ช็อกตะลึงตะลาน ตาลีตาเหลือกเหตุการณ์เด็กชายวัย 14 ปี กราดยิงภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กทม. ช่วงบ่ายวันที่ 3 ต.ค. มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 5 รายโศกนาฏกรรม สะเทือนขวัญกลางกรุงแม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์ และจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาไม่นานนัก ราวๆ 1 ชั่วโมงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินดีขึ้น เพราะเป็นเรื่องสะเทือนขวัญของสังคมก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ต่างๆนานาต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี้กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยไม่น้อยหลายฝ่ายออกมาปฏิบัติการ “วัวหายล้อมคอก” กันเหมือนเดิม ตามสูตรสำเร็จ เกิดเหตุที ก็ล้อมคอกกันที แถมคอกที่ขึงขังจะกั้นขึ้นใหม่ก็ไร้ผลเชิงปฏิบัติมาหลายครั้งหลายคราวทบทวนกันหลายสิ่งหลายอย่าง มาตรการรักษาความปลอดภัย มาตรการลงโทษ การกำหนดเกณฑ์อายุเยาวชนที่ต้องรับโทษเมื่อก่อเหตุ ต่างๆมากมายแต่สรุปสุดท้ายปลายทางจะสร้างความเชื่อมั่นให้สังคม ประชาชน ได้หรือไม่ต้องรอพิสูจน์กันรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง กุมขมับปวดหัว โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญแรกๆที่รัฐบาลนี้ประกาศดันสุดลิ่มทิ่มประตูจู่ๆมาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ แผนอาจต้องเปลี่ยน อุตส่าห์ออกนโยบายฟรีวีซ่าให้คนจีน หวังล่อใจให้นำเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแต่ดันมาเกิดเหตุอุกอาจกลางกรุง และมีคนจีนเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจีนเกิดเครื่องหมายคำถามทันที หลายคนลังเลที่จะเดินทางมาประเทศไทยดังที่ปรากฏความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลของคนจีนไม่แปลกที่ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรี ตลอดจนกระทรวงการต่างประเทศ จะรีบออกมาเทกแอกชันกับทูตประเทศต่างๆที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้แบบปัจจุบันทันด่วน “รมต.ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา “รมต.เพ้า” จักรพงษ์ แสงมณี รมช.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงแจกแจงมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวพร้อมประกาศจัดตั้งศูนย์บริหารเหตุการณ์ Situation Command Center เพื่อใช้สื่อสารกับสถานทูตต่างๆรัฐบาลต้องถอยหนึ่งจังหวะมาตั้งรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบริหารจัดการกับเหตุการณ์ที่ต้องให้ความเป็นธรรมว่า “อยู่เหนือการควบคุม”ไม่ต่างจากสถานการณ์อุทกภัยยามนี้ ต้องรับมืออย่างหนักหน่วงทั้งที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ทันไรพี่น้องภาคเหนือและภาคอีสานเจอฝนเล่นงานจนน้ำท่วมกันหลายพื้นที่ เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องของฤดูกาล ส่วนใหญ่ท่วมในพื้นที่ซ้ำซาก ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาระยะยาวดังนั้นยังไม่มีใครกล้าโทษรัฐบาลชุดนี้มากนักยิ่งได้เห็นภาพนายกฯกระตือรือร้น สนใจ ใส่ใจไปตรวจพื้นที่น้ำท่วม ไปตรวจสยามพารากอนหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ไม่ได้นอนใจ นิ่งดูดายหลายคนชื่นชม และแอบให้กำลังใจด้วยซ้ำเหนืออื่นใดปัญหาใหญ่สาหัสนาทีนี้ หนีไม่พ้นเหตุกราดยิงใจกลางกรุง พื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นประเทศไทยโดยรวมรัฐบาลต้องเร่งคลี่คลายโดยเร็ว นำพาความรู้สึกของคนไทยและชาวต่างชาติกลับมาให้เหมือนเดิมถือเป็นบททดสอบกระตุกความเชื่อมั่นครั้งสำคัญ มิฉะนั้นโปรเจกต์กวาดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีน และแผนต่อยอดสเต็ปถัดไป กวาดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยุโรป อเมริกา คงสะดุดหัวทิ่มไม่ไหลลื่นแน่ภาพรวมเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ หาเงินมาเลี้ยงปากท้องชาวบ้าน คือเป้าหมายอันดับ 1 ของรัฐบาลเพื่อไทยบรรดารัฐมนตรีทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม มีสิทธิ์เก้าอี้กระเด็น ตามสไตล์เพื่อไทยที่เคยมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคอนดักเตอร์ ปรับ ครม.กันทุกๆ 6 เดือนไม่แน่ว่า “นายกฯนิด” อาจนำโมเดลมาใช้เลียนแบบ6 เดือนไม่นาน เผลอแป๊บเดียวผ่านมา 1 เดือนแล้วถ้าผลงานรัฐบาลไม่ออก อาจต้องมี รมต.ออกแทน!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม