ปัจจุบันมีเต่าทะเลเพียง 7 สายพันธุ์เท่านั้นบนโลกของเรา ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 ชนิดอยู่ในสกุล Lepido chelys คือ เต่าหญ้าทะเล (Olive ridley) และเต่าหญ้าแคมป์ (Kemp’s Ridley) แม้จะเป็นชนิดในเต่าทะเลที่พบมากที่สุดในทะเลแคริบเบียนและที่อื่นๆ แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับประวัติหรือวิวัฒนาการของพวกมัน ล่าสุด ซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลกระดองเต่าที่เพิ่งพบบนชายฝั่งทะเลแคริบเบียนของประเทศปานามา ถูกระบุว่าเป็นหลักฐานฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุดของเต่า Lepidochelys เท่าที่เคยพบมา ทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโรซาริโอ ในโคลอมเบีย และสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียน ในปานามา เผยว่า การค้นพบฟอสซิลในพื้นที่การก่อตัวทางธรณีวิทยาที่ชื่อ Chagres Formation บ่งชี้ว่าเต่าตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 6 ล้านปีก่อนในปานามา สมัยไมโอซีนตอนปลาย เป็นช่วงเวลาที่โลกเริ่มเย็นลงและแห้งขึ้น มีน้ำแข็งสะสมที่ขั้วโลก ระดับน้ำทะเลลดลงและปริมาณน้ำฝนก็ลดลง การค้นพบครั้งนี้อาจให้กระจ่างเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของเต่าสกุลนี้ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยายังไม่ได้ระบุสายพันธุ์เต่าตัวนี้ เพราะซากของมันไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และนอกเหนือจากการค้นพบหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของเต่า Lepidochelys แล้ว นักวิจัยยังได้ค้นพบบางสิ่งที่ไม่คาดคิดในฟอสซิลกระดองเต่าตัวนี้ นั่นก็คือร่องรอยของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอโบราณ ทีมเผยว่า ปกติแล้วดีเอ็นเอค่อนข้างเน่าเสียง่าย ทว่าในเซลล์กระดูกบางส่วนของกระดองเต่าตัวนี้ นิวเคลียสของเซลล์ได้รับการเก็บรักษา และเมื่อทำปฏิกิริยากับสารละลายเคมี ก็ช่วยให้นักวิจัยพบการมีอยู่ของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่นำข้อมูลทางพันธุกรรมไปพัฒนาและสร้างการทำงานของสิ่งมีชีวิตต่อไปนั่นเอง.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่