คำถามที่ 12 ใน 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน และคณะเขียน) ถาวร สิกขโกศล แปล สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2556 ทำไม โจโฉ จึงตัดผมแทนตัดหัวพงศาวดารสามก๊ก บรรพราชวงศ์วุ่ย บทประวัติพระเจ้าวุ่ยอู่ตี้ ตอนหนึ่งมีว่าครั้งหนึ่งโจโฉเดินทัพผ่านนาข้าวสาลี ได้ออกคำสั่งว่าห้ามไพร่พลเหยียบย่ำทำลายข้าว ผู้ฝ่าผืนโทษถึงตาย ทหารม้าทุกนาย จึงต้องลงจากหลังม้า ช่วยกันแหวกต้นข้าวเป็นช่องให้ม้าเดินผ่านแต่ม้าโจโฉโผโผนไปย่ำต้นข้าว...นี่เป็นเรื่องใหญ่ ต่อหน้าต่อตาสมุห์บัญชีทัพหารือเรื่องโทษ อ้างหลักการในหนังสือชุนชิว (จดหมายเหตุแคว้นหลู่) ของขงจื๊อว่า “อาญาไม่ใช้แค่ผู้เป็นที่เคารพ”แต่องค์ไท่จู่ (โจโฉ) ตรัสว่า “ตรากฎหมาย แต่ตัวเองกลับละเมิด จะนำผู้น้อยได้อย่างไร แต่ข้าเป็นแม่ทัพไม่อาจประหารตัวเองได้ จึงขอลงโทษตัวเองแทน”ดังนั้น จึงใช้กระบี่ตัดผมของตนวางไว้บนพื้นดินมีคำอธิบาย โจโฉทำเช่นนี้เป็นการใช้วัฒนธรรมตามจารีตของปรัชญาหญู (สำนักขงจื๊อ) ซื้อใจคน ในคัมภีร์กตัญญูกล่าวว่า ร่างกาย ผิวหนัง และผม ได้มาจากพ่อแม่ มิกล้าทำให้เสียหายสำนักหญูถือว่าร่างกายเป็นของขวัญจากพ่อแม่ ต้องถนอมรักษาไว้อย่างดี จึงจะสนองคุณท่านได้ดังเช่น เจิงจื่อ ศิษย์เอกขงจื๊อ ก่อนตายขอร้องศิษย์ของตนเองว่า “ช่วยดูมือของฉัน ช่วยดูเท้าของฉัน” นั่นคือความต้องการรู้ว่ามือเท้าของตนชำรุดบกพร่องไปหรือไม่ เช่นนี้เท่านั้น จึงจะได้ชื่อว่าเป็นลูกกตัญญูที่แท้ในสมัยโบราณมีแต่นักโทษเนรเทศ และพระเท่านั้นที่โกนหัวผมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หน้าที่สำคัญของลูกกตัญญูต้องไม่ทำให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ก่อนตายต้องคืนร่างที่สมบูรณ์กลับให้บรรพชนด้วยวัฒนธรรมความเชื่อนี้ คนจีนโบราณจึงกลัวการตัดผมและโกนหัวมากที่สุดยิ่งในยุคราชวงศ์ฮั่น และยุคสามก๊ก ความเป็นลูกกตัญญูเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ การที่โจโฉยอมตัดผม ก็เท่ากับประกาศว่าตน “อกตัญญู” ซึ่งถือกันหนักหนาว่าเป็นความผิดร้ายแรงเท่าการประหารชีวิตการทำเช่นนี้ พงศาวดารสามก๊ก เขียนว่าทำให้บรรดาทหารชื่นชมโจโฉมากในเมืองจีนยุคนั้น...เห็นตรงกันว่าเป็นการแสดงความเสียสละ แสดงความกล้าหาญ เยี่ยงวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แต่ถ้าย้อนหลังไปราวสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว ในจีน ยุคเล่าจื๊อในอินเดีย ยุคพระพุทธเจ้า ในกรีก ยุคโสคราตีส มีคำสอนหนึ่งที่ตรงกัน “ไม่มีสิ่งใดดีหรือเลว ความคิดทำให้เป็นเช่นนั้น”ความผิดโทษตัดหัว แต่ตัดผมแทน แบบโจโฉ ในบางบ้านเมือง อาจคิดได้ว่าเป็นเรื่องแบบศรีธนญชัยบ้านเมืองใกล้ๆคนพวกหนึ่ง เชื่อเหมือนกันว่าผู้เสนอแก้ ม.112 มีความผิดมหันต์ คนอีกพวกหนึ่ง เชื่อเหมือนๆกัน “มีเราต้องไม่มีลุง”สองความคิดที่ว่ามีผลให้การตั้งรัฐบาลสะดุด ทำท่าเดินหน้าต่อไม่ได้หลายวันมานี้ เริ่มมีความคิดใหม่...เนื้อหา คล้ายเนื้อเพลงที่บังเอิญจำได้ “รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย จะอยู่ที่ไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน”ผมนั่งดูเนื้อตัวหน้าตา ผู้คนหลายๆฝ่าย แล้วก็คิดถึงคำโบราณ ฝนตกขี้หมูไหล...ไหนๆเราก็ต้องใช้นายกฯให้ได้สักคน เอ้าเฮ! เอาไง ก็เอากัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม