เหตุการณ์โกดังพลุและดอกไม้ไฟตลาดชายแดนไทย-มาเลเซีย บ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ระเบิดขึ้นบ่ายวันที่ 29 ก.ค. มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บกว่า 200 ราย บ้านเรือนพังหลายร้อยหลังคาเรือนเป็นความสูญเสีย โศกนาฏกรรมใหญ่ชาวใต้ ชาวบ้านเปิดโปงต้นเหตุเพลิงไหม้เกิดจากเจ้าของโกดังจ่าย “ส่วยพลุ” ให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยแลกกับปล่อยให้โกดังเก็บพลุใจกลางชุมชน ทั้งที่ชาวบ้านร้องเรียนหลายครั้ง แต่กลับนิ่งเฉย ยิ่งทำให้สังคมรุมประณามสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าของรู้ทั้งรู้ว่าโกดังเก็บพลุและดอกไม้ไฟอยู่ในชุมชนอันตราย ปล่อยให้ช่างเชื่อมเหล็กทำให้สะเก็ดไฟหล่นใส่พลุดอกไม้ไฟโกดังเกิดเหตุระเบิดไหม้บ้านเรือนชาวบ้านความไม่ใส่ใจเจ้าหน้าที่บ้านเมืองปล่อยให้มีเหตุรุนแรงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ คนไทยรับไม่ได้ เพราะรัฐบาลได้ทุ่มเทงบมหาศาลทำให้เป็นพื้นที่พิเศษ คุมเข้มอาวุธ และวัตถุสารอันตราย แต่ปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นมาได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เยี่ยมเยือนผู้ได้รับผลกระทบ สั่งกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและติดตามผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งตั้งแต่วันเกิดเหตุให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.อนุรุท อิ่มอวบ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ลงพื้นที่กำชับตำรวจเร่งช่วยเหลือ เยียวยาชาวชุมชนมูโนะ จัดตั้งชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี สั่งย้าย “4 เสือโรงพัก” สภ.มูโนะ และผู้ที่พัวพันเข้ามารับ “ส่วยพลุ”ผบ.ตร.ส่ง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เชิญอัยการเข้ามาร่วมกำหนดแนวทางคดีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งตรวจสอบทุกรายที่เกี่ยวข้องเจ้าของโกดัง เจ้าหน้าที่รัฐ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การกระทำผิดตั้งแต่อดีตที่เจ้าของโกดังเคยถูกทหารจับกุมโกดังเก็บพลุและดอกไม้ไฟเมื่อปี 2559 แต่สุดท้ายเอาผิดเจ้าของไม่ได้ อัยการสั่งไม่ฟ้องคดี สุดท้ายมาเกิดเหตุระเบิด นำมาเป็นประเด็นทำคดีรัดกุมเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องประสานทางการมาเลเซียและกดดันทำให้ น.ส.ปิยะนุช และ นายสมปอง อายุ 42 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของโกดังที่หลบหนีเข้าประเทศมาเลเซียติดต่อขอมอบตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา แจ้ง 4 ข้อหาหนักคือ 1.ข้อหากระทำโดยประมาทและกระทำการนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 2.ร่วมกันทำ สั่ง นำเข้าหรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 4.ร่วมกันก่อสร้างดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพพล.ต.อ.สุรเชษฐ์สั่งชุดสืบสวนสอบสวนขยายผลพบว่า ร้านวิรวัฒน์พานิช เจ้าของโกดังได้สั่งซื้อพลุและดอกไม้ไฟจากบริษัทจากประเทศจีนตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยมีการนำเข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบัง นำมาเก็บไว้ในโกดังบ้านมูโนะ เพื่อนำออกมาจำหน่ายให้กับร้านค้าและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ชุดสืบสวนตรวจสอบเอกสารร้านไม่มีใบอนุญาตในการจำหน่ายดอกไม้เพลิงและมีการสำแดงเท็จเอกสารในการนำเข้าพลุและดอกไม้ไฟเข้ามาในประเทศ เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มความผิดตามกฎหมายฟอกเงินรอง ผบ.ตร.ให้แนวทางการสอบสวนว่า คดีนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ไม่ใส่ใจของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องให้ความช่วยเหลือตามระเบียบพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำหนดให้กรณีมีผู้เสียชีวิตจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับค่าชดเชยรายละ 500,000 บาทสั่งพนักงานสอบสวนซักถามผู้ต้องหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง “จ่ายส่วย” ให้เจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมเรียกสอบ นายอำเภอ นายก อบต. และอุตสาหกรรมจังหวัด ฝ่ายอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องการตรวจสอบใบอนุญาต กำชับเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยและมีส่วน “รับส่วย” ไม่ให้เป็นแบบอย่างคดีอื่นเร่งสืบสวนหาแหล่งเก็บพลุและดอกไม้ไฟพื้นที่ทั่วประเทศป้องกันไม่ให้มีเหตุซ้ำขึ้นอีกเป็นอีกคดีที่ต้นเหตุเกิดจากการเพิกเฉย ปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน และมีบางส่วนเข้ามาพัวพันการเรียกรับ “สินบน” จนเป็นเหตุทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวบ้านมูโนะ จ.นราธิวาส พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า “ในโอกาสแรกขอแสดงความเสียใจไปยังพี่น้องประชาชนชาวมูโนะที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานรัฐและเอกชนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ ในส่วนของตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่าเหตุเกิดจากความประมาทในการซ่อมแซมอาคาร หลังเกิดเหตุติดตามเจ้าของกิจการ 2 คน ซึ่งทราบว่าได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย ต่อมาผู้ต้องหาเข้ามอบตัวตำรวจแล้วอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติม ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ในหลายประการ”“ในส่วนการขายดอกไม้ไฟและเก็บรักษาดอกไม้ไฟจำนวนมากอยู่ระหว่างการสืบสวนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อหรือจำหน่ายดอกไม้ไฟว่ามีการลักลอบส่งออกด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดในส่วนอื่นจะดำเนินคดีเพิ่มเติม หากผลการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยใดเกี่ยวข้องการกระทำผิดจริงหรือมีการเรียกผลประโยชน์จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดโดยเด็ดขาดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง”ความเด็ดขาด มุ่งมั่น ตั้งใจทำคดีของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. นำทีมสืบสวนสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำความผิดทุกมิติ รวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย เป็นรูปแบบการทำงานชนิดถึงลูกถึงคน และตรงไปตรงมาในทุกคดีที่ทำ“บิ๊กโจ๊ก” เป็นตำรวจเข้ากับสถานการณ์ ทำให้สังคมไทยยังเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมในกฎหมายไทย คนที่ทำผิดต้องถูกลงโทษไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพล ทำให้ชาวบ้านวางใจว่าตำรวจอยู่เคียงข้างประชาชนทวงคืนความเป็นธรรม ซับน้ำตาชาวมูโนะ.ทีมข่าวอาชญากรรมคลิกอ่านคอลัมน์ “แกะรอยรอบสัปดาห์” เพิ่มเติม