บ่ายแก่ๆ เสาร์ 5 ส.ค. ผมงกๆเงิ่นๆไปถึงงานนิทรรศการเชิดชูเกียรติผลงานด้านทัศนศิลป์ ชีวิตกับลายเส้น โดยฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย ที่หอศิลป์วังหน้าภาพลายเส้น...ที่ดูเหมือนจะเป็นภาพรีบๆขีดๆเขียนๆ...ผมเคยเห็นมาก่อนในหนังสือสามเล่มที่พี่ชวนยื่นให้ ภาพ คุณเดียร์ เดอะเนชั่น...เชื่อมโยงได้ ทางเลือกทางหลายทาง ทำไมคุณเดียร์เลือกเข้าประชาธิปัตย์แต่ละเส้นสาย ที่พี่ชวนเขียน...ใครจะไม่รู้พลังของความผูกพัน...ระหว่างคนเขียนกับคนถูกเขียนแค่ไหนในงานแสดงภาพ...พี่ชวน ปี 2553 ได้เงินหนึ่งล้าน เข้ากองทุนทัศนศิลป์ ชวนหลีกภัย ใช้ดอกผลเป็นทุนการศึกษานักเรียนยากจน ทุนละ 5 พันบาท ไปแล้ว 44 กองทุนค่าของเงินห้าพัน สำหรับบางคนนิดเดียว คุณกมล สุวุฒโท บอกว่านักเรียนสุพรรณที่ได้ทุน เขียนจดหมายมาเล่าเป็นเงินมากที่สุดในชีวิตที่เธอเคยได้รายได้จากงานนิทรรศการ ภาพลายเส้น 200 ภาพ ที่คัดเลือกจากทั้งหมด 10,000 ภาพ ที่เริ่ม 5 ส.ค. ถึง 30 ก.ย.2566 ครั้งนี้เข้ากองทุนเพื่อการศึกษาฯ เพื่อนักเรียนนักศึกษายากจนระหว่างงานผมได้ยินเข้าหู...งานลายเส้นพี่ชวน จิตรกรรุ่นใหญ่หลายคนเอาไปศึกษา และเชื่อกันว่าฝีมือตวัดปากกาฉวัดเฉวียน...ที่ออกมาแต่ละภาพนั้น...มีคุณค่าในเชิงศิลปะ...เทียบได้ กับไมเคิล แองเจโลและปิกัสโซคำเชิดชูนี้เกิดจากชมรมคนรักคุณชวน คนไม่รักหรือรักน้อยไป จะฟังหูไว้หูก็ได้ผมกล้าคุยได้บ้างถ้าหากเป็นงานเขียนหนังสือเรื่องสั้น ชุด เย็นลมป่า...ของพี่ชวน ผมว่าดีถึงขั้นงานเขียนถึงระดับรางวัลยอดเยี่ยมแต่ก็นั่นแหละ ตลอดชีวิตตามวิถีของนักข่าวกับนักการเมือง ผมสัมภาษณ์ สส.ชวนครั้งแรกบนรถไฟสายใต้...ที่สถานีจะนะ (สงขลา) ปลาย พ.ศ.2518 และสดับตรับฟังเรื่อยๆมาจนถึงวันนี้ผมติดรายการคุณเปอร์ สุวิกรม ยินดีที่ได้รู้จัก จึงขอยืมคำถาม... พี่ชวนมีความสุขเวลาไหนปีที่เป็นนายก...ผมจำได้ ผมเคยอ่านเรื่อง...เสร็จจากงานที่บ้านเมืองตรัง ตีสองคุณชวนเข้าห้องนอน ครู่เดียว เสียงขลุ่ย...แผ่วๆแว่วออกมา เออ! นี่เป็นเวลาแห่งความสุข...แน่หรือ?ถ้อยแถลง จิตรกรกิติมศักดิ์ ท้ายๆในหนังสือเล่ม “ชวน หลีกภัย” มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดพิมพ์ในวาระอายุ 7 รอบ...บางตอน อาจเป็นคำตอบผมเคยฝึกฝนงานศิลปะมาตั้งแต่เรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงมีความรักและชอบงานศิลปะ อาชีพและงานไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ที่ยังขีดๆเขียนๆอยู่บ้าง ก็โดยความชอบและมีอารมณ์อยากจะเขียนและมีความสุขเมื่อได้เขียนไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหรือสะสมผลงาน โดยสภาพของงานและอาชีพ ยากที่จะหาเวลา จึงใช้เวลาช่วงสั้นๆที่มีอยู่เขียน แม้อยู่ในลิฟต์ก็สามารถสเกตช์บุคลิกท่าทางคนในลิฟต์ได้ เวลาที่ใช้จึงเพียงครึ่ง หรือหนึ่งนาทีรูปที่เขียนจึงเสร็จสมบูรณ์เท่าที่มีเวลาเท่านั้น เมื่ออยากเขียนก็ลงมือเลย ไม่ต้องมาขูดลบหรือแก้ไขใดๆอีกอ่านถึงตรงนี้ ผมนึกถึงคำสอนท่านอาจารย์พุทธทาส...“สมมติเรากำลังจะจมน้ำในแม่น้ำเชี่ยว คว้าท่อนไม้ท่อนหนึ่งเกาะพยุงตัวได้...ความโล่ง ที่รู้ว่ารอด นั่นแล! นิพพาน”ใช้หลักนี้ ผมว่าในความสุขทั้งหลาย ...ความสุขสุดยอดขั้นนิพพาน ที่พี่ชวนบรรลุได้เรื่อยๆมา ก็คือเมื่อเสร็จจากการเขียนลายเส้น... ที่เขียนๆมาในรอบสามสิบปี เป็นหมื่นภาพ..นี่เองใครรักงานลายเส้นที่ผมเห็นว่าเป็นผลงานระดับมหัศจรรย์ของพี่ชวน ยังมีเวลาก็ไปดูกันนะครับถ้าเห็นภาพแม่ลูกอ่อน ชาวเล เกาะสุรินทร์ พังงา...ขอบอก...ผมจองไว้ (ในใจ) แต่เรื่องอย่างนี้ ใครดีใครได้ ไปก่อนก็ได้ก่อน นักเลงเขาไม่ว่ากัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม