“ตอนผมเป็นเด็ก ผมสงสัยว่า ความหมายของชีวิตคืออะไร เรามาอยู่ที่นี่ทำไม ทุกสิ่งทุกอย่างมันคืออะไรกันแน่ และผมก็สรุปได้ว่า สิ่งที่สำคัญจริงๆก็คือการพยายามเข้าใจที่จะถามคำถามที่ถูกต้อง และยิ่งเราสามารถเพิ่มขอบเขตและสัดส่วนของจิตสำนึกของมนุษย์ เราก็จะสามารถถามคำถามเหล่านี้ได้ดีขึ้น” อัจฉริยะแห่งยุคผู้สร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร “อีลอน มัสก์” รู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วว่า มันเป็นไปได้ที่คนธรรมดาจะเลือกเป็นคนพิเศษแม้ชีวิตของเขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากถึงมากที่สุด ทั้งจากการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา ไปจนถึงการก่อตั้งโครงการ “Space X” ที่ต้องการอพยพมนุษย์ไปสร้างอาณานิคมใหม่บนดาวอังคาร แต่สำหรับ “อีลอน มัสก์” แล้ว เขากลับให้คุณค่ากับความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ“ผมพยายามที่จะผลักดันให้คนทำในสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม มันจะต้องมีวัฒนธรรมที่ความล้มเหลวเป็นสิ่งดี ถ้าเราได้คิดถึงมันอย่างถี่ถ้วนและพิจารณาถึงความเสี่ยงแล้ว...ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสำคัญมากพอ เราก็ควรจะพยายาม ถึงแม้ว่าผลของมันอาจจะเป็นความล้มเหลวก็ตาม”ในหนังสือ “ELON MUSK 199 Best Quotes from the Great Entrepreneur” รวยด้วยสมองและนวัตกรรมล้ำยุค บอกเล่าถึงวิธีคิดอันคมคายของ “อีลอน มัสก์” ที่ให้คุณค่ากับความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จเหตุผลที่ความล้มเหลวเป็นสิ่งดี “อีลอน มัสก์” ชี้ว่า ตอนเริ่มต้นสเปซ เอ็กซ์ ผมคิดว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีน้อยกว่า 10% และผมก็แค่ยอมรับว่าที่จริงแล้วบางทีผมอาจจะสูญเสียทุกสิ่ง แต่บางทีเทคโนโลยีพวกนี้อาจจะพัฒนาไปบ้างก็ได้ ถ้าเราแค่สามารถไปข้างหน้าได้ ถึงแม้ว่าเราจะตาย บางทีบริษัทอื่นอาจจะรับช่วงต่อและเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นก็ยังถือว่าเราทำอะไรได้บ้าง เทสลาก็เหมือนกัน ผมคิดว่าโอกาสที่บริษัทผลิตรถยนต์จะประสบความสำเร็จนั้นมีน้อยมาก...ตอนเริ่มต้นสเปซ เอ็กซ์ ผมคิดว่าผลที่น่าจะเกิดขึ้นที่สุดก็คือความล้มเหลวในทัศนะของ “อีลอน มัสก์” แล้ว ความล้มเหลวคือทางเลือกหนึ่ง ถ้ามันไม่ล้มเหลว ก็แสดงว่าคุณยังสร้างสรรค์ไม่พอ เขาพูดเสมอว่า ต้องไม่กลัวที่จะปรับเปลี่ยนใหม่ และจะต้องไม่หลอกตัวเองให้คิดว่าอะไรจะเป็นไปได้ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไปติดอยู่กับวิธีแก้ปัญหาแบบผิดๆ อย่าไปกลัวโลกใหม่ๆ คนเราหาหนังสืออ่านได้ เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ และทดลองลงมือทำได้ ก็แค่ทำให้มันเกิดขึ้น สร้างหนทางให้มันเกิดขึ้นให้ได้เห็นโผงผางมั่นอกมั่นใจในตัวเองเกินร้อยขนาดนี้ ก็ใช่ว่า “อีลอน มัสก์” จะขาสั่นไม่เป็น แต่เขามีวิธีจัดการกับความกลัวแบบเฉพาะตัวจริงๆ“ผมรู้สึกถึงความกลัวค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัว ผมคิดว่าถ้ามันสำคัญมากพอ ผมก็จะเอาชนะความกลัวนั้นซะ ไม่สนใจมัน แม้มันจะทำให้ผมเครียดและเป็นทุกข์มาก ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความกลัว ที่จริงแล้วอยากให้ความกลัวของผมมีน้อยลงด้วยซ้ำ เพราะมันกวนใจผมและทำลายระบบประสาทของผม เราไม่ควรจะคิดว่าฉันกลัวสิ่งนี้ ดังนั้นฉันจึงไม่ควรลงมือทำ ความกลัวเป็นเรื่องปกติ คุณจะต้องมีความผิดปกติแน่ๆถ้าไม่รู้สึกกลัว ที่จริงแล้วสิ่งที่ช่วยคุณได้คือเรื่องของโชคชะตา ถ้าเพียงแค่ยอมรับในความน่าจะเป็นที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มันก็จะลดความกลัวลงได้”.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม