มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรี “รัฐบาล เศรษฐา-1” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 โดยเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรี 34 ตำแหน่ง เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 2 กันยายน รายชื่อคณะรัฐมนตรี 34 คน ไม่มีชื่อของ นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ และ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ซึ่ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากทั้งสองคนยังไม่แน่ใจในเรื่องคุณสมบัติเห็นรายชื่อ 34 รัฐมนตรีแล้ว มีแต่คนส่ายหน้ามากกว่าชื่นชม ส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเดิมที่มีประวัติและผลงานที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ ถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตยเสรี สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไม่มีทางได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอนนายกฯเศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยว่า จะนำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันอังคารที่ 5 กันยายน เวลา 17.00 น. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษนัดแรกในวันที่ 6 กันยายน จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 11 กันยายน เลื่อนออกจากเดิม 8 กันยายน เนื่องจากต้องส่งนโยบายให้สมาชิกรัฐสภาล่วงหน้า 5 วัน วันอังคารที่ 12 กันยายนจะเป็นการประชุม ครม.นัดแรกวันที่ 18 กันยายน นายกฯเศรษฐา จะเดินทางไปร่วมประชุม สหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ส่วน การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 2023 ที่อินโดนีเซีย ระหว่าง 5-8 กันยายน ไปร่วมประชุมไม่ทัน เพราะต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสียก่อนการเข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลของ นายกฯเศรษฐา ในครั้งนี้ ไม่มีเวลาที่จะฮันนีมูน ศึกษาดูงานไปก่อนแบบชิวๆ แต่ต้องทำงานหนักทันที การมีรัฐบาลช้าไป 3 เดือนกว่า จากกติการัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ ทำให้เศรษฐกิจของชาติเสียหายไปอย่างมหาศาล งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ต้องล่าช้าไปกว่า 3 เดือน การลงทุนต่างๆของภาครัฐต้องหยุดชะงัก การลงทุนของเอกชนก็หยุดชะงัก เลื่อนออกไปตามรัฐบาลใหม่และความไม่แน่นอน ทำให้จีดีพีประเทศไตรมาส 2 เติบโตต่ำเตี้ยเพียง 1.8% การส่งออกก็เดี้ยงติดลบต่อเนื่องกัน 7 เดือน โดยไม่มีใครรับผิดชอบการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ให้ “ฟื้นคืนชีพ” มาอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดของ นายกฯเศรษฐา วันนี้จังหวัดท่องเที่ยวเริ่มฟื้นแล้ว จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มกลับมา แต่จังหวัดส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่ฟื้นตัว การกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนจึงสำคัญอย่างยิ่งตอนแรก ทุกคนก็คาดหวังกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่หาเสียงเอาไว้ การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป 56 ล้านคนทั่วประเทศ เป็นเงิน 560,000 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายทันทีในรัศมีไม่เกิน 4 กม.จากทะเบียนบ้าน แต่วันนี้ต้องกินแห้วเสียแล้ว เพราะ นายกฯเศรษฐา บอกว่า ยังไม่พร้อม คาดว่าจะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้ในไตรมาสแรกปีหน้า นับจากวันนี้ไปก็ต้อง รออีก 6–7 เดือนถึงจะแจกได้ เพราะต้องไปจัดทำ ระบบเงินดิจิทัลใหม่ ผ่านระบบ “บล็อกเชน” ไม่รู้ใช้เงินอีกเท่าไหร่ ทั้งที่ระบบ “เป๋าตัง” ของ ธนาคารกรุงไทย ก็ใช้ได้ แต่ไม่ใช้เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ นายกฯเศรษฐา และ พรรคเพื่อไทย สัญญาไว้กับประชาชนว่า การประชุม ครม.นัดแรก จะมีมติเรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เพื่อ ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปกองทัพให้เป็นทหารมืออาชีพ วันนี้พรรคเพื่อไทยไปจับมือกับทหารแล้ว จะยังปฏิรูปกองทัพอีกหรือไม่?ยกมาแค่ 2 นโยบายหลัก ก็ดูท่าจะเหนื่อยเสียแล้ว ยังไม่พูดถึง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือน 25,000 บาท ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจครั้งใหญ่.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" เพิ่มเติม