ณ จุดนี้ความยากลำบากในการตั้งรัฐบาล กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว กระแสฝั่งประชาธิปไตย ที่ต้องการให้ ก้าวไกล จับมือกับ เพื่อไทย ในการตั้งรัฐบาล แรงขึ้นทุกที ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้ จะออกมาได้หลายสูตร รวมทั้งสูตรพิสดาร ก้าวไกลจับมือเพื่อไทย 292 เสียง เดินหน้าประกาศเป็นแกนนำรัฐบาลนำร่องไปก่อนดึงพรรคอื่นๆที่ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง ยกเว้น พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และ ภูมิใจไทย เสียงจะหายไป 146 เสียง เท่ากับเป็นรัฐบาลเกินกว่า 354 เสียง ใช้เสียง ส.ว.สนับสนุนในการโหวตเลือกนายกฯอีกเพียง 22 เสียงเป็นทางออกของฝั่งประชาธิปไตยแต่ในกรณีที่ ก้าวไกล ต้องแข่งกับ เพื่อไทย ในการตั้งรัฐบาล และ ก้าวไกล จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนเกินกว่า 250 เสียง เมื่อตัด เพื่อไทยออกไป 141 เสียง ก็จะเหลือเสียงสนับสนุน 359 เสียง ถ้าตัด พรรคสองลุง ออกไป 76 เสียงจะเหลือ 283 เสียง ต้องใช้เสียง ส.ว. 93 เสียง มาสนับสนุน จึงมีทางเลือกไม่มาก นอกจากจะยอมเอาพรรคสองลุงมาร่วมรัฐบาลซึ่งมีความเป็นไปได้ยากสูตรนี้ เพื่อไทย ต้องสวิงกลับไปเป็นฝ่ายค้านทันที ก้าวไกล ก็ต้องตอบคำถามมากมาย สูตรนี้จึงจะแทบเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามในแต่ละสูตรจะต้องอาศัยเสียงของ ภูมิใจไทยเพื่อให้ได้รัฐบาลเกินกว่า 250 เสียงหรือถ้าไม่สามารถที่จะ เลือกนายกฯในสภาได้ลงตัว จากปัจจัย 250 ส.ว. และเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ของ ก้าวไกล ซึ่งสูตรนี้จะเป็นสูตรสุดท้ายในการตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้ทุกพรรคมารวมเป็นพรรครัฐบาล ยกเว้น ก้าวไกล ต้องกลายไปเป็น พรรคฝ่ายค้าน โดยปริยาย จะมีเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 349 เสียง และฝ่ายค้าน 151 เสียงแต่จะเป็นรัฐบาลที่ถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งมากที่สุดเป็นรัฐบาลที่จะต้องเผชิญกับปัญหามวลชนต่างๆ โดยเฉพาะความเห็นที่แตกต่าง และความหวังในการที่จะเปลี่ยนอนาคตของประเทศ จะลุกขึ้นมาต่อสู้จนกว่าจะชนะการล้มบ้านใหญ่ได้สำเร็จ การแลนด์สไลด์ของ ก้าวไกล และการดับฝันแลนด์สไลด์ของ เพื่อไทย เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ในปัจจุบันและอนาคตโดยเฉพาะคนในเมืองที่เป็นคนล้มรัฐบาลเทคะแนนให้ก้าวไกลอย่างถล่มทลาย ในขณะเดียวกันถ้าก้าวไกลตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็จะต้องเจอกับขวากหนามในการทำงานที่ต่อต้านความเปลี่ยนแปลงทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการปฏิรูปสถาบัน ไม่ว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ จะเป็นดาบสองคม กลับมาเชือดคอก้าวไกลอยู่ดี.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th