“ปืนถูกกฎหมาย” หมายถึง ปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ครอบครองมีใบอนุญาตให้ครอบครองปืนกระบอกนั้นอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เป็นชื่อของบุคคลอื่น“ปืนผิดมือ” หมายถึง ปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ที่ครอบครองไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธปืนกระบอกนั้นเช่น ปืนของพ่อ ชื่อในทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตคือ พ่อ แต่ลูกนำไปใช้ส่วน “ปืนเถื่อน” หมายถึง ปืนที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือปืนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่มีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้อาวุธปืนนั้นต้องถูกยกเลิกทะเบียน หรือเครื่องหมายทะเบียนถูกลบแก้ไขแน่นอน...ข้อดีปืนถูกฎหมายก็คือ...ถูกกฎหมาย ได้ของดีมีคุณภาพ แต่ก็มีข้อเสียนั่นก็คือ...ราคาแพงและยุ่งยากในขั้นตอนการขอใบอนุญาต ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลให้ธุรกิจขาย “ปืนเถื่อน” ในโลกออนไลน์จับได้ไล่ทันยากยิ่งเบ่งบานเรียกได้ว่า “มีเงินก็ซื้อได้แล้ว” ซึ่งก็คือคำจำกัดความง่ายๆของปืนไม่มีทะเบียน โดยช่องทางการสั่งซื้อมีทั้งผ่านอินเตอร์เน็ตหรือผ่านคนรู้จักกันย้ำว่า “ปืนเถื่อน”...ซื้อง่าย ราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ยุ่งยาก ทำให้ปืนเถื่อนมีกลาดเกลื่อนทั่วบ้านทั่วเมืองเป็นผลให้เกิดอาชญากรรมใหญ่น้อยตามมา แม้ว่า “ปืนเถื่อน” จะผิดกฎหมาย มีโทษรุนแรงก็ตามทีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ระบุว่า ความผิดฐานซื้อปืนเถื่อน... ซื้อหรือมีใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืน หรือเป็นกรณีมีเครื่องกระสุนปืน ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท ความผิดฐานพกปืนเถื่อน...ห้ามมิให้ผู้ใดทําซื้อมีใช้สั่งหรือนําเข้าซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิวรรคสองด้วยต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000บาท“ทีมข่าวสกู๊ปหน้า 1” ได้พูดคุยกับครูสอนยิงปืน สนามยิงปืนสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนความน่ากังวลไว้น่าสนใจในประเด็นกระบวนการผลิตปืนผิดกฎหมายที่ง่ายขึ้นมากด้วยทุกวันนี้มีเครื่องจักรทันสมัยและหาชิ้นส่วนอุปกรณ์ผลิตได้ง่าย“สมัยก่อน...ทำปืนไทยประดิษฐ์ได้เฉพาะปืนปากกา ปืนลูกซองเบอร์ 12 เบอร์ 20 หรือปืนชนิดลูกโดดยิงได้ครั้งละนัด แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการล้ำหน้า...สามารถผลิตปืนแบบออโตเมติก...ด้วยการใช้เครื่องซีเอ็นซีผสมกับเทคโนโลยีในการก๊อบปี้ปืนยี่ห้อดังหลายรุ่นได้”โดยเฉพาะการลักลอบดัดแปลงผลิตปืนมาจาก “ปืนแบลงก์กัน” ซึ่งเป็นปืนมีแต่เสียงเปล่า เพราะบางร้านไม่มีการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนก่อนซื้อ“ทำให้ถูกนำไปดัดแปลงใช้ยิงกระสุนจริง แต่ความคงทนเท่าเทียบไม่ได้กับปืนจริง เพราะมีโครงสร้างวัสดุรับแรงกระแทกได้น้อย”สาเหตุมาจากบริษัทผู้ผลิตมีการคิดล่วงหน้าไว้แล้วว่า...อาจต้องมีผู้นำไปดัดแปลง จึงออกแบบให้มีโครงสร้างเปราะบาง หากใช้ยิงกับลูกกระสุนจริง ก็คงได้ไม่กี่นัด จะทำให้ปืนแตกพังได้ง่ายตัดกลับมาที่เหตุสลดใจกรณี “ผู้ก่อเหตุวัย 14 ปี” ใช้อาวุธปืนยิงในห้างดังย่านสุขุมวิท ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา ระบุว่า การเข้าถึงปืนของเยาวชนรายนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะผู้ปกครองเก็บปืนไว้ไม่ดี หรือ...อาจซื้อทางอินเตอร์เน็ต?ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา บอกว่า ปกติแล้วผู้อยู่ในภาวะอย่างนี้ในเคสต่างประเทศ ส่วนใหญ่เกิดจากเด็กมีความกดดัน ต้องการระบายความคั่งแค้นออกมา แต่สิ่งสำคัญทำไมเด็กเข้าถึงปืนได้ เพราะปกติการเก็บปืนจะต้องไม่ให้เด็กเข้าถึงได้ง่าย อาจต้องทบทวนในเรื่องนี้อย่างในญี่ปุ่น การจัดเก็บปืนไว้ที่ไหน มีความปลอดภัยหรือไม่ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูลบทเรียนในต่างประเทศในโลกสมัยใหม่ พบว่าเรื่อง “ความกดดัน” เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ ยิ่งมีความเหลื่อมล้ำ ยิ่งเหลื่อมล้ำต่อไป โดยเฉพาะความเก็บกดของคน อย่างเหตุกราดยิงในโรงเรียนในสหรัฐฯ เคยมีกรณีเด็กผู้ก่อเหตุได้โพสต์ลงโซเชียลว่าจะกราดยิงก่อนจะก่อเหตุ...เป็นพฤติกรรมที่มักจะทำอะไรไม่ค่อยแคร์ และในกรณีนี้ต้องไปไล่ดูไทม์ไลน์ อาจมีการโพสต์แปลกๆก็ได้ ก่อนเกิดเหตุรศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต กล่าวในรายการ “NewsRoom” ยูทูบไทยรัฐออนไลน์ ย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าในบ้านเรา ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ที่เด็กนำอาวุธปืนไปก่อเหตุในห้างฯและเป็นห้างกลางเมือง ที่อยู่ใกล้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประเด็นสำคัญคือ...มีการใช้อาวุธปืนแบบออโตเมติก มีการเลือกสถานที่ และเวลาก่อเหตุ คือ เวลาหลังเลิกเรียน คนเลิกงาน เพราะคิดว่าถ้าก่อเหตุจะมีความสูญเสียมากกว่า สะท้อนให้เห็นว่าความคิดของคนคนนี้ไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจ บุคลิกภาพ การอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมที่ส่งต่อวิธีการคิดเพราะขนาดเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนอาวุธก็ยังไม่ยิงคน หากไม่ใช่การต่อสู้ หรือป้องกันตัวตามกฎหมายกรณีนี้ถือว่าแปลกเพราะ “เด็ก” เป็น “คนไทย” เนื่องจากสังคมเราเป็นสังคมถ้อยทีถ้อยอาศัย พึ่งพากัน แต่ปัจจุบันคงต้องกลับมาทบทวนเรื่องการดูแลเยาวชน และการใช้อาวุธปืน“ผมเชื่ออย่างว่าเยาวชนรายนี้ น่าจะมีการฝึกซ้อม หรือคุ้นชินเรื่องการใช้อาวุธอยู่บ้างเพราะถ้าเป็นการจับปืนครั้งแรกในการยิงคนแบบนี้เป็นไปได้ยาก ประการสำคัญคือ ลักษณะการจับอาวุธ เล็งไปที่คนแล้วสังหาร ขนาดผู้ใหญ่ยังไม่ทำ แต่นี่เป็นเยาวชน”ยกเคสในสหรัฐฯซึ่งเป็นประเทศที่มีเหตุยิงกันมากที่สุดในโลก การก่อเหตุโดยเยาวชนมาจากสาเหตุที่หลากหลาย พบว่าเด็กถูกบูลลี่ บางกรณีเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ บางเคสคับแค้นใจจากการเลี้ยงดู จากคนใกล้ชิด บางกรณีพบมีการใช้สารเสพติด ซึ่งทั้งหมดต้องถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยท้ายที่สุดแล้ว...คงมีคำถามสำคัญว่าทำไม? เยาวชนคนนึงถึงมีพฤติกรรมแบบนี้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม