การทุจริตประพฤติมิชอบหรือคอร์รัปชัน กลายเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นประจำวัน นักวิชาการบางคนระบุว่า การฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็น “ดีเอ็นเอ” ในวัฒนธรรมไทย เฉพาะวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา มีข่าวการทุจริตที่เกี่ยวกับนักการเมือง และข้าราชการ อย่างน้อย 3 ข่าว เป็นระดับหน้าหนึ่งข่าวแรกคือการทุจริตในโครงการจ้างเหมาขุดลอกลำน้ำ อบจ.ลำปาง 29 โครงการ ศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 พิพากษาว่า อดีตนายก อบจ.ลำปาง มีความผิด 29 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมเป็น 116 ปี แต่ให้คงจำคุก 50 ปี ส่วนจำเลยอีก 8 คน ได้รับโทษตามความผิดในคดีที่ค่อนข้างซับซ้อนมีการจัดฉากตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ร่วมกันปิดข่าวการเสนอราคา จัดทำเอกสารเสนอโครงการ 3 ราย ให้ดูเสมือนว่ามีการแข่งขันกันยื่นเสนอราคา มีการปลอมแปลงลายเซ็นกรรมการเปิดซองการเสนอราคา เพื่อเป็นหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณ ให้ผู้รับเหมาจริง 60% อีก 40% นำมาแบ่งกันเองเป็นการทุจริตงาบหัวคิวถึง 40% เป็นแบบฉบับของการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ซึ่งทำให้รัฐเสียหายปีละ หลายแสนล้านบาท ส่วนข่าวที่ 2 เป็นเรื่องนายช่างโยธาอาวุโส ประจำเขตลาดกระบัง กทม. ถูกจับในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับสินบนข่าวการทุจริตที่ 3 ที่เป็นข่าวใน สื่อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้แก่ ข่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ชลบุรี ออกหมายจับอดีตรัฐมนตรีที่เพิ่งจะพ้นจากตำแหน่ง ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 เนื่องจากพนักงานอัยการออกหมายนัดอดีตรัฐมนตรี เพื่อส่งฟ้องต่อศาล แต่ไม่มาตามนัดทั้งสามข่าวนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ของการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ นักวิชาการเรียกว่าเป็นทฤษฎี “สามประสานกินเมือง” เป็นการสบคบคิดระหว่าง 3 ฝ่าย คือ นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ เพื่อก่อปฏิบัติการงาบงบประมาณแผ่นดิน ที่มาจากภาษีประชาชน ปีละหลายแสนล้านบาทในหลายทศวรรษที่ผ่านมา มักจะกล่าวหาข้าราชการทุจริต ตาม ป. อาญา ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี แต่ในระยะหลังๆตั้งข้อหารุนแรงยิ่งขึ้น ตาม ป.อาญา ม.149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม