หวนชูเต้าหยิน ผู้รู้ยุคราชวงศ์หมิง เขียนเรื่องราวของเศรษฐีสมัยราชวงศ์ถังไว้ว่า มีอยู่มากมายหลายตระกูล แต่ตระกูลที่รวยกว่า...ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านมากกว่า คือเศรษฐีตระกูลหยางครอบครัวนี้ มีหยางกุ้ยเฟย เป็นพระสนมเอกของถังหมิงจงฮ่องเต้เล่าขานกันจนเป็นตำนานว่า ถ้าบ้านตระกูลหยางรู้ว่า บ้านเศรษฐีคนไหนใหญ่โตกว่า ก็จะยอมไม่ได้ ต้องรื้อบ้านเก่า แล้วสร้างใหม่ ใหญ่โตกว่าสวยงามโอฬารพันลึกกว่าด้วยเหตุนี้ ต่อๆมาบ้านของตระกูลหยาง จึงพอฟัดพอเหวี่ยงได้ กับบ้านตระกูลใหญ่ตระกูลเดียว คือพระราชวังของฮ่องเต้เรื่องเล่าที่เป็นขี้ปากชาวบ้าน ต่อๆมา ยังมีอีกว่า ทุกปีเมื่อถังหมิงจงฮ่องเต้จะพาพระสนมหยางกุ้ยเฟยไปพักร้อนที่พระตำหนักหวาชิงฉือ ครอบครัวตระกูลจะได้รับเชิญร่วมขบวนไปด้วยขบวนรถครอบครัวตระกูลหยางมิได้ด้อยไปกว่าขบวนฮ่องเต้ ราษฎรที่มักแออัดรอดูอยู่ริมทางต่างก็อิจฉา สาวๆบ้านตระกูลหยาง แต่ละนางสวยหยาดเยิ้ม เนื้อตัวหน้าตาประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดาวูบวาบแวววาวยังนินทากันอีกว่า เหตุเพราะต่างขนเพชรพลอยมาแข่งประชัน เมื่อขบวนผ่านไป ชาวบ้านก็จะชวนกันไปค้นหาลาภลอยจากเพชรนิลจินดาที่พวกเจ้าหล่อนเผอเรอทำตกหล่นและเมื่อครอบครัวตระกูลหยางถึงจุดจบอย่างน่าเศร้าไปเมื่อพระเจ้าถังหมิงจงฮ่องเต้หมดอำนาจ...แทนความเสียใจ ชาวบ้านต่างก็มีความรู้สึกสะใจ นี่ล่ะ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดของคนรวยหวนชูเต้าหยินเล่าถึงเรื่องตระกูลหยาง เมื่อกว่าพันสองปีที่แล้ว ยังไม่พอ ยังเล่าย้อนไปถึงเศรษฐีสมัยราชวงศ์จิ้น ราวพันหกร้อยปีที่แล้วชื่อ สื้อฉง เศรษฐีคนนี้โด่งดังในความยโสโอหังความสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยของเขาไร้เทียมทาน จนเป็นอีกตำนานที่เล่าขานกันแล้วกันอีกนอกจากทรัพย์สมบัติมหาศาล สื้อฉง ยังมีลู่จู สาวงาม ไม่เพียงจะสวยหยาดฟ้ามาดิน ลู่จูเลื่องชื่อว่าเธอเป่าขลุ่ยไพเราะจับหัวใจ เศรษฐีและผู้มีอำนาจมากมายต่างก็หมายปองหนึ่งในคนที่พลาดหวัง เป็นถึงเสนาบดี ชื่อซุ่นซิ่ว เขาส่งคนไปเจรจา เสนอเงินมากมาย ขอซื้อลู่จูไม่เพียงลู่จูจะไม่ยอม สื้อฉงเศรษฐีก็ไม่ยอม เขาก็รักเธอปานดวงใจทุกบ้านเมืองในโลกนี้ ไม่ว่ายุคสมัยไหน ไม่ต่างกัน อำนาจการเมืองนั้นยิ่งใหญ่สุด จู่ๆ สื้อฉงก็เจออุบัติภัย...แบบเดียวกับงักฮุย ขุนพลผู้จงรักเจอ...“ข้อหาที่ไม่จำเป็นต้องมี”ขณะสื้อฉงถูกจับเข้าห้องขัง ลู่จูหนีหาย เล่ากันว่า เธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายก่อนวาระสุดท้าย...สื้อฉง ถูกคุมตัวเข้าลานประหาร...เขาถอนหายใจ ระบายความในใจกับผู้คุมใกล้ตัวเขาเอ่ยชื่อเสนาบดี “เจ้าคนเลวคนนี้ อิจฉาที่เรามีทรัพย์สมบัติมาก ใช้อำนาจการเมืองใส่ความเรา”ผู้คุมถาม “ท่านก็รู้ ทรัพย์สมบัตินำเภทภัยมาถึงชีวิต ทำไม ไม่กระจายทรัพย์สมบัติไปให้คนอื่น เพื่อกำจัดทุกข์ภัยให้ตัวเองเสียก่อนเล่า?”ไม่มีคำตอบจากมหาเศรษฐีผู้คนที่ได้ยินเรื่องนี้ พากันนินทา จนนาทีที่สิ้นใจ สื้อฉงยังคงงุนงงกับคำแนะนำของผู้คุม...จะมีเศรษฐีที่ไหนในโลกนี้ที่จะคิดได้ สารพันทุกขภัยเกิดจากทรัพย์สมบัติมหาศาลที่ตัวเองมีจบเรื่องเล่า...คนมั่งมีมากทุกข์ ผู้สูงศักดิ์มากภัย...มีคำสอนต่อ“มีสมบัติมากก็เป็นทุกข์ว่าจะสูญเสีย มั่งมีจึงมิสู้ยากจนจึ่งไร้ความกังวล มีฐานะสูงก็กลัวว่าจะตกต่ำ อยู่สูงจึงมิสู้อยู่ต่ำซึ่งอยู่เย็นเป็นสุข.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม