คนรักช้างเศร้า พบซากลูกช้างป่าเขาใหญ่อีก 1 ตัว ลอยน้ำมาติดต้นไม้ ในเขตอุทยานวังตะไคร้ สภาพขึ้นอืด เน่าเปื่อย ตายมาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ คาดเป็นช้างร่วมโขลงเดียวกับลูกช้างตัวแรกที่ตายลงและพบซากเมื่อ 10 วันก่อน สันนิษฐานลูกช้างเดินตามแม่ช้างข้ามลำธาร แต่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากช่วงหน้าฝน ซัดลูกช้างจมน้ำตายเจออีก 1 ตัว ซากลูกช้างป่าไหลตามน้ำมาติดต้นไม้กลางลำธาร คาดน่าจะเป็นโขลงเดียวกับที่พบลูกช้างตายเมื่อ 10 วันก่อน เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 16 ก.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13 (นางรอง) รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานวังตะไคร้ว่า พบซากลูกช้างตายอืดลอยมาติดต้นไม้อยู่ในลำธาร ภายในอุทยานวังตะไคร้ หมู่ 1 ต.สาริกา อ.เมืองนครนายกหลังรับแจ้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบซากลูกช้างป่าไม่ทราบเพศ อายุไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ตายมาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์แล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำซากลูกช้างป่าขึ้นจากน้ำ นำขึ้นท้ายรถกระบะไปที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13 (นางรอง) ที่อยู่ไม่ไกลกัน พร้อมประสานสัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับชันสูตรซากลูกช้างเพื่อหาสาเหตุการตายสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานวังตะไคร้ทราบว่า เมื่อช่วงสายขณะเดินสำรวจพื้นที่ได้พบซากลูกช้างลอยตามกระแสน้ำมาติดต้นไม้ คาดว่าน่าจะไหลตามน้ำลงมา เพราะเมื่อคืนมีฝนตกหนัก ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นสันนิษฐานลูกช้างตัวล่าสุดที่พบนี้น่าจะเป็นโขลงเดียวกับลูกช้างตัวที่ตกน้ำและไหลลงมาตายเมื่อวันที่ 6 ก.ย. สาเหตุอาจเกิดจากลูกช้างทั้ง 2 ตัว เดินตามแม่ช้างข้ามลำธาร แล้วถูกกระแสน้ำป่าในช่วงหน้าฝนที่มีความรุนแรงพัดลูกช้างที่มีขนาดลำตัวเล็กต้านทานกระแสน้ำไม่ไหว หลุดจากความดูแลของแม่ช้าง ทำให้ลูกช้างจมน้ำตายและไหลมาตามน้ำต่อมาสัตวแพทย์หญิง ชนัญญา กาญจนสาขา หรือหมอโบว์ สัตวแพทย์ประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบซากลูกช้างแล้วพบว่าลูกช้างตายมาหลายวันแล้ว มีสภาพซากเน่าเปื่อย ตามตัวมีรอยช้ำมาจากการกระแทกกับกิ่งไม้และโขดหิน น่าจะเกิดระหว่างพลัดตกน้ำ อยู่ระหว่างผ่าตรวจสอบซากเพื่อหาสาเหตุการตาย จากนั้นจะนำซากลูกช้างฝังไว้ด้านหลังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13 (นางรอง) ใกล้กับจุดฝังซากลูกช้างตัวแรก