รูปทรงดี ในภาวะวิกฤติ “นายกฯเศรษฐา ทวีสิน” เล่นเป็น บทผู้นำในสถานการณ์ฉุกเฉิน เหตุระทึกขวัญที่กลายเป็นโศกนาฏกรรม เด็กวัย 14 กราดยิงในห้างใหญ่เมืองกรุงทั้งรีบลงไปถึงหน้างานพื้นที่เกิดเหตุ เยี่ยมคนเจ็บ ปลอบใจญาติผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ บัญชาการเร่งด่วน ควบคุมสถานการณ์ปั่นป่วนหน้างานที่สำคัญคือในแอ็กชันของผู้นำประเทศ กับคิวกระตุกความเชื่อมั่น ทั้งต่อสายพูดคุยท่านทูตจีน และตัวแทนประเทศพม่าที่มีนักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตในเหตุการณ์ขณะที่อีกด้าน ทีมประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแอ็กชัน เปิดวอร์รูม ศูนย์ปฏิบัติการคลี่คลายวิกฤติกันทันควันเพราะเหตุระทึกขวัญครั้งนี้ต้องยอมรับกระทบแผนดึงนักท่องเที่ยวเต็มๆ โดยเฉพาะชาวจีน ตามมาตรการวีซ่าฟรี คิวปลุกเชื่อมั่น รัฐบาลเศรษฐาถึงต้องจัดมาอย่างเร่งด่วนนอกจากต้องแก้หน้างาน อาจต้องปรับแผนการท่องเที่ยวกันใหม่ เพราะออกรูปนี้แค่เชิญชวนให้มาเที่ยวไม่พอ คงต้องรีบจุดพลุ “ท่องเที่ยวปลอดภัย”หารูปแบบดึงดูดทัวร์ไทยแลนด์กันอีกหลายยกยังไม่รวมมาตรการเร่งด่วน ที่เริ่มรู้แล้ว ข่าวลือข่าวปลอมเกี่ยวกับภาพลักษณ์เที่ยวไทยแลนด์ ว่อนโซเชียลพูดปากต่อปากทั่วแดนมังกร ทั้งปมทัวร์เสี่ยงอันตรายแก๊งตัดขายอวัยวะ ปมเหมารวมรวบข้อหา “จีนเทา” ฯลฯแต่วันนี้ เพราะประกอบร่างเป็นทีมไทยแลนด์ กระทรวงการต่างประเทศเป็นพ่องาน มี “รมต.ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ และ “ผู้ว่าฯกลาง” ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.2 หญิงเก่ง เป็นชุด ฉก.ท่องเที่ยวไทย มองทะลุ ทำงานเข้าขาแข็งขันได้ผู้นำช่วยเทกแอ็กชัน แม้เครื่องยนต์ท่องเที่ยวต้องชะงักก็จริง แต่ยังมีหวังเร่งสปีดได้อีกครั้งแต่ที่น่าเป็นห่วงจริงๆคือ หลายงานที่ “นายกฯเศรษฐา” ต้องถอดบทเรียนประเทศไทยซ้ำๆกันอีกรอบจากเหตุวิกฤติโศกนาฏกรรมกลางเมืองหลายเรื่องต้องมอบหมายสั่งการหน่วยงาน ตั้งทีมสะสาง รื้อกฎหมาย เพิ่มมาตรการแนวทางใหม่ทั้งเรื่องคุมอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน ระบบรักษาความปลอดภัยพื้นที่สาธารณะ แผนเผชิญเหตุร้ายแรง สถาบันครอบครัว การดูแลสภาวะจิตใจ สอดส่องกิจกรรมของเด็กและเยาวชน ฯลฯโดยเฉพาะที่พูดกันกระหึ่ม “ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน” จากภาครัฐ ในสถานการณ์วิกฤติ หน่วยงานรัฐบาล ทั้ง รมว.ดีอีเอส กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องถือเป็นวาระด่วน ร่วมกันวางระบบขนานใหญ่สรุปบทเรียนเป็นการบ้าน โจทย์งาน “รัฐบาลเศรษฐา” เต็มมือนั่นก็ไม่แพ้ โจทย์ใหญ่ๆ นโยบายเรือธง ที่เพิ่งออกจากฝั่ง ระหว่าง “นายกฯเศรษฐา” ต้องแบ่งภาคไปเคลียร์วิกฤติคิวแทรก ตั้งแต่หย่าศึกเสือๆวงการสีกากี ปลุกเชื่อมั่นเหตุกราดยิง ดูแลปัญหาน้ำท่วมทรงเด่นในคิวด่วน แต่จุดขายให้ประเทศวิ่งฉิว นโยบายหลักๆยังแค่เริ่มต้นยก หลังรำมวยไหว้ครูทั้งคิวแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนโยบายอัดฉีดเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท นโยบาย “1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์” ที่ได้ “นางกวัก” อย่าง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นรองประธานทีมยุทธศาสตร์ แบ่งเบางานขายของค่ายเพื่อไทยทั้ง 3 คิวใหญ่ ตั้งทีม ประเดิมประชุมไปแล้ว แต่ยังต้องรอเคาะรายละเอียดก่อนขับเคลื่อนโดยเฉพาะเงินดิจิทัลต้องรีบเคลียร์ชัด พิสูจน์ว่าไม่ใช่แค่ “ของชอบผู้นำ” จะยืนยันผลักดัน ขณะที่คิวซอฟต์พาวเวอร์ของครอบครัว ไม่ใช่แค่หาของเล่นให้ “ว่าที่ผู้นำ”รวมทั้งคิวหลัก แก้รัฐธรรมนูญ ที่ระดมทีมศึกษาเบื้องต้นการทำประชามติ ไทม์ไลน์กว่าจะออกจากจุดสตาร์ตต้นปีหน้า ปลดล็อกเพื่อเปิดทางตั้ง ส.ส.ร. ยกร่างใหม่ รวมทั้งกระบวนการทั้งหมดต้องทำประชามติกัน 3 รอบ และยังไม่รวมร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีกครึ่งค่อนปีทีมศึกษาฯตีธงแล้ว 3 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี จึงจะจบกระบวนการทีมเด็กๆพรรคก้าวไกล เครือข่ายภาคประชาชนไอลอว์ จึงประกาศไม่เข้าร่วมวงสังฆกรรม มองคิวแก้รัฐธรรมนูญ เป้าหมายไม่ตรงกันไม่ร่วมสร้างความชอบธรรมเกมปาหี่ ยื้อเวลาอำนาจรัฐบาลนายกฯเศรษฐามีโจทย์ยากๆ แม้เริ่มต้นดี แต่ต้องเดินให้เข้าจุดถึงเป้าหมายลบเสียงปรามาส มวยสด รำหรูไหว้ครูสวย ก็ออกหมัดเป็น.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม