เพจสายไหมต้องรอดนำตำรวจและ พม.รุดช่วยเหลือ 2 เด็กหญิงพี่น้องวัย 16 ปี และ 11 ปี ฉุดออกจากนรกกลางกรุง หลังถูกแม่แท้ๆติดยาบ้า งอมแงม ให้ชายหื่นในชุมชนมาอนาจารแลกเงินซื้อยาบ้าเสพ เผยพี่สาวคนโตวัย 19 ที่เคยถูกแม่ย่ำยีแบบเดียวกันจนต้องหนีออกจากบ้านเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังติดต่อกับน้องสาวเป็นคนนำเรื่องสลดมาขอความช่วยเหลือจากเพจดัง เพราะน้องสาวคนกลางเครียดหนักอยากจะฆ่าตัวตาย ตำรวจตรวจสารเสพติดคนเป็นแม่พบเป็นสีม่วง พร้อมระบุอาจเข้าข่ายค้ามนุษย์ ขณะที่ พม.แยกเหยื่อทั้ง 2 คนไปคุ้มครองทันทีนรกกลางกรุง 3 สาวพี่น้องอันเป็นผลพวงจากยาเสพติดครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ค. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พ.ต.ท.กสิณสุข ไชยโคตร สวป.สน.ประชาชื่น พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าช่วยเหลือเด็กสาว 2 พี่น้อง อายุ 11 ปี และ 16 ปี ที่ถูกแม่ อายุ 52 ปี พฤติกรรมติดยาบ้าบังคับและทำร้ายให้ผู้ชายมากระทำอนาจารแลกกับเงินนำไปซื้อยาบ้าเสพ ที่บ้านหลังหนึ่งในชุมชนพื้นที่เขตจตุจักร กทม. หลังเพจสายไหมต้องรอด รับการร้องเรียนจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาววัย 19 ปี ของ 2 เด็กสาวเหยื่อขอความช่วยเหลือ และร่วมเดินทางไปด้วยบ้านหลังดังกล่าวเป็นเพิงสังกะสี พบ น.ส.ดี (นามสมมติ) อายุ 52 ปี พักอยู่กับลูกสาว 2 คนคือ ด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ทันทีที่ 3 พี่น้องเจอกัน ต่างกระโดดเข้าโผกอดร่ำไห้ด้วยความดีใจ ขณะที่ น.ส.ดี ผู้เป็นแม่มีอาการขัดขืนร้องตะโกนโวยวาย เจ้าหน้าที่แยกตัวไปตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วงน.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาวของเหยื่อ 2 คนที่รับผลกรรมจากแม่ที่ติดยาเสพติด กล่าวว่า แม่มีลูกทั้งหมด 8 คน จาก 3 สามี ตนและน้อง 2 คน เป็นลูกของพ่อคนที่ 3 เสียชีวิตไปแล้ว ตอนที่ยังพักอยู่กับแม่ก็ถูกบังคับให้กระทำในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่อายุ 11 ปี จนทนไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมาก็ยังไปมาหาสู่ติดต่อกับน้องสาว 2 คนอยู่ตลอด จึงรู้พฤติกรรมแม่ที่ทำกับน้องสาวคนกลางอายุ 16 ปี ให้ผู้ชายมาอนาจารแล้วให้เงินแม่นำไปซื้อยาบ้าเสพ เหมือนกับที่ตนเคยถูกกระทำ ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นคนในชุมชน ส่วนคนอื่นต่างรับรู้เรื่อง แต่ไม่มีใครเข้าไปช่วยจนน้องสาวอายุ 16 ปี อยากฆ่าตัวตายตนต้องนำเรื่องไปร้องเรียนให้มาช่วยเหลือขณะที่ น.ส.จี (นามสมมติ) พี่สาว น.ส.ดี กล่าวว่า น้องสาวมีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติดมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ครอบครัวเหลือเพียงตนที่เป็นพี่สาว เคยเข้ามาช่วยเหลือหลานสาวแต่สุดท้ายจะทะเลาะกับ น.ส.ดี ถึงไม่มีใครอยากยุ่ง เพราะ น.ส.ดีมีพฤติกรรมรุนแรงขว้างปาสิ่งของ บางครั้งเคยได้ยินว่าใช้มีดไล่ฟันคนที่ไม่พอใจด้วย เสียใจที่น้องสาวเพียงคนเดียวตกอยู่ในสภาพแบบนี้ และยังมาทำกับหลานสาวที่เป็นลูกแท้ๆอีก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพาหลานสาวทั้งสองออกไปดูแลเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ส่วน น.ส.ดีอยากให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ไม่อยากให้กลับมาก่อเหตุกับลูกอีก ซ้ำพฤติกรรมก่อนหน้านี้เวลามีลูก เมื่อคลอดแล้วจะทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล ตนต้องไปรับกลับมาดูแลรวมถึงลูกอีกหลายคน แต่มีคนรับดูแลไปแล้วขณะที่ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน รู้สึกดีใจที่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะเมื่อเข้าไปพูดคุยหรือให้ข้อมูลกับใคร น.ส.ดีจะออกมาอาละวาด ทำร้ายชาวบ้านอยู่เป็นประจำ จนเป็นเหตุให้คนในพื้นที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยด้าน พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เผยว่า จากนี้จะเชิญสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำเด็กผู้เสียหาย ส่วนแม่เด็กจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานในการแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป อาจเข้าข่ายความผิดข้อหาค้ามนุษย์ เช่นเดียวกับนายเรืองศักดิ์ กลับเนียม เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กจากบ้านพักเด็กและครอบครัว ระบุว่า จะนำเด็กทั้งสองคนไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวก่อน โดยจะดำเนินการในวันนี้ได้ทันที พร้อมกันนี้จะให้พนักงานสอบสวนทำใบเอกสารส่งตัว และสอบถามวิชาชีพให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะนำเด็กไปดูแลส่วนนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า ถือว่าเป็นเรื่องรุนแรงกับเด็กที่มีอายุเพียงเท่านี้ และให้ตำรวจดำเนินการกับแม่ให้เด็ดขาด ส่วนตัวมองว่าจากการที่ได้เข้าไปดูและรับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่รวมถึงตัวพี่สาวเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะทันทีที่เด็กทั้งสองคนเห็นพี่สาวได้โผเข้ากอดและร้องไห้กันด้วยความดีใจ อีกทั้งพูดว่าไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว เชื่อว่าเหตุการณ์ ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นข้อเท็จจริง ฝากถึงชาวบ้านในชุมชนอื่นๆหากพบเห็นพฤติการณ์ลักษณะที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์แบบนี้ แม้ผู้ทำความผิดอาจจะเป็นแม่หรือคนในครอบครัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุม และช่วยเหลือแยกย้ายเด็กไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่าปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเด็กเป็นระยะเวลานาน