พนักงานสอบสวนยื่นขอศาลออกหมายจับ 6 ตำรวจร่วม งานปาร์ตี้มรณะบ้านกำนันนก พบหลักฐานชัด ช่วยเจ้าของ บ้านและไอ้หน่องเผ่นหนี หลังรัวยิงสังหารสารวัตรทางหลวง ต่อหน้าต่อตาโปลิศที่นั่งอยู่เต็มงาน จนถูกชุดสืบสวนเรียก สอบเรียงตัว 25 คน ก่อนหิ้วคนงานในบ้านที่ยอมไขความจริงไปขุดหาปืนที่ใช้ก่อเหตุและถูกนายบอกให้เอาไปซ่อนฝังดิน ล่าสุดงมเจอก้นคลอง เซิร์ฟเวอร์วงจรปิดแล้ว ด้านกำนันคนดังคอตกเดินเข้าคุก หลังเจ้าหน้าที่คุมตัวไปฝากขังผัดแรกและไม่ขอยื่นประกันตัวเอง ยังยืนกรานไม่ได้สั่งสมุนฆ่า สว.ตงฉิน ด้านพี่ชายมือปืนที่ถูกจับตายเผยภูมิใจน้องชายตายอย่างหมาพิตบูล ก่อนรับศพกลับไปเผาบ้านเกิด จ.ราชบุรียังคงเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจกรณีพ.ต.ต.ศิวกร หรือศิว สายบัว อายุ 31 ปี สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมเย้ยกฎหมายภายในงานเลี้ยงบ้านนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก อายุ 35 ปี กำนันตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม ต่อหน้านายตำรวจและลูกน้องที่นั่งสังสรรค์อีกหลายสิบนาย หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนตามวิสามัญฆาตกรรมนายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก อายุ 45 ปี ลูกน้องคนสนิทนายประวีณ ขณะที่กำนันนกหลังเข้ามอบตัวยังปากแข็งอ้างไม่ได้สั่งสมุนยิงสารวัตรตงฉินก่อนถูกส่งตัวให้กองปราบปรามดำเนินคดี ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งย้ายตำรวจ 25 นายในงานปาร์ตี้มรณะช่วยราชการศปก.ตร. เพื่อสอบเอาผิดกรณีละเลยให้มือปืนหลบหนีซึ่งหน้า แถมปล่อยให้ทำลายหลักฐานช่วยเหลือผู้กระทำผิด หิ้ว “กำนันนก” ฝากขังผัดแรกที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ย. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5.บก.ป. นำตัวนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ที่ล่าสุดถูกสั่งพักงานกลายเป็นอดีตกำนันตำบลตาก้อง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นในคดียิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต ออกจากห้องคุมขังไปฝากขังผัดแรกยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการหนุมานกองปราบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา นายประวีณอยู่ในสภาพอิดโรยมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดใช้ลูกน้องคนสนิทยิง สว.ทล.พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุวันที่ 5 ก.ย.พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ผู้ตายและ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.กก.2 บก.ทล. ผู้บาดเจ็บ กับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ได้รับเชิญจากนายประวีณผู้ต้องหาให้ไปร่วมรับประทานอาหารบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 50 หมู่ 2 ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ต้องหามีปากเสียงกับผู้ตาย ผู้ต้องหาได้ใช้ให้นายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก เป็นลูกน้องคนสนิท ใช้อาวุธปืนพกสั้น ชนิดกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม.จ่อยิงผู้ตายหลายนัดบริเวณลำตัวด้านขวาได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา พ.ต.ท.วศิน ที่นั่งอยู่ข้างผู้ตายกระสุนปืนพลาดไปถูกแขนข้างขวา 1 นัด เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ต้องหาและนายธนัญชัย หรือหน่อง หลบหนีออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไปผู้ต้องหาปฏิเสธชั้นสอบสวนต่อมาวันที่ 7 ก.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดนครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 427/2566 ลงวันที่ 7 ก.ย.66 ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 18.31 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ร่วมกันจับกุมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 84 ชั้นสอบปากคำและจับกุมผู้ต้องหาแต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบปากคำพยาน 30 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง ผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวจึงขอหมายขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวนมีกำหนดวันที่ 9-20 ก.ย.66ค้านปล่อยตัว–พฤติกรรมเหิมท้ายคำร้องคัดค้านขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกำนันตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม มานาน 9 ปี เป็นเจ้าพนักงานปกครองมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดและมีอำนาจสืบสวนเฉพาะในเขตพื้นที่ของตน แต่กลับกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพลมีความสนิทสนมกับตำรวจในหลายพื้นที่ สามารถโน้มน้าวชักชวนให้ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่และระดับต่างๆ รวมถึงข้าราชการอื่นมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสต่างๆ เพื่อเสริมสร้างบารมีของตน บางนายอยู่ในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ อีกทั้งสนิทสนมกับนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ มีการใช้อำนาจบารมีขอให้ผู้ตายย้ายตำรวจที่ตนรู้จัก เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจึงมีพฤติกรรมอุกอาจใช้ให้ผู้อื่นยิงผู้ตายเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ต่อหน้าตำรวจอีกจำนวนหลายนาย เป็นพฤติกรรมที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ภายหลังเกิดเหตุสั่งให้ทำลายพยานหลักฐาน ล้างคราบเลือด เก็บปลอกกระสุนปืน ถอดเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดแล้วหลบหนีไปเจ้าตัวไม่ยื่นประกันส่งเข้าคุกทั้งนี้ คดีมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนพยานที่ไม่ใช่ตำรวจอีกหลายปาก หากมีการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่า จะเป็นอุปสรรคหรือเกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ฝากขังได้ ด้านนายเชาว์ แก่นสวาท ทนายของอดีตกำนันนก กล่าวว่า วันนี้ไม่มีการยื่นประกันตัวกำนันนก เพราะเจ้าตัวไม่ประสงค์จะขอประกัน โดยไม่ระบุเหตุผล เจ้าหน้าที่นำตัวส่งขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครสอบตำรวจงานปาร์ตี้มรณะมีรายงานว่าในชั้นพนักงานสอบสวนนายประวีณยืนกรานปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ อ้างว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้นายธนัญชัย หมั่นมาก หรือหน่อง ไปก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร เสียชีวิตแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนกองปราบฯ มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ ในวันเดียวกันนี้ทางพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. จะเดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ 25 นายและบุคคลต่างๆที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เพื่อไล่ซักถามรายละเอียดพฤติการณ์วันเกิดเหตุทั้งหมดอีกครั้งจ่อตั้งกรรมการเอาผิดวินัยซ้ำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. กล่าวถึงกรณี ผบ.ตร.สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยตำรวจทั้ง 25 นายที่อยู่ในงานเลี้ยงที่บ้านกำนันนกว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งที่เป็นทางการแต่ให้เตรียมการในเบื้องต้นไว้แล้ว ส่วนการสอบสวนคดีอาญา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ลงไปควบคุมสั่งการอยู่แล้ว จเรตำรวจเป็นเรื่องทางวินัยจะออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการของจเรตำรวจสอบวินัยตำรวจทั้ง 25 นาย และประสานข้อมูลพนักงานสอบสวนคดีอาญาอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน โดยเฉพาะประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้คนร้ายหลบหนี ปล่อยให้มีการทำลายที่เกิดเหตุทั้งพยานวัตถุ หลักฐาน และระบบการบันทึกระบบวงจรปิดในที่เกิดเหตุซัด 3 ผกก.–ตร.เต็มงานไม่กล้าพล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อว่า จะสาวข้อมูลให้ลึกลงไปด้วยว่า ตำรวจทั้ง 25 นายประพฤติตนอันไม่สมควรอื่นๆที่เอื้อต่อกำนันอย่างไร เช่น เรียกรับส่วย การรับผลประโยชน์ และการเอื้อผู้มีอิทธิพลที่กระทำผิดกฎหมาย จนเป็นที่มากล้ากำเริบเหิมเกริมก่อเหตุสังหารตำรวจระดับสารวัตร ต่อหน้าตำรวจที่นั่งกันอยู่เต็มงาน ซ้ำยังมีตำรวจผู้ใหญ่ระดับ ผกก. นั่งอยู่ด้วยถึง 3 นาย โดยไม่มีตำรวจคนใดกล้าจับกุม หรือขัดขวางการหลบหนี ปล่อยให้เพื่อนตำรวจถูกยิงเสียชีวิตคาตาตนยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานไม่มีการละเว้น และความผิดทางวินัยในเรื่องนี้มีโทษขั้นสูงสุดคือไล่ออกจากราชการบก.ทล.ป่วนถูกย้ายถึง 9 นายด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.ผบก.ทล. เปิดเผยกรณีมีคำสั่งเด้งตำรวจทางหลวง 9 นายจากทั้งหมด 25 นาย ที่อยู่ในเหตุการณ์งานเลี้ยงบ้านกำนันนกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจ ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับตำรวจที่เข้าไปร่วมงานเลี้ยงทั้งหมดแล้ว ส่วน บก.ทล. หลังเกิดเหตุได้ตั้งชุดคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกันอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนให้ใครมารักษาการแทน คงต้องรอคำสั่ง บช.ก.ว่าจะมอบหมายสั่งการให้ใครมารักษาการแทน แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใดพี่ภูมิใจหน่องตายอย่างพิตบูลที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เวลา 11.44 น. ญาตินายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก ผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจวิสามัญฯ เดินทางไปรับศพนายธนัญชัยกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองกบ ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พี่ชายนายหน่องกล่าวว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆอีก เพราะมันจบแล้ว น้องมันตายแล้ว ไม่ว่าตายอย่างหมาก็ภูมิใจมันตายอย่างหมาพิตบูลไม่ใช่หมาชิสุ ลุงตนก็เป็นกำนัน คนพื้นที่รู้จักกันหมด น้องผมไม่ใช่ “หน่อง ท่าผา” หรือ “หน่อง บ่อพลับ” น้องมีบ้านเกิดอยู่กรุงเทพฯ คนบ้านโป่ง เป็นคนมีศักดิ์ศรีไม่ใช่ไปลงข่าว “หน่อง ทาผ่า หรือหน่อง บ่อพลับ” ขอแค่นี้ขอให้จบ เมื่อถามว่ายังติดใจสาเหตุการตายหรือไม่ พี่ชายหน่องกล่าวว่า ถ้าติดใจนักข่าวช่วยอะไรได้ไหม เพราะมีแต่นายสั่งนี่นายสั่งนั่น อยากให้มันจบดีกว่าเผยมือปืนถูกคมกระสุน 4 จุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ผ่าพิสูจน์และชันสูตรศพสาเหตุการเสียชีวิตของนายธนัญชัย พร้อมทั้งรายงานไปยัง พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เบื้องต้นระบุว่า ร่างกายถูกคมกระสุน 4 แห่ง ได้แก่ 1.ใต้คางซ้าย 2.ลำคอขวา 3.ราวนมขวา และ 4.หน้ารักแร้ซ้าย กระสุนปืนทำลายกระดูกสันหลัง อก ปอด และตับ ทำให้เสียชีวิตเมียหน่องกดดัน–ยันไม่เกี่ยวที่วัดหนองกบ ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ครอบครัวนำร่างนายธนัญชัย มือปืน มาตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมวันที่ 9-11 ก.ย.66 และจะฌาปนกิจเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ก.ย.66 ด้าน น.ส.วัฒนิกา กัณหา อายุ 41 ปี ภรรยานายหน่อง กล่าวถึงกรณีมีรายชื่อเข้าร่วมงานกินเลี้ยงบ้านกำนันในคืนเกิดเหตุว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เข้าไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ เนื่องจากคืนดังกล่าวตนอยู่บ้านเลี้ยงลูกไม่ได้ออกไปไหน อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทางครอบครัวไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ขณะนี้ทุกคนรู้สึกกดดันอย่างมากจนไม่อยากรับรู้ข่าวสารใดๆทั้งสิ้นสอบเรียงตัว ตร.ยันเด็กกำนันส่วนความเคลื่อนไหวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ตั้งแต่เช้าพนักงานสอบสวนภาค 7 นำโดย พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ร่วมกับชุดทำงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เรียกตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยง รวมถึงคนงานลูกน้องกำนันนกทยอยมาให้ปากคำที่ห้องประชุมเสสะเวช พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จ.จันทบุรี 1 ในชุดทำงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า วันนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ เพื่อให้การรายละเอียดในเหตุการณ์วันนั้น มีการแยกการทำงานและพิจารณาความสำคัญ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.เรื่องยิงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 2.เรื่องหมายจับผู้ต้องหา 2 คนคือกำนันนกและนายหน่องที่ถูกวิสามัญฯ และกรณีที่ 3 พิจารณาว่าตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุนั้น มีการร่วมกันกระทำความผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีประเด็นใด ต้องทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นยังไม่ชัดใครถอดเซิร์ฟเวอร์พ.ต.อ.เขมรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่มีการกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย พาผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล จะต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ จะต้องสอบให้ชัดเจนแน่ชัดเพื่อดูพฤติกรรมต่างๆว่าเข้าข่ายความผิด หรือไม่ ส่วนเรื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกถอดออกไปนั้นอยู่ระหว่างทำงาน ตอนนี้ยังไม่พบว่าใครเป็นผู้ถอดไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนงานในบ้านกำนันนก 3 คนได้ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ตอนนี้ถือว่าคดีคืบหน้าไปมากทำงานไม่ได้มองแต่ศักดิ์ศรี“วันนี้คณะทำงานชุดใหญ่จะให้ความสำคัญและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ใช่มองแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีอย่างเดียว ต้องดูเรื่องของความถูกต้อง ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน และจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ขณะนี้การสอบสวนเพิ่งเริ่มขึ้น มีการแยกกันสอบ จากนั้นจะนำมาประชุมร่วมกัน เพื่อสรุปว่ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม” พ.ต.อ.เขมรินทร์กล่าวและว่า ส่วนประเด็นว่าอาจไม่ใช่แค่ไม่พอใจหรืออาจเป็นเรื่องอื่นนั้น ตำรวจยังไม่ได้ฟันธงไปตามกระแส ตอนนี้กำนันเป็นผู้ต้องหา จะให้ข้อมูลใดอะไรก็ได้ สุดท้ายต้องดูที่พยานหลักฐานเป็นหลัก เจอแล้วปืนยิง สว.–ซุกฝังดินขณะเดียวกันตำรวจนำตัวนายเก่ง ลูกน้องกำนันนก ทำงานอยู่บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด มาสอบสวนที่ บช.ภ.7 หลังพบว่านายเก่งมีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์คืนเกิดเหตุ ขณะถูกนำไปสอบ เจ้าตัวมีสีหน้าเครียดอย่างมาก และร้องไห้ออกมาก่อนรับสารภาพว่าเอาปืนกล็อก 9 มม. กระบอกที่ใช้ก่อเหตุไปซ่อนไว้แถวหลังบ้านของพี่สาว หลังสอบปากคำเสร็จ ชุดสืบสวนพาไปตรวจค้นบริเวณท้ายริมบึงข้างอ่างน้ำประปา ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม ที่นำปืนไปฝังบริเวณกรงสุนัข ใช้เวลาขุดเพียง 5 นาทีพบอาวุธปืนของกลางถูกห่อด้วยผ้าสีขาวและสีทองแบบผ้าคลุมโต๊ะจีน สอดคลองกับคืนเกิดเหตุมีการสั่งโต๊ะจีนมาในงานเลี้ยงสังสรรค์บ้านกำนันนก ลักษณะปืนยังขึ้นลำอยู่แฉ ร.ต.ท.เป็นคนซื้อให้มือปืนสำหรับปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุยิงสารวัตร ทางหลวง พบว่าเป็นปืนกล็อก 9 มม. สีดำ ของ ร.ต.ท.นิมิตร สลิดกุล รอง สว.จราจร สภ.เมืองนครปฐม ที่ใช้ชื่อยื่นขอซื้อปืนสวัสดิการตำรวจที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด แล้วเอาไปให้กับนายหน่อง มือปืน พกติดตัวใช้คุ้มกันกำนันนก จากการสอบสวนพบว่าวันเกิดเหตุ ร.ต.ท.นิมิตร เป็น 1 ในตำรวจที่เข้าไปร่วมงานเลี้ยงบ้านกำนันนกด้วย ที่ผ่านมา ร.ต.ท.นิมิตร จะเป็นคนขับรถนำขบวนให้นักการเมืองใหญ่ในพื้นที่รวมถึงขับรถให้กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน เช่น ผบก.ภ.จ.นครปฐม และอดีต ผบช.ภ.7ตำรวจถ่วงเวลาช่วยไอ้หน่องมีรายงานด้วยว่า พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. นำกำลังตรวจค้นจนพบปืนของกลางกระบอกที่นายธนัญชัยใช้ก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร ซึ่งเป็นปืนของตำรวจที่ทำหน้าที่ขับรถให้ ผบก.จ.นครปฐม ที่นายหน่องนำไปใช้พกติดตัว ส่วนปืนของกลางอีกกระบอกที่พบในวันวิสามัญฯนายธนัญชัย เป็นของนายประวีณให้ไว้ใช้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ จากแนวทางสืบสวนชุดคลี่คลายคดีพบหลักฐานเพิ่มเติมว่าหลังเกิดเหตุมีตำรวจคอยช่วยเหลือนายธนัญชัย อีกทั้งถ่วงเวลาล่วงเลยนานพอสมควร ก่อนจะโทรศัพท์ประสานแจ้งเหตุตำรวจท้องที่ ทำให้บรรดาลูกน้องของกำนันนกมีเวลามากพอที่จะจัดเก็บทำลายพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดได้ทันก่อนที่ตำรวจท้องที่จะเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและร่องรอยลายนิ้วมือแฝงบริเวณที่เกิดเหตุไว้ตรวจสอบแล้ว ซัดมีทั้งปกป้อง–พาคนร้ายหนีด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดียิง พ.ต.ต.ศิวกร ว่า มีความคืบหน้าไปมาก หลังจากวันที่ 8 ก.ย. ขออนุมัติหมายค้นศาลตรวจค้นที่บ้านพัก จุดเกิดเหตุ และออฟฟิศ ทำให้แยกเป็น 2-3 กลุ่มได้ว่า ตำรวจคนไหนที่เข้าไปช่วยเหลือในการปกป้อง เข้าไปช่วยเหลือเอาผู้ร้ายหนี กลุ่มไหนเกิดเหตุแล้วหนีกระเจิดกระเจิงไปเลย วันนี้เรียกตำรวจทั้งหมด 25 คน มาสอบปากคำ ข้อมูลการสืบสวนเรามีครบอยู่แล้ว วันนี้น่าจะสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะให้การโกหกอย่างไร ให้การไม่ตรงอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วจะพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหนรู้หมดใครช่วยเหลืออย่างไรผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากเกิดเหตุมีชายชุดดำ เข้าไปทำอะไรบางอย่างในที่เกิดเหตุและปล่อยให้มือยิงหนีไป รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้มีจริงสอบแล้ว รู้ตัวว่าใครเข้าไปทำอะไรบ้าง วันนี้สรุปได้ว่ามีการช่วย แน่นอน ใครช่วยบ้างตอนนี้เรารู้อยู่แล้ว จะดำเนินคดี ให้หมด สรุปได้ว่าที่มีการหลบหนีได้ เพราะมีการช่วย ละทิ้งที่เกิดเหตุ บางส่วนก็หนีไป ไม่ได้ทำหน้าที่ของตำรวจ และยังไปช่วยผู้ต้องหาอีก ต้องว่ากันตาม กระบวนการกฎหมาย ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องมาก เช่น ช่วยเหลือผู้ต้องหา ทำลายพยานหลักฐาน พาผู้ต้องหาหนีก็จะขออนุมัติหมายจับจากศาล วันนี้ก็จะสอบให้สิ้น กระแสความ หากพยานหลักฐานเพียงพอจะไปขออนุมัติหมายจับ ถือเป็นความก้าวหน้าของคดีหลักฐานชัดคนสั่งยิงคือกำนันพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ หรือมูลเหตุว่ากำนันเป็นคนสั่งยิงจริง หรือไม่ วันนี้เรามีพยานหลักฐานที่น่าจะยืนยันได้ชัดเจนแล้ว จากการเร่งสอบปากคำเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ทำให้มีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนแล้วว่า คนสั่งยิง คือกำนัน ถือเป็นประเด็นในสำนวนที่สำคัญ อย่างไร ก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรม การรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำเข้าสู่ศาลถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คดีนี้ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน เพราะว่าพยานหลักฐานนิ่ง ตัวผู้ต้องหาก็นิ่งอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่กำลังทำต่อไล่ข้อมูลทั้งหมด เพื่อขยายวงว่าใครเป็นเครือข่ายของกำนันนกบ้างจะได้ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากยื่นศาลขอหมายจับ 6 ตำรวจข่าวแจ้งว่า ภายหลังตำรวจชุดคลี่คลายคดีเรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องและลูกน้องกำนันมาสอบสวนจนนำไปสู่การตรวจค้นพบปืนของกลางที่นายหน่อง ใช้ก่อเหตุยิงสารวัตรทางหลวงตงฉิน ซึ่งเป็นปืนที่ตำรวจเป็นคนซื้อ ทำให้พนักงานสอบสวนแยกกลุ่มตำรวจอยู่ในงานเลี้ยงได้อย่างชัดเจนมากขึ้น จนได้หลักฐานมากพอก่อนยื่นศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทางคดีเพิ่มเติม ในส่วนของตำรวจ รวม 6 นาย ประกอบด้วย 1.พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข อายุ 52 ปี สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน อยู่บ้านเลขที่ 61/278 หมู่ 5 ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 2.ร.ต.ท.ประสาร รอดผล อายุ 58 ปี รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. อยู่บ้านเลขที่ 1/76 หมู่ 4 ต.ลำพยา อ.เมืองนครปฐม 3.ร.ต.ต.นิมิตร สลิดกุล อายุ 57 ปี (เจ้าของปืนที่ใช้ยิง พ.ต.ต.ศิวกร) รอง สว.จร.สภ.เมืองนครปฐม อยู่บ้านเลขที่ 115/1 ถนนสาครธนากรตะวันตก ต.ลำพยา อ.เมืองนครปฐม 4.ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ แตงอำไพ อายุ 58 ปี รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. อยู่บ้านเลขที่ 56/102 ซอยรามอินทรา 55/8 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 5.ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร อายุ 59 ปี รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และ 6.ร.ต.ต.สรรเสริญ ศรีสวัสดิ์ อายุ 55 ปี รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. อยู่บ้านเลขที่ 56/61 หมู่ 5 ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐมข้อหาช่วยกำนัน–มือปืนหนีตำรวจทั้งหมดถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยาน หลักฐานในการกระทำความผิด, ร่วมกันช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้น ด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม” ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนมีหลักฐานว่า หลังจากมีการควบคุมตัวนายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก และนายประวีณ หรือกำนันนก จันทร์คล้าย พร้อมอาวุธปืนของกลาง หลังใช้ปืนยิงผู้ตายและผู้บาดเจ็บได้แล้ว ได้รู้เห็นเป็นใจในการปล่อยตัว หรือยินยอมให้มีการปล่อยตัวนายธนัญชัย หรือหน่องไป และรู้เห็นเป็นใจ หรือยินยอมให้มีการพา นายประวีณ หรือกำนันนก หลบหนีนำอาวุธปืนไปซ่อนงมเจอ “เซิร์ฟเวอร์” แล้วผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิดที่หายไปจากบ้านของกำนันนก หลักฐานสำคัญที่บันทึกภาพในงานวันเกิดเหตุนั้น ล่าสุด มีรายงาน ว่า ตำรวจชุดสืบสวนกองปราบปราม ได้เข้าควบคุมตัว นายโบ๊ต ทำงานอยู่เรือนจำกลางราชบุรี และเป็นทีมงานของกำนันนก มาเค้นสอบปากคำ หลังมีพยาน ยืนยันว่าเป็นคนถอดเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวไป กระทั่งนายโบ๊ตยอมรับสารภาพว่า ได้นำเซิร์ฟเวอร์กล้อง วงจรปิดจากบ้านกำนันนกไปโยนทิ้งน้ำในคลองหลังวัดตาก้อง ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดประดาน้ำ ลงงมค้นหาจนพบ “เซิร์ฟเวอร์” แล้วเร่งนำส่งไปกู้ข้อมูลกล้องวงจรปิดนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงวันเกิดเหตุต่อไปมท.ถอนอนุญาตปืนกำนันนกมีรายงานด้วยว่า นายยุทธนา โพธิวิหค นายทะเบียน ท้องที่อำเภอเมืองนครปฐม มีคำสั่งด่วนเมื่อวันที่ 8 ก.ย. แจ้งไปยังนายประวีณ หรือกำนันนก ถึงการ เพิกถอนใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ของกำนันนก กรณีถูกหมายจับคดีอาญาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม โดยมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่อำเภอเมืองนครปฐม ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามถึงการออกคำสั่งข้างต้นจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้รับคำตอบว่า เรื่องนี้ ต้องเร่งจัดการ เราจะปล่อยไว้ไม่ได้กับการให้มีผู้นำ ชุมชนสะสมอิทธิพล แล้วทำตัวเหิมเกริมท้าทายกฎหมาย อาวุธปืนต้องจำกัดการถือครอง ไม่ใช่อยู่ในมือคนชั่ว คนเลว ตอนนี้ต้องจัดระเบียบกันใหม่ ต้องเอาจริงเอาจัง กฎหมายต้องบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ“พิธา” เกาะติดจี้คดี พ.ต.ต.ศิวกรที่ จ.ระยอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวกรณีคนร้ายก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิตในงานเลี้ยงบ้านกำนันนกที่ อ.เมืองนครปฐม และรอง ผกก. บาดเจ็บว่า ขอแสดงความเสียใจ ความอาลัย ต่อตำรวจที่เสียชีวิตที่ จ.นครปฐม ทางพรรคก้าวไกล พร้อมติดตามเรื่องคดีให้เกิดความเป็นธรรม และหาก พบเรื่องที่เกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ สามารถร้องเรียน มาได้ที่พรรคก้าวไกลผู้การฯ แจง ร.ต.ท.ไม่ใช่พลขับค่ำวันเดียวกัน พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช ผบก.ภ.จ.นครปฐม เปิดเผยกรณีมีการระบุว่า ร.ต.ท.นิมิตร สลิดกุล รอง สว.จราจร สภ.เมืองนครปฐม ที่เป็นเจ้าของปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร เสียชีวิต เป็นพลขับให้ ผบก.ภ.จ.นครปฐม ว่า เป็นข่าวคลาดเคลื่อน ผิด จากข้อเท็จจริง ร.ต.ท.นิมิตรไม่ใช่พลขับของตนเพราะปกติจะมีคนขับรถแค่ 1 คน และนายเวรอีก 1 คนที่จะไปไหนมาไหนด้วย ส่วน ร.ต.ท.นิมิตรทราบว่ามีความสนิทสนมกับบ้านกำนันนกอยู่แล้ว ใช้เวลาว่างไปร่วมงานเลี้ยงหลังเลิกงาน ส่วนที่ตนรู้จักกับบ้านกำนันนกเพราะ ร.ต.ท.นิมิตรเป็นช่วงที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเดือนตุลาคม จากนั้นเดือนพฤศจิกายนทราบว่าเป็นวันเกิดของกำนันนก ตนเข้าไปเพียงครั้งเดียวและไม่เคยกลับเข้าไปอีกเลยชี้นิ้วไหนร้ายพร้อมตัดทิ้งทันทีผบก.ภ.จ.นครปฐมกล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุ ทราบว่า ร.ต.ท.นิมิตรเข้าไปอยู่ในงานด้วย เท่าที่สอบถามยอมรับเข้าไปในงานจริง และเมื่อมีการยิงกันก็กลับเลย เรื่องนี้ผิดก็ว่ากันตามผิด นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง หากมีส่วนเกี่ยวข้องจริงและมีหมายจับก็ไม่เลี้ยง ตอนนี้ ร.ต.ท.นิมิตรอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรเพิ่ม ทราบวันนี้ว่ามีตำรวจของ จ.นครปฐม 6 นาย ที่ไปร่วมงาน ส่วนเรื่องอาวุธปืนสวัสดิการก็จะมีขั้นตอนและระเบียบแบบแผนตามที่กำหนดการซื้อปืนไม่ได้ซื้อผ่านทางตน ตามหลักแล้วเป็นของใครคนนั้นต้องครอบครอง ไม่มีสิทธิ์ที่จะให้คนอื่นใช้