“ปั้นยิ้ม” เดินหนีจากโพเดียม แทนคำตอบ กับอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม แสดงปฏิกิริยา กับคำถามนักข่าวกรณีที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ประกาศขอกลับเมืองไทยมาเลี้ยงน้อง “ธาษิณ” หลานคนล่าสุดแสดงออกเป็นนัย เบื่อแล้วกับมุกเฝือ แคนดิเดตนายกฯค่ายรวมไทยสร้างชาติ ไม่หลงเป็นเหยื่อเกมการตลาด ปั่นกระแสเรียกคะแนนสงสารให้ “นายใหญ่” กระตุกแต้มให้พรรคเพื่อไทยในห้วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งไม่เหมือนทุกครั้งที่ได้ฟังชื่อ “ทักษิณ” แล้ว “ตบะแตก”แต่ที่จับทางได้ สิ่งที่ “บิ๊กตู่” พยายามเน้นเป็นพิเศษหลังประชุม ครม. ยืนพูดแบบยืดยาวเลยก็คือประเด็นเศรษฐกิจในภาพรวม โชว์สถานะประเทศไทยเรายังอยู่ในสถานะการเงินที่แข็งแกร่งจากการประเมินของหน่วยงานในต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ BBB+คือ มีเสถียรภาพ มีความแข็งแกร่ง ทุกอย่างดีหมดทุกตัว ในสถานการณ์การเงินการคลังของประเทศไทยยังได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากต่างประเทศ เป็นการประเมินจากภายนอก ส่วนเศรษฐกิจภายในประเทศ ในเรื่องการส่งออกและการนำเข้าก็ยังได้เปรียบดุลการค้าอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด และรัฐบาลเป็นกังวลคือ จะต้องทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ลงไปถึงข้างล่าง ให้มากที่สุดและเร็วที่สุดมันต้องมีเป้าหมายแน่ ที่อยู่ดีๆนายกฯก็ฮึดพูดปมเศรษฐกิจในสถานการณ์โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนพยายามขุดตัวเลขเชิงบวก โชว์ผลงานรัฐบาลกู้กระแสกลบปมด้อยผู้นำทหารเฒ่าบริหารไม่เป็น ทำเศรษฐกิจพังและนั่นยังไม่นับภาพของทีมงานค่ายรวมไทยสร้างชาติที่ไม่มีทีมเศรษฐกิจมือฉมัง แบบที่ประชาชนกองหนุนจะฝากความหวังในการหามแห่ “บิ๊กตู่” เบิ้ลเก้าอี้นายกฯรอบสามทั้งๆที่สัญญาณพายุตั้งเค้าเห็นอยู่ตรงหน้า โจทย์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ คือเงื่อนไขสำคัญต่อทีมบริหาร รัฐบาลชุดต่อไปที่จะนำพาประเทศไทยฝ่ามรสุมอันตรายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับวิกฤติปากท้องที่จ่อถาโถมใส่ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ“เศรษฐกิจ” คือ “หัวใจหลัก” ในการกระตุ้นชีพจรความอยู่รอดของเมืองไทยหลังเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องร้อนๆอย่างการรื้อรัฐธรรมนูญ หรือการกลับบ้านมาเลี้ยงหลานอย่างที่โพนทะนากันและอาการมันหนักหนากว่าแค่การให้ยาพาราเซตามอล แก้ปวด แบบที่ป้อมค่ายการเมืองรุมแย่งกันอัด “โคตรประชานิยม” แข่งขายนโยบาย ลด แลก แจก แถม หล่อน้ำเลี้ยงกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นเรื่องของเรื่อง ใจตรงกันเหมือนจะนัดกันไว้ ในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” โชว์ตัวเลขบวกทางเศรษฐกิจกู้กระแสเชิงบริหาร อีกทางก็เป็นนายอุตตม สาวนายน ประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบายพรรค พร้อมด้วยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดทำนโยบาย พปชร.แท็กทีม “2 อดีตขุนคลัง” แถลงในนามทีมเศรษฐกิจพลังประชารัฐเตือนสัญญาณเกิด “Perfect Storm” หรือ “พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” ที่จะเป็นโจทย์สถานการณ์ปัญหาสำคัญมากสำหรับรัฐบาลหน้าจากปรากฏการณ์ที่สถาบันทางเศรษฐกิจทั่วโลกคาดการณ์ตรงกัน สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังชะลอตัว และมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะ “ถดถอย” จากปัจจัยความเสี่ยงและความท้าทายรอบด้านทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐจึงเสนอ 3 ภารกิจ 7 การขับเคลื่อน ให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง รัฐบาลชุดต่อไปต้องเร่งทำทันที เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้พลิกฟื้น กระตุ้นเศรษฐกิจให้โตเต็มศักยภาพ พร้อมกับการพลิกโฉมประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก“อุตตม” พยายามโชว์ฟอร์มทีมเศรษฐกิจ พปชร.ที่อัดแน่นมืออาชีพในมุมของการบริหารประเทศทางยาวๆ รู้เลยว่าใครกึ๋นสั้นกึ๋นยาวของจริงแน่นอน มันอาจเป็นเรื่องยากต่อการเข้าใจในมุมของการหาเสียงกับชาวบ้านร้านตลาด ไม่เร้าใจเหมือนจะลด แลก แจก แถม กันเป็นหลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น อย่าว่าแต่ตาสีตาสา แม้แต่หัวหน้าค่ายพลังประชารัฐเองยังสนุกกับบท “เสี่ยสั่งลุย”แบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นำหางเครื่องเดินสายเจาะตลาดอีสาน ลด แลก แจก แถมดะ สัญญาณลดราคาน้ำมันเบนซินลง 18 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลลด 6.30 บาทต่อลิตร ลดราคาแก๊สให้เหลือ 250 บาทต่อถัง ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วยลอกโพย “เฮียมิ่ง” นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เจ้าตำรับนักการตลาดมาปราศรัยมัดคอตัวเองท่ามกลางเสียงทักท้วง นักวิชาการ ผู้รู้ในวงการเศรษฐศาสตร์เตือนนโยบายอันตราย โดยเฉพาะคนดังอย่างนายวีระ ธีรภัทรานนท์ ผู้ดำเนินรายการเศรษฐกิจชื่อดัง ฟันธง “บิ๊กป้อม” คงพูดไปโดยไม่รู้เรื่องถ้าทำจริง มีหวังได้เจ๊งกันยับเยินแน่.ทีมข่าวการเมือง