คณะทำงานพนักงานอัยการร่วมพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 นำ “ส.ว.ทรงเอ” นายอุปกิต ปาจรียางกูร พร้อมสำนวนคดีมีความเห็นสั่งฟ้องหนา 79 แฟ้ม ในคดีฟอกเงินและมีพฤติกรรมพัวพันยาเสพติด มาส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติดเพื่อเสนอฟ้องต่ออัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งวันที่ 26 ก.ค.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงคดีนายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีพฤติการณ์พัวพันกับการค้ายาเสพติดและฟอกเงินกับนายทุน มิน หลัด หรือตุน มิน ลัต ชาวเมียนมา ที่ถูกตำรวจไทยจับกุมเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 65 ว่า คดีนี้นายวัชรินทร์ ภานุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมสอบสวนและพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 นำตัวนายอุปกิตพร้อมสำนวนการสอบสวนที่มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง จำนวนกว่า 79 แฟ้มมามอบให้สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อเสนอฟ้องนายอุปกิตต่ออัยการสูงสุด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่เกิดนอกราชอาณาจักรตาม ป.วิ อาญา ม.20 กำหนดให้ น.ส.นารี ตัณเสถียร อัยการ สูงสุดมีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่เพียงผู้เดียวพล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย ผบก.ปส.3 ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้ร่วมทำคดีนี้กับพนักงานอัยการแผนกคดีสอบสวนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าคณะทำงานทำสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังมีกรณีที่นายอุปกิตยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต้องใช้เวลาพิจารณาหลักฐานให้รอบด้าน เบื้องต้นนัดฟังคำสั่งคดี วันที่ 26 ก.ค. ที่สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุดมีรายงานว่า คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายอุปกิตเพื่อดำเนินคดีในข้อหา เป็นสมาชิกวุฒิสภาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน เป็นสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าวคดีนี้นายอุปกิต ปาจรียางกูร ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์พัวพันกับขบวนการยาเสพติดและการฟอกเงินกับนายทุน มิน หลัด หรือตุน มิน ลัต ชาวเมียนมาที่ถูกตำรวจไทยจับเรื่องในข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและฟอกเงิน เมื่อ 17 ก.ย.65 ทั้งนี้อำนาจการสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุดตาม ป.วิ อาญา ม. 20 ก่อนมอบหมายให้สำนักงานอัยการสอบสวนกับพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ร่วมกันเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ โดยคณะพนักงานสอบสวนร่วมกันสอบสวนในหลายประเด็น รวมถึงประเด็นที่มีการร้องขอความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา กระทั่งมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องเสนอไปยังอัยการสูงสุดผ่านทางสำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด