ผมชอบคุณหมอชลน่านมานาน แอบชมว่าพรรคเพื่อไทยเข้าใจเลือกคนเก่ง คนดี เป็นหัวหน้าพรรค ยังขัดใจเอาด้วย ตอนที่วางตัวเป็นประธานสภาฯ เก้าอี้รัฐมนตรีดีๆทำไมไม่จัดสรรให้เป็นรางวัลกันบ้างการเมืองเดินหน้ามาถึงรอบพรรคเพื่อไทยกำลังหาวิธีสลัด 8 พรรคร่วม...รวมทั้งก้าวไกล ก็ไม่กี่วันนี่เองไม่น่าเชื่อเลยว่า เวลาแค่นี้ ทำลายศรัทธาในตัวหมอชลน่าน ไปมากๆลีลาการพูดจาของหมอ เมื่อตอบโต้กับสื่อ...ประเด็น ทำไมต้องไปชวนพรรคสองลุงมาคุย...ผมนึกถึงสำนวนไทย “น้ำกลิ้งบนใบบอน” กาญจนาคพันธุ์ อธิบาย ความหมายของสำนวนนี้คือ“ใจไม่แน่นอน”คนโบราณท่านเอาหยดน้ำที่อยู่บนใบบอนมาเปรียบ ธรรมชาติของใบบอนมีลักษณะเลี่ยนลื่นไม่ซับน้ำน้ำที่อยู่บนใบบอนคุมตัวกันเป็นก้อนกลม มักจะกลิ้งไปมาได้คำว่า “ใจ” ของเรามักจะมีคำว่า “น้ำ” อยู่ด้วย เช่น น้ำใจ น้ำใสใจจริง ฯลฯ น้ำใจที่ไม่แน่นอน กลอกกลิ้งไปมาจึงพูดกันเป็นสำนวนว่า “น้ำกลิ้งบนใบบอน” บางทีก็พูดว่า “น้ำกลิ้งบนใบบัว”แต่ไม่ว่าน้ำจะกลิ้งบนใบบอน หรือกลิ้งบนใบบัว มีความหมายอย่างเดียวกัน มักใช้ว่าผู้หญิง เช่น ช่างกระไร ใจหญิงเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน แต่ก็ใช้กับผู้ชายได้ เช่น ในโคลงสุภาษิตว่า “คนกลมดังน้ำกลอกใบบัว”“กาญจนาคพันธุ์” ยก กาพย์พระศรีมโหสถ สมัยพระนารายณ์ ...ลีลาภาษาโบราณ อ่านเข้าใจยากปากอย่าตาเพ่งเพื่อน พรูพรับ ชลในใบบัวกลับ กลอกกลิ้ง คิดมาน่าสรวลศัพท์ ไพเพิด ลำไพ่ในผัวทิ้ง ทอดไว้ในสนามแต่เมื่อเป็นกลอน ในบทละครขุนช้างขุนแผน ของกรมพระราชวังบวรฯ เข้าใจง่ายกว่าหญิงชั่วน้ำกลั้วใบตองบอน จะราร่อนคบชู้มาสู่เชยเรารู้จักสำนวน น้ำกลิ้งบนใบบอน หรือบนใบบัว กันมานาน แต่ยังไม่เคยมีใครตั้งคำถาม เห็นหยดน้ำบนใบบัวแล้วสงสัย ทำไมมันกลิ้งได้ ทั้งที่ใบบัวไม่เปียกน้ำในหนังสือ “ซองคำถาม เล่มที่ 12” (สำนักพิมพ์สารคดี พ.ศ.2557) มีคำตอบมนุษย์เราเพิ่งจะพบคำอธิบาย น้ำกลิ้งบนใบบัว เมื่อปี พ.ศ.2520 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ วิลเฮล์ม บาร์ทโลทท์ และคริสทอฟ ไนน์ฮูส ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ส่องขยายดูผิวใบบัว พบว่าทุกๆเซลล์ผิวของใบบัว มีปุ่มเล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 5-10 ไมโครเมตร (1 ส่วนล้านเมตร)และปลายปุ่มยังเคลือบไขไว้ด้วยปุ่มเคลือบไขจำนวนมหาศาลนี้เอง ที่กันหยดน้ำไม่ให้สัมผัสกับผิวใบโดยตรง จนหยดน้ำกลิ้งไปกลิ้งมาได้ ซึ่งเรามักคิดว่าเพราะใบบัวมีผิวเรียบลื่นแต่ความจริงกลับตรงข้าม คือใบบัวมีผิวขรุขระที่ละเอียดมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่า โลตัสเอฟเฟกต์ คาดว่าธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำเคลือบจับผิวใบ ซึ่งจะขัดขวางการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระหว่างใบพืชกับอากาศ ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงและการหายใจนอกจากนี้ยังช่วยไม่ให้ใบพืชติดเชื้อจากพวกแบคทีเรียและเชื้อราที่อยู่ในน้ำโลตัสเอฟเฟกต์ ยังพบบนปีกของผีเสื้อ แมลงปอ ซึ่งใช้ขาทำความสะอาดปีกที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์กำลังใช้นาโนเทคโนโลยี สร้างวัสดุพิเศษ ซึ่งมีคุณสมบัติโลตัสเอฟเฟกต์ ทำสีกันเขม่าในห้องครัว กระจกหน้าต่างไร้ฝุ่นมนุษย์เพิ่งพบประโยชน์จากน้ำกลิ้งบนใบนอน แต่มนุษย์ก็ยังฝังใจกับมนุษย์ที่มีหัวใจเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน ผมฟังมาว่าหลายคนกำลังขอความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้หมอชลน่านคืน.กิเลน ประลองเชิง