“เอล กอร์โด” (El Gordo) เป็นกระจุกกาแล็กซีที่เกิดขึ้นเมื่อเอกภพหรือจักรวาลมีอายุ 6,200 ล้านปี นักดาราศาสตร์จึงกำหนดเป้าหมายให้ เอล กอร์โด ทำหน้าที่เป็นแว่นขยายจักรวาลตามธรรมชาติผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่าเลนส์ความโน้มถ่วง ซึ่งแรงโน้มถ่วงที่ทรงพลังของมันจะโค้งงอและบิดแสงของวัตถุที่อยู่ข้างหลัง เหมือนกับเลนส์แว่นตา ปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วงของ “เอล กอร์โด” ได้ช่วยเพิ่มความสว่างและขยายขนาดของกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลให้เราได้เห็นเมื่อเร็วๆนี้ ทีมวิจัยนำโดยนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา เผยการวิเคราะห์ภาพใหม่ของกระจุกกาแล็กซีเอล กอร์โด เป็นภาพอินฟราเรดฝีมือของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ แสดงให้เห็นวัตถุที่อยู่ห่างไกลและเต็มไปด้วยฝุ่นแบบไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้บอกใบ้เป็นนัยไว้ ภาพใหม่ของกล้องเจมส์เวบบ์จึงเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สดใหม่อย่างมาก เช่น ได้เห็นส่วนโค้งสว่างที่แสดงด้วยสีแดงเหมือนตะขอที่ด้านขวาบนของภาพ เป็นกาแล็กซีชื่อ “เอล อันซูเอโล” (El Anzuelo) สีแดงที่โดดเด่นเกิดจากการรวมกันของสีแดงจากฝุ่นภายในกาแล็กซีเองและการเปลี่ยนแปลงทางจักรวาลวิทยาเนื่องจากระยะทางไกลสุดขั้ว หรือเส้นบางๆที่ตรงกลางค่อนไปด้านซ้าย คือกาแล็กซีชื่อ “ลา ฟลากา” (La Flaca)และไม่ไกลจาก “ลา ฟลากา” ก็มีกาแล็กซีอีกแห่งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบดาวยักษ์แดงที่ตั้งอยู่ในนั้น มีชื่อว่า Quyllur เป็นคำในภาษาเกชัวที่แปลว่า “ดาวฤกษ์”.Credit : Image: NASA, ESA, CSA, Science: Jose M. Diego (IFCA), Brenda Frye (University of Arizona), Patrick Kamieneski (ASU), Tim Carleton (ASU), Rogier Windhorst (ASU), Image Processing: Alyssa Pagan (STScI), Jake Summers (ASU), Jordan C. J. D'Silva (UWA), Anton M. Koekemoer (STScI), Aaron Robotham (UWA), Rogier Windhorst (ASU)