ปรากฏการณ์ “การยืดออกของเวลา” (Time Dilation) เป็นสิ่งท้าทายการศึกษาค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์มาช้านาน ลองคิดถึงภาพยนตร์ที่ตัวละครเดินทางไปนอกโลกกับยานความเร็วสูง เมื่อวันหนึ่งเขากลับมายังโลกก็พบว่าครอบครัว เพื่อนฝูงต่างเฒ่าชแรแก่ชราและจากโลกนี้ไป หรือลองกลับไปหาหนังแอนิเมชันเรื่อง “ไลท์เยียร์” (Lightyear) ที่บัซ ไลท์เยียร์ ทดสอบการบินไฮเปอร์สปีดหลายครั้ง ซึ่งผลที่ได้มาคือเวลาชีวิตของเขาเดินช้ากว่าคนอื่น เมื่อกลับมาพบเพื่อนฝูงในแต่ละครั้ง ชายหนุ่มก็เห็นว่าคนเหล่านั้นสูงวัยขึ้นเรื่อยๆล่าสุดทีมวิจัยที่นำโดยนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ในออสเตรเลีย เผยผลการศึกษาใหม่เกี่ยวกับ “การยืดออกของเวลา” ในเอกภพหรือจักรวาล โดยใช้การสังเกตหลุมดำที่มีระดับความรุนแรงที่เรียกว่า “ควาซาร์” (quasar) ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นวัตถุที่มีแสงสว่างมหาศาลและมีพลังงานมากมาย มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์หลายล้านถึงพันล้านเท่า แลคล้ายดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง อยู่ห่างไกลจากโลกมาก โดยปกติจะอาศัยอยู่ที่ใจกลางของกาแล็กซี พวกมันกลืนกินสสารที่อยู่รายรอบด้วยแรงดึงดูดอันมหึมา และปลดปล่อยกระแสรังสีรวมถึงลำอนุภาคพลังงานสูง มีสสารเรืองแสงหมุนรอบตัวมันทีมวิจัยได้ใช้ควาซาร์เป็น “นาฬิกา” เพื่อวัดเวลาในอดีตอันไกลโพ้น โดยสังเกตความสว่างของควาซาร์ 190 แห่งทั่วจักรวาล ย้อนหลังไปถึง 1,500 ล้านปี หลังจากเหตุการณ์บิ๊กแบง ที่เป็นทฤษฎีกำเนิดเอกภพและเปรียบเทียบความสว่างของควาซาร์เหล่านี้ที่ความยาวคลื่นต่างๆ กับความสว่างของควาซาร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทีมพบว่าความผันผวนบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆในปัจจุบัน เกิดขึ้นช้ากว่าควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดถึง 5 เท่า สิ่งนี้ชี้ว่าเวลาและอวกาศเกี่ยวพันกัน และเอกภพก็ขยายตัวตั้งแต่บิ๊กแบง นั่นจึงเป็นไปตามทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ตไอน์สไตน์.