ผงะพบศพนักท่องเที่ยวสาวสวยชาวญี่ปุ่นวัย 25 ปี เสียชีวิตปริศนาในโรงแรมหรูกลางเมืองเชียงใหม่ สามีบอกตื่นมา กลางดึกไม่พบภรรยานอนอยู่ข้างกาย คิดว่าไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเลยไม่ได้สนใจ รุ่งเช้าตื่นนอนจะเข้าห้องน้ำเปิดประตูไปเจอร่างภรรยานอนเหยียดยาวบนพื้นตัวแข็งทื่อ มีสายชาร์จโทรศัพท์รัดคอแน่น สงสัยฝ่ายหญิงอาจฆ่าตัวตายเอง เพราะระยะหลังมีอาการป่วยซึมเศร้าและวิตกกังวล ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียด พร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สาวแดนอาทิตย์อุทัยตายปริศนาคาห้องพักโรงแรมหรูกลางเมืองเชียงใหม่รายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ รับรายงานจากเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ มีเหตุหญิงสาวชาวต่างชาติเสียชีวิตภายในห้องพักโรงแรมพาร์คโบโร่ ซิตี้ รีสอร์ต เลขที่ 223 ถนนมหิดล ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ รายงานเหตุให้ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์ วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ทราบ พร้อมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดสืบสวน ภ.จ.เชียงใหม่ ชุดสืบสวน ภาค 5 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.เชียงใหม่ แพทย์นิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทั้งเอเชียและยุโรป ภายในห้องพักหมายเลข 203 ชั้น 2 พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวหน้าตาดี สัญชาติญี่ปุ่น เอกสารพาสปอร์ตระบุชื่อ น.ส.อามิ โฮโซเอะ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดกิฟุ นอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นหน้าห้องน้ำ มีสายชาร์จโทรศัพท์รัดคอแน่น คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง สภาพศพเริ่มแข็ง ไม่มีบาดแผลตามร่างกาย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือร่องรอยการรื้อค้น ทรัพย์สินสิ่งของมีค่ายังวางอยู่ภายในห้องพักตามปกติ ต่อมาเวลา 11.50 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมสอบปากคำสามีของหญิงสาวผู้เสียชีวิต และผู้เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นสามีผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลอ้างว่า เดินทางเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ได้ 2 วันแล้ว ก่อนหน้านี้อยู่กรุงเทพฯ แต่ภรรยาอยากจะมาพักใน จ.เชียงใหม่ เพราะชอบสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึกเวลา 03.40 น. ตนสะดุ้งตื่นขึ้นมาไม่พบภรรยานอนอยู่บนเตียงข้างตัว คิดว่าภรรยาลุกไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ไม่ได้สนใจเพราะเห็นเป็นเรื่องปกติเลยนอนหลับไป กระทั่งเช้าตื่นนอนจะเข้าห้องน้ำ พอผลักประตูเข้าไปพบร่างภรรยานอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ มีสายชาร์จโทรศัพท์มือถือรัดคอ ด้วยความตกใจคิดว่าภรรยายังไม่เสียชีวิต ได้อุ้มร่างมานอนบนเตียง เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่า ภรรยาสิ้นใจไปแล้ว คาดว่าอาจฆ่าตัวตายเนื่องจากระยะหลังภรรยามีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและแพนิก หวาดวิตกกังวลในเรื่องต่างๆจากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของสามีผู้เสียชีวิต หลังจากนี้จะได้นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตในครั้งนี้ ขณะเดียวกันยังไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและสื่อมวลชน เข้าไปในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรงจะไปทำลายพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย พร้อมกันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่โรงแรม ล็อกไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุด ทั้งในช่วงที่ผู้ตายและสามีเข้าพัก รวมทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบหาเบาะแสและความผิดปกติอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ ว่ามีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนหรือเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุหรือไม่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบปากคำ นายฟูจิวาระ โซโก อายุ 31 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ที่ให้การกับ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ อ้างว่า ได้ลาออกจากงานที่ประเทศญี่ปุ่น และเดินทางเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย พักอาศัยอยู่ ในคอนโดฯที่กรุงเทพฯ พร้อมกับ น.ส.อามิ โฮโซเอะ ภรรยา ก่อนเกิดเหตุเมื่อ 2 วันที่แล้ว พาภรรยามาเที่ยว จ.เชียงใหม่ เข้าพักในโรงแรมที่เกิดเหตุ เช้าวันนี้ตั้งใจจะเช็กเอาต์ ก่อนหน้านี้ภรรยามีความเครียดเนื่องจากธุรกิจที่ตนทำอยู่ขาดทุน ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำยังไปกินข้าวกันและเข้านอนตามปกติ ตกดึกตื่นมาไม่พบภรรยาบนที่นอน คิดว่าเข้าห้องน้ำ ไม่ได้เอะใจและนอนหลับไป รุ่งเช้าตื่นมาเข้าห้องน้ำ พบภรรยานอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ เปิดน้ำเต็มอ่าง และมีสายโทรศัพท์มือถือรัดอยู่ที่คอ รีบอุ้มร่างออกมาวางบนพื้นหน้าห้องน้ำ จับชีพจรพบว่าภรรยาสิ้นใจไปแล้ว รีบแจ้งพนักงานโรงแรมให้ช่วยแจ้งตำรวจต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่าง น.ส.อามิ โฮโซเอะ ส่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แผนกนิติเวชรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ มีนายฟูจิวาระ โซโก สามี เดินประกบร่ำไห้ตลอดเวลา จากนั้นตำรวจได้เชิญสามีผู้ตายไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อไขความจริงของคดีนี้ให้กระจ่าง