ประกาศลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ในปี 2024 ทั้งๆที่คะแนนนิยมของ “โจ ไบเดน” ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา งานนี้นอกจากต้องคอยตอบคำถามเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและอาชญากรรมล้นเมือง อีกหนึ่งจุดอ่อนสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นโจมตีแน่ๆคือเรื่องลูกชายคนรองที่มีพฤติกรรมสุดฉาวพัวพันกับธุรกิจสีเทาและยาเสพติดไม่เลิกชื่อของ “โรเบิร์ต ฮันเตอร์ ไบเดน” ลูกชายคนรองของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรกคือ “นีเลีย ฮันเตอร์ ไบเดน” ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โด่งดังไปทั่วโลกในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2020 โดยสถานีฟ็อกซ์ นิวส์ และหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก โพสต์ ตีข่าวใหญ่เรื่องข้อมูลลับที่หลุดออกมาจากแล็ปท็อปของ “ฮันเตอร์ ไบเดน” ซึ่งเต็มไปด้วยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเขาใช้ประโยชน์จากหน้าที่การงานของพ่อในการติดต่อเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรชาวยูเครนและจีนระหว่างที่ “โจ ไบเดน” ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2009-2017“แล็ปท็อปจากนรก” ตามคำนิยามของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ถูกส่งไปซ่อมที่ร้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในรัฐเดลาแวร์ เมื่อปี 2019 โดยแจ้งชื่อว่าเป็นของ “ฮันเตอร์ ไบเดน” ช่างประจำร้านเล่าว่าได้ซ่อมแม็คบุ๊กโปรและกู้ข้อมูลเครื่องไว้ได้ แต่เจ้าของเครื่องก็ไม่เคยกลับมารับคืนไป ด้วยความฉงนเขาจึงเปิดดูข้อมูลที่กู้มาได้ พบรูปภาพและคลิปวิดีโอน่าสงสัยมากมาย รวมถึงเมลธุรกิจและใบแจ้งหนี้จากธนาคารนับไม่ถ้วน ช่างคอมพิวเตอร์ตัดสินใจส่งแล็ปท็อปดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ สุดท้ายสำเนาข้อมูลทั้งหมดก็ตกอยู่ในมือทนายคนสนิทของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญทางการเมืองของ “โจ ไบเดน” ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าทรัมป์จะใช้เรื่องนี้ขยี้ไบเดนซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดไหน นอกจากเรื่องธุรกิจที่น่าสงสัยแล้ว ยังมีคลิปและภาพหลุดระหว่างเขาเสพยา, มั่วเซ็กซ์, อวดอวัยวะเพศของตัวเอง รวมถึงคลิปถือปืนเถื่อน ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่ลำพังมีข่าวว่าติดยาและพัวพันกับธุรกิจสีเทาก็สร้างความมัวหมองอย่างมากให้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่เมื่อถูก “นิวยอร์ก ไทม์ส” ตีข่าวเพิ่มในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เรื่องการหลบเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินของ “ฮันเตอร์ ไบเดน” ยิ่งตอกย้ำข้อหาเก่าว่าใช้ชื่อเสียงและตำแหน่งของบิดาในการหาประโยชน์ส่วนตัว กลายเป็นฝันร้ายซ้ำๆที่ตามมาเขย่าเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาภายหลัง “ฮันเตอร์ ไบเดน” ให้การยอมรับผิดต่ออัยการกลางในรัฐเดลาแวร์ข้อหาหลบเลี่ยงภาษีและครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงยอมรับเรื่องพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด เขากลายเป็นบุตรของผู้นำประเทศคนแรกในประวัติศาสตร์มะกันที่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยหากถูกตัดสินว่าผิดจริงทั้ง 3 กระทง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จว่าตนไม่ได้ใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายขณะซื้อปืน เมื่อปี 2018 และครอบครองปืนอย่างผิดกฎหมายเป็นเวลา 11 วัน ในช่วงเดือน ต.ค.ปีเดียวกัน ลูกชายของผู้นำสหรัฐฯจะต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 25 ปีการตั้งข้อหาดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสเปิดการสอบสวนเพื่อถอดถอนผู้นำสหรัฐฯออกจากตำแหน่ง หลังถูกกล่าวหาว่าได้รับประโยชน์ทางการเงินจากการเจรจาธุรกิจในต่างประเทศของบุตรชายระหว่างที่ “โจ ไบเดน” ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีถือเป็นการเขย่าเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมดิสเครดิต “โจ ไบเดน” ในช่วงที่เตรียมเดินหน้ารณรงค์หาเสียงในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ในขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ก็ถูกตั้งข้อหาหลายกระทงการสาดโคลนกันไปมาครั้งใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น โดยมีเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯเป็นเดิมพันสูงสุด ไม่เฉพาะคนไทยที่เบื่อดราม่า คนอเมริกันก็เอือมระอา “ดราม่าการเมือง” เต็มทน.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม