หลังสภาผู้แทนราษฎรกัมพูชาลงมติรับรอง พล.อ.ฮุน มาเนต ผู้บัญชาการกองทัพบก เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกัมพูชาแทนสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ก็มีกระแสข่าวลือในแวดวงการเมือง ว่าเกิดความขัดแย้งภายในตระกูลฮุน อ้างว่านายฮุน มะนี น้องชายคนเล็กของ พล.อ.ฮุน มาเนต ไม่พอใจที่พี่ชายสืบทอดอำนาจนายกรัฐมนตรีจากพ่อ และนายฮุน มะนี ก็เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้งว่า พร้อมที่จะดำเนินรอยตามสมเด็จฮุน เซน เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตอย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 ส.ค. สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรีวันเดียวกับที่ลูกชายคนโตขึ้นเป็นนายก รัฐมนตรีกัมพูชาได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่มีความขัดแย้งระหว่างบุตรชายทั้ง 3 คน คือ ฮุน มาเนต ฮุน มานิท และฮุน มะนี ในเรื่องเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สาเหตุที่พวกวิพากษ์วิจารณ์เอาไปพูดเช่นนั้นก็เพราะคิดว่าครอบครัวผมต้องมีความขัดแย้งเหมือนครอบครัวพวกเขา บุตรชายคนเล็กทั้ง 2 คน ไม่ว่า พล.ท.ฮุน มานิท ที่ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองทัพบกกัมพูชา และนายฮุน มะนี รมว.สาธารณประโยชน์กัมพูชา ไม่ยอมรับตำแหน่งใดๆที่สูงกว่าตำแหน่งของพี่ชายนั่นคือ พล.อ.ฮุน มาเนต สิ่งนี้คือความเป็นจริงสมเด็จฮุน เซน ยังกล่าวต่อไปว่า พล.อ.ฮุน มาเนต ได้รับการสนับสนุนจากทั้งครอบครัวและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ตอนเลือกตั้งทางพรรคประชาชนกัมพูชาได้เสนอแคนดิเดตนายก รัฐมนตรี 2 คน คือตนและลูกชาย ซึ่งประชาชนก็ทราบดีว่าลูกชายคือผู้ที่จะสืบทอดอำนาจ นอกจากนี้ บ้านผมก็มีระเบียบวินัย พ่อเป็นคนดูแลบ้าน รองลงมาคือลูกชายคนโต และการที่ความรับผิดชอบจะตกไปยังลูกชายคนรองหรือคนสุดท้องก็ย่อมหมายความว่าลูกชายคนโตเป็นพวกติดยาเสพติด หรือไม่ก็ไร้ความสามารถสมเด็จฮุน เซน ยังโต้ข่าวลืออีกว่า เอาเข้าจริงแล้วเรื่องนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องระดับครอบครัว แต่เป็นเรื่องระดับประเทศ เราต้องเลือกคนที่ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับ ต้องเป็นคนที่ควบคุมได้ทั้งเหล่าทัพและข้าราชการ และมีความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองอย่างสูง ถ้าลูกชายผมไร้ประโยชน์จริงๆก็คงไม่ได้รับการแต่งตั้ง เราไม่แต่งตั้งเพราะเป็นลูกชายของคนใหญ่คนโต ส่วนตัวแล้วเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้มีความสามารถมากพอในการพัฒนาประเทศ นี่เป็นเวลาอันเหมาะสมที่ตนและสหายการเมืองจะลงจากตำแหน่ง.