อมูลและให้การช่วยเหลือแล้วกลับไทยขึ้นกับความสมัครใจนางกาญจนากล่าวว่า ที่ประชุมได้ซักซ้อมหารือแผนการอพยพและแผนการดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลไทยจะเตรียมการไว้เมื่อสถานการณ์จำเป็น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว รวมทั้งต้องเป็นไปตามความประสงค์ของแรงงานไทยด้วยว่าจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่ รัฐบาลจะติดตามอย่างใกล้ชิดและดูแลคนไทยในพื้นที่ รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อครอบครัวและญาติทางไทยด้วย รวมถึงติดต่อนางวนิดา อ่างแก้ว ภรรยาของคนไทยที่ถูกจับกุม เพื่อสอบถามและให้กำลังใจ ขณะที่กระทรวงแรงงานติดต่อญาติแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังสั่งการให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ประสานงานกับสำนักงานปาเลสไตน์ในมาเลเซีย เพื่อแสดงความกังวลกับสถานการณ์ และให้ประสานในการปล่อยตัวคนไทยคาดไทยตายนับสิบคนทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเครือข่ายแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการอิสราเอลได้ย้ายคนงานไทยมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย และยังไม่ให้เคลื่อนย้ายไปไหน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบยังไม่ปกติ และหากมีการสู้รบขยายพื้นที่จนเป็นพื้นที่อันตราย จะให้เคลื่อนย้ายต่อไป อย่างไรก็ดี มีรายงานแจ้งในกลุ่มคนไทยว่า มีคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถล่มกันครั้งนี้ 12 คน ต้องรอให้ทางการอิสราเอลยืนยันและแจ้งให้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ทราบอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดต่างๆก็ยังตรวจสอบยากลำบาก เพราะคนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกไปไหน เนื่องจากเกรงว่าจะมีการโจมตีมาตามจุดต่างๆตามมาอีกช่วยตัวประกันได้บางส่วนอีกด้านหนึ่งที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ประชุมติดตามสถานการณ์ในอิสราเอลกับนายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ที่วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มายืนยันว่าในเวลา 08.30 น. ทางการอิสราเอลได้รายงานว่าเหตุการณ์ควบคุมตัวประกันได้สิ้นสุดลงและมีการช่วยเหลือตัวประกันบางส่วนในคิบบุตซที่ถูกกลุ่มฮามาสยึดไป ระบุมีคนถูกจับเป็นตัวประกันราว 160 คน ใน จำนวนนี้เป็นคนไทย 11 คน ส่วนตัวประกันที่ได้รับการช่วยเหลือออกมายังไม่ทราบว่ามีคนไทยกี่คน ส่วนยอดแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บยังอยู่ที่ 8 ราย ส่วนใหญ่ได้รับการรักษาแล้วกลับมาพักฟื้นที่แคมป์คนงานแล้ว มีนายมาโนช สีทอง ที่อาการหนักยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่ามี 2 ราย และยังมีบางจุดที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากยังมีกลุ่มฮามาสเดินอยู่โดยรอบ ทำให้ออกมาไม่ได้ และถูกตัดไฟ ตัดสัญญาณโทรศัพท์รอช่วยเหลือ 2.5 พันคนนอกจากนี้ นายกิตติ์ธนาแจ้งว่า มีการประเมินกับทางสถานทูตไทยถึงการแบ่งโซนที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนงานและดำเนินการส่งกลับ โซนใกล้ฉนวนกาซามีแรงงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 คน และในพื้นที่ใกล้เคียงอีกประมาณ 1,500 คน ในขณะที่รายงานสถานการณ์อยู่นั้น ยังได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยว่ามีจรวดยิงเข้ามาในฝั่งเทลอาวีฟเยียวยาแรงงานไทยเต็มที่ขณะที่นายพิพัฒน์ได้แถลงหลังประชุมในส่วนของการช่วยเหลือนั้น มีการประสานกับทางเอเจนซี 12 แห่ง ที่จัดส่งแรงงานไปทำงานและได้ลงไปในพื้นที่ของคนงานทั้ง 29,900 คน ที่ทำงานในอิสราเอล มีแรงงานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความวุ่นวายประมาณ 5,000 คน นอกเหนือจากนี้ยังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่มีการโจมตีและรัฐบาลอิสราเอลได้รุกคืบนำพื้นที่กลับคืน ต้องรอการยืนยันจากรัฐบาลอิสราเอลผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ และถ้าเปิดน่านฟ้าและให้ส่งกลับ ไทยก็พร้อมไปรับ เมื่อสถานการณ์สงบลงจะกลับไปทำงานต่อ ก็จะช่วยประสานให้ได้ทำงานในตำแหน่งเดิม ส่วนของการเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ กระทรวงแรงงานมีมาตรการช่วยเหลือ รวมทั้งการเยียวยาจากทางอิสราเอลด้วย ส่วนผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน กระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่ไปพบและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานทุกคนแจงสิทธิแรงงานไทยพึงได้ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะมี 2 ช่องทาง คือ เงินจากกองทุนช่วยเหลือคนทำงานไปทำงานต่างประเทศ เงินช่วยเหลือจากทางการอิสราเอล จะดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยผู้ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม มีเงินช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นหลักล้านบาท กรณีเสียชีวิตจะยังมีเงินดูแลบุตรและภรรยา ถ้าจำไม่ผิดจะดูแลภรรยาเดือนละ 50,000 บาท ไปจนกว่าจะแต่งงานใหม่ ดูแลบุตรเดือนละ 8,000-12,000 บาทไปจนอายุครบ 18 ปีเยียวยาแรงงานเถื่อนด้วยนายไพโรจน์กล่าวด้วยว่าในส่วนของแรงงานผิดกฎหมาย คาดว่ามีไม่เกิน 3,000 คน จะต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ในส่วนนี้จะได้รับการเยียวยาในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งด้วย หลังจากนี้ การจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศที่มีภัยสงครามจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือ นายจ้างจะต้องมีความพร้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นพ่อแม่เชื่อลูกชายปลอดภัยขณะเดียวกัน ตลอดวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับการเปิดเผยจากพ่อแม่ญาติพี่น้องของแรงงานไทยที่ไปทำ งานที่อิสราเอล ทั้งที่คาดว่าเสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกัน ส่วนใหญ่เป็นคนในภาคอีสาน ทั้ง จ.อุดรธานี ขอนแก่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครพนม รวมถึง จ.พะเยา ทุกคนขอร้องรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพากลับไทย นายธวัชชัย อ่อนแก้ว อายุ 47 ปี ชาวบ้านหนองแสง ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม พ่อของนายนัฐพร หรือตั้ม อ่อนแก้ว อายุ 26 ปี หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายจับเป็นตัวประกัน เปิดเผยว่าไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 7 ต.ค. จากประสบการณ์ที่เคยไปทำงานยอมรับว่า ประเทศอิสราเอลมีก่อการร้ายบ่อย แต่พื้นที่บ้านพักคนงานจะมีชั้นใต้ดินห้องหลบภัย และทางการจะมีสัญญาณเตือนตลอดก่อนให้เข้าหลบภัย เชื่อว่าครั้งนี้ลูกชายอาจเข้าห้องหลบภัยไม่ทัน อีกทั้งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ อาจไปเที่ยวพักผ่อน ล่าสุดได้แต่ภาวนาให้ปลอดภัย และขอรัฐบาลเร่งประสานการช่วยเหลือ เช่นเดียวกับนางทองคูณ อ่อนแก้ว อายุ 47 ปี แม่ของน้องตั้ม กล่าวว่า ตนมีลูกแค่ 2 คน ตั้มเป็นลูกชายคนโต เป็นเสาหลักครอบครัว ขยันทำงาน รักครอบครัว ได้แต่ขอพรคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองปกปักรักษาให้ลูกชายปลอดภัย ลูกชายได้นำเหรียญพระเครื่องหลวงพ่ออวน รวมถึงเหรียญองค์พระธาตุพนมติดตัวไปด้วย เชื่อว่าลูกชายยังปลอดภัย เดินหน้าไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่วนที่บ้านนายพรชัย อ่างแก้ว อายุ 52 ปี และนางวาสนา โยจำปา อายุ 45 ปี ใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พ่อและแม่ของนายอนุชา อ่างแก้ว อายุ 28 ปี แรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ก็มีญาติและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาให้กำลังใจ นายพรชัยและนางวาสนาเล่าทั้งน้ำตาว่านายอนุชา หรืออาท เป็นลูกคนโต มีลูกสาววัย 7 ขวบ ลูกสมัครไปทำงานเกษตร สวนอะโวคาโด สัญญา 5 ปี มารู้ข่าวเมื่อเย็นวาน ญาติที่ทำงานในกรุงเทพส่งภาพและโทร.มาบอกต่างก็ตกใจ เพราะลูกจะโทร.มาหาประจำ ตอนที่เห็นภาพลูกถูกควบคุมตัว ไม่ได้นอนทั้งคืน กินข้าวไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้ เพราะเป็นห่วงลูกมาก ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในหมู่บ้าน ภาวนาให้ลูกปลอดภัย และขอให้รัฐบาลช่วยเหลือลูกให้กลับมาอย่างปลอดภัยด้วยเมียร่ำไห้ ผัวถูกยิง 2 นัดขณะที่ น.ส.สุพัตรา อาสานอก อายุ 28 ปี ชาวบ้านโนนรัง ต.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลไทยให้ช่วยเหลือนายผดุง บุตรโม อายุ 26 ปี สามี ชาวบ้านคำม่วง ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานขับรถบรรทุกสินค้าทางการเกษตรอยู่ที่อิสราเอล น.ส.สุพัตรา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 7 ต.ค. สามีโทรศัพท์มาหาตามปกติ คุยกันตามประสาผัวเมีย ก็มีเสียงปืนรัวติดๆกันหลายนัด และสามีบอกว่ามีการโจมตีกันของทหารอิสราเอลกับฝ่ายตรงข้าม และมีเสียงสามีร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับบอกว่าถูกยิง 2 นัดที่หลังกับสะโพกข้างขวา จากนั้นสายโทรศัพท์ก็ตัดไป ต่อมาสามีโทร.มาหาอีกบอกว่าได้รับการช่วยเหลือจากทหารอิสราเอลแล้ว กำลังถูกนำตัวไปที่สำนักงานไปรษ#ณีย์ เพราะแคมป์ที่พักถูกเผา ไม่มีที่อยู่ ทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยเหลือสามีกับเพื่อนคนไทยรวม 3 คน แล้วการติดต่อก็หายไป ไม่สามารถติดต่อสามีได้เลย แจ้งให้พ่อปู่แม่ย่า บิดามารดาของสามี ที่อยู่บ้านคำม่วง อ.เขาสวนกวาง ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แม่ย่าจะเดินทางไปพบ สส.ขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือนำสามีกลับมาบ้านโดยเร็วแม่ช็อกลูกถูกยิงสาหัสด้านนางมนเทียร สีทอง อายุ 49 ปี แม่ของนายมาโนช สีทอง ชาวบ้านสุขสำราญ ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่แก้ม หลังทราบเรื่องลูกชายก็ได้แต่ร่ำไห้และจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองลูกชายและคนงานในอิสราเอล พร้อมกับเล่าว่า ตนมีลูก 2 คน นายมาโนชไปทำงานประเทศอิสราเอลได้ 5 ปีกว่า จะติดต่อกันตลอด ก่อนหน้านี้ที่เคยมีการรบกัน คน จ.หนองบัวลำภู เสียชีวิต บอกลูกชายว่าให้กลับมาบ้านเรา อย่าไปอยู่เลย แต่ลูกชายบอกว่าไม่เป็นไร จะอดทน เพราะใกล้จะได้กลับแล้ว กระทั่งเมื่อวานเพื่อนร่วมงานของลูกชายโทร.มาแจ้งข่าวว่าลูกถูกยิงที่บริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บ และถูกส่งโรงพยาบาลแล้ว ตนตกใจมาก ให้ลูกสาวมาคุยแทน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อได้ ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาพักกลางวัน ลูกชายมากินข้าวที่แคมป์ ช่วงลูกชายแหงนมองท้องฟ้าก็ถูกยิงตามแขนและขา มีทั้งคนไทยและคนอิสราเอล รวม 5 คน เดิมลูกชายมีกำหนดกลับบ้านวันที่ 4 ต.ค.นี้ แต่เพื่อนทักว่าถ้ากลับไปเกรงจะถูกยึดเงินประกันได้อยู่ต่อ แล้วมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขณะที่ น.ส.กัญญารัตน์ สีทอง น้องสาว เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของพี่ชายต้องรอล่ามจากทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้ง เพราะเมื่อคืนอาการพี่ชาย 50 : 50เพื่อนร่วมงานแฉนาทีถูกไล่ยิงขณะที่นายอำพล หาญประยุทธ ชาวขอนแก่น เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์วิดีโอคอลมาเล่าว่า ขณะนายจ้างพากลับไปเอาพาสปอร์ตและกินข้าว ต้องผ่านถนนใหญ่ พวกตนขับรถเรียบทางรถไฟไป พบหน่วยคอมมานโดนึกว่าพวกตนเป็นผู้ก่อการร้าย ยิงถล่มใส่รถพวกตน 2 ครั้ง มีเพื่อนร่วมงานถูกยิงเข้าที่ขา ตนร้องให้ทุกคนหมอบลง แต่มาโนชยังไม่ถูกยิง หลังจากนั้นเมื่อรถวิ่งเข้าทุ่งนาก็ถูกยิงถล่มอีกครั้งเหมือนในหนัง มีเฮลิคอปเตอร์ด้านบนและคอมมานโดไล่ยิงจนต้องขับรถซิกแซ็กหลบไปมา นายมาโนชก็ถูกยิง เพื่อนๆที่มาด้วยกันร้องว่าถูกยิงแล้ว มาโนชก็บอกใจเย็นๆแล้วล้มลง ภายในรถมีคนไทยและคนอิสราเอลนั่งกันไป 12 คน ขับรถเข้าไปในหมู่บ้านถูกคนในหมู่บ้านยิงใส่ล้อรถอีก 2 นัด ตนเห็นมาโนชถูกยิง เข้าไปช่วยและเจ้าหน้าที่พาส่งโรงพยาบาลหนุ่มจากดอกคำใต้ถูกยิงเข่านอกจากแรงงานจากภาคอีสานแล้ว ยังมีแรงงานจาก จ.พะเยา ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบในครั้งนี้ด้วย ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางสุพัตรา พุทธสอน อายุ 59 ปี ชาว ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา แม่ของนายรัชกร หรือโจ้ พุทธสอน อายุ 40 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากทราบข่าวมีการสู้รบกันที่อิสราเอล ลูกชายติดต่อมาว่าถูกยิงบริเวณหัวเข่าข้างซ้ายบาดเจ็บ ทางนายจ้าง Yaakov Rami โมชาฟ Mivkiim ได้รับตัวมาอยู่ที่ปลอดภัยในแคมป์ ตอนนี้บาดแผลใช้เพียงแต่ผ้าก๊อซพันมีเลือดออกอยู่ตลอดเวลา ได้กินเพียงแต่ยาพาราอย่างเดียว ได้แต่ยกมือไหว้กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน อยากวิงวอนให้หน่วยงานหรือรัฐบาลช่วยเหลือลูกชายของตัวเองกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ในช่วงเย็นมีเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเข้ามาพบและสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว 22 พื้นที่อิสราเอลปะทะดุเดือดสำหรับความคืบหน้าสถานการณ์กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่ม “ฮามาส” ในฉนวนกาซา บุกโจมตีภาคใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เริ่มจากการยิงปูพรมด้วยจรวดพิสัยใกล้ใส่เมืองต่างๆ ของอิสราเอล ก่อนส่งนักรบเข้ายึดครองชุมชนหลายแห่ง รวมถึงค่ายทหารอิสราเอลในพื้นที่พรมแดน มีพลเรือนถูกยิงสังหารอย่างไม่เลือกหน้า พร้อมจับเป็นตัวประกันไว้ต่อรองกับทางการอิสราเอลผู้ที่ถูกจับตัวประกันมีทั้งทหารและประชาชนอิสราเอล รวมถึงแรงงานไทย ต่อมาในวันที่ 8 ต.ค. พล.ร.ท.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า หน่วยรบของอิสราเอลอยู่ระหว่างปฏิบัติการบุกชิงเมืองและชุมชนต่างๆในภาคใต้ของอิสราเอลคืนจากนักรบกลุ่มฮามาส ขอยืนยันว่าทหารอิสราเอลถูกส่งไปยังทุกเมือง บางพื้นที่ช่วงชิงกลับคืนมาได้ ได้รับรายงานว่ามีอย่างน้อย 22 พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการปะทะอย่างดุเดือด และยอมรับว่านักรบฮามาสจับตัวประกัน ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีจำนวนที่แน่ชัดเท่าใด เนื่องด้วยอยู่ในภาวะสงคราม หน่วยรบอิสราเอลอยู่ระหว่างการบุกเคลียร์พื้นที่ในเมืองต่างๆรอบพรมแดนฉนวนกาซา ทั้งเมืองซเดรอต เมืองซิคิม เมืองคะฟาร์ อาซา เมืองบีเอรี เมืองคิบบุตซ์ เรอิม เมืองคิสซูฟิม เมืองซูฟาเตรียมเอาคืนกลุ่มหัวรุนแรงนอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังปฏิเสธที่จะยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินเพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสจะเริ่มขึ้นเมื่อใด หลังกองทัพประกาศระดมกำลังสำรองทั่วประเทศ เตรียมปฏิบัติการเอาคืนกลุ่มหัวรุนแรงปาเลสไตน์ ภายใต้รหัส “ดงดาบเหล็ก” ตามคำสั่งของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่วันก่อนประกาศสงครามอย่างเป็นทางการต่อกลุ่มฮามาส พร้อมระบุว่าจะเป็นสงครามที่ยาวนานที่ศัตรูไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน และหากตัวประกันได้รับอันตรายจะมีผลลัพธ์หนักหน่วงตามมาคาดจับตัวประกันแลกนักโทษด้านสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานอีกว่า เหตุการณ์กลุ่มฮามาสกวาดต้อนพลเรือนและทหารอิสราเอลไปเป็นตัวประกันได้สร้างความสะเทือนขวัญเป็นวงกว้าง ในอดีตที่ผ่านมากลุ่มฮามาสเคยลงมือเช่นนี้เพื่อเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลปล่อยตัวสมาชิกหัวรุนแรงที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำของอิสราเอล การเจรจาบางครั้งใช้เวลาหลายปี และมีนักโทษชาวปาเลสไตน์ได้รับการปล่อยตัวแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนหลายพันคนประเมินตัวประกันเกิน 100 คนกระนั้น คำถามสำคัญมีอยู่ว่า หากกองทัพอิสราเอล ส่งกำลังบุกเข้าไปในฉนวนกาซา จะดำเนินการเช่นไรเพื่อไม่ให้ตัวประกันถูกลูกหลงหรือได้รับอันตราย กรณีนี้ผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะตอบคำถามนี้ หรือยืนยันข้อมูลใดๆ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐอเมริกา โพสต์โซเชียลมีเดียว่า เบื้องต้นเชื่อว่ามีทหารและพลเรือนอิสราเอลถูกฮามาสลักพาตัวกว่า 100 คน ส่วนนายอาบู โอเบอิดา โฆษกกลุ่มฮามาส ยอมรับว่าจับทหารอิสราเอลไว้หลายสิบนาย ผู้ถูกจับกุมถูกนำตัวไปไว้ในที่ปลอดภัย หรือควบคุมตัวอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินยอดตายสองฝ่ายเฉียดพันศพขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลให้ข้อมูลว่า ปฏิบัติการของกลุ่มฮามาสครั้งนี้ส่งผลให้ฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 500 คน และอาจเพิ่มขึ้น บาดเจ็บอีกเกือบ 2,000 คน กองทัพอิสราเอลระบุว่ากองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ที่บุกเข้ามาในภาคใต้ของอิสราเอล รวมทั้งในฉนวนกาซาได้เสียชีวิตจากปฏิบัติการตอบโต้ของกองทัพอิสราเอลเป็นจำนวนกว่า 400 ศพ ส่วนสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศอิสราเอลแล้วกว่า 313 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คนเพื่อนแรงงานโดนยิงด้วยอีก 4ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานหลังได้วิดีโอคอลคุยกับนายรัชกร พุทธสอน แรงงานไทยที่ถูกยิงบริเวณหัวเข่า โดยเจ้าตัวเล่าว่าในเขตของตัวเองนายจ้างบอกว่า สงบแล้ว ตนและคนงานทั้งหมดได้อยู่ที่แคมป์ แต่ยังได้ยินเสียงปืน และการสู้รบกันอยู่ ทางนายจ้างสั่งให้เตรียมเอกสารเพื่ออาจได้ย้ายกะทันหัน ทั้งนี้เมื่อวานที่ผ่านมาขณะนายจ้างพาไปหลบที่ห้องนิรภัย ใกล้ถึงแคมป์มีกลุ่มทหารยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บ ตนโดนบริเวณหัวเข่า และเพื่อนอีก 4 คน เป็นคนจังหวัดตากและคนอีสาน ถูกยิงที่ขาและแขน ตอนนี้กลับมาอยู่ที่แคมป์ 3 คน และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 1 คน ทางนายจ้างพาไปอยู่ที่ปลอดภัย และอยากวิงวอนให้รัฐบาลช่วยให้กลับบ้านไวๆ แต่ถ้าไม่สงบก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยให้กลับบ้านอย่างเร่งด่วนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่