“โสภณ” ผ่านฉลุยเสียงท่วมท้น 289 เสียง หนุนนั่งประธานสภาฯ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” เป็นรองประธานสภาฯ ตามโผ “ซาเล้ง” เล็งหลอมรวมคนรุ่นเก่า-ใหม่ จับมือพัฒนางานนิติบัญญัติ โชว์วิสัยทัศน์ชูธงนำสภาฯ โละทิ้งกฎหมายล้าหลัง ออกกฎหมายทันสมัย ป้อนรัฐบาลนำไปใช้บริหารประเทศฝ่าวิกฤติโลก เลิกกันทีใช้วาทกรรมเอาชนะคะคาน “พริษฐ์” ทิ้งคำถาม 4 ปีข้างหน้าสภาฯ จะยืนข้างประชาชนหรือกลุ่มอำนาจครอบงำ “ธรรมนัส” รักษาระยะความสัมพันธ์ ภท. มติ กธ. งดออกเสียง “อนุทิน” นัดพรรคร่วมรัฐบาลจัดโผ ครม. หลังโหวตนายกฯ จบ ยันเดินไทม์ไลน์ตามขั้นตอนแต่ไม่ล่าช้า ย้ำตรวจสอบเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องไร้ครหา บอกยังไม่ได้คุยกับ “ผู้กอง” ยันเพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เป็นไปอย่างราบรื่น มีมติเลือกนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานสภาฯ ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 289 เสียง งดออกเสียง 80 เสียง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรค ภท. เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2“ไพโรจน์” พร้อมทำหน้าที่ประธานสภาฯเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว เพื่อพิจารณาเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เปิดเผยว่า เบื้องต้นเตรียมพร้อมตามปกติ ถือว่าเป็นผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุด จึงได้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ชั่วคราว คิดว่าคงใช้เวลานานพอสมควร โดยต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ ทั้งผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง สำหรับสภาฯ ชุดนี้ นายไพโรจน์มีอาวุโสสูงสุดมีอายุ 90 ปี“โสภณ” เล็งหลอมรวมคนรุ่นเก่า-ใหม่นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ แคนดิเดตประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์กรณีหากได้ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ถือเป็นงานที่ท้าทายหรือไม่ว่า อยากเห็นภาพลักษณ์ใหม่ๆ ของการทำงานสภาฯ ขณะนี้สมาชิกมีคนสองรุ่นที่ทำงานร่วมกัน แต่ละรุ่นมีจุดเด่นของตนเอง ในอดีตการทำงานของ สส. มีเรื่องดีๆ หลายเรื่อง มีทั้งจุดแข็งจุดอ่อน เช่นเดียวกับคนรุ่นปัจจุบันที่มีจุดแข็งจุดอ่อน เมื่อก่อนเราอภิปรายด้วยชาร์ต วันนี้มีเอไอมาช่วยทำงาน หากนำประสบการณ์ดีๆ เหล่านั้นมาหลอมรวมกับการใช้เทคโนโลยีทำหน้าที่ในสภาฯ เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล เชื่อว่าจะทำให้งานของสภาฯ มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. เดินทางถึงรัฐสภา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี นายกฯ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินขึ้นไปเป็นประธานการประชุม สส. พรรค ภท. หารือทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันมติ กธ. งดออกเสียงโหวต ปธ.สภาฯขณะที่เวลา 09.20 น. ที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรค ร่วมเป็นประธานการประชุม สส. หารือทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า วันแรกที่เข้าสู่การเป็น สส. เต็มรูปแบบ ยินดีกับทุกท่านที่มาถึงวันนี้ ทุกคนมีความยากลำบากกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เมื่อเข้าประชุมสภาฯ เราต้องกล่าวปฏิญาณตนทำหน้าที่ พวกท่านพูดได้ตลอดเวลา ท่านอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ต้องอ่านข้อบังคับให้ดีๆ ทำหน้าที่ให้ดี คนที่บ้านดูอยู่ว่าเมื่อไหร่ท่านจะกดไมค์พูด มีการถ่ายทอดสด โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุม สส. ในวันพุธและวันพฤหัสบดี ยกเว้นกรณีมีวาระสำคัญ เช่น การประชุมร่วม 2 สภาฯ จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยภายหลังประชุมว่าที่ประชุม สส. พรรค กธ. มีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯเปิดสภาฯ นัดแรกเลือกตัวประธานจากนั้นเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภามีการประชุมสภาฯ ชุดที่ 27 เป็นนัดแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ รวม 3 คน มีนายไพโรจน์ ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้ให้ สส. ปฏิญาณตน ก่อนเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาฯ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. เป็นประธานสภาฯ มีผู้รับรองครบจำนวน ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นประธานสภาฯ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ต้องให้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม ก่อนให้ สส.ลงคะแนนลับเพื่อเลือกประธานสภาฯ“โสภณ” ชูธงนำสภาฯ โละ ก.ม.ล้าสมัยนายนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. แสดงวิสัยทัศน์ว่า หวังว่าสภาฯจะหลอมรวมประสบการณ์มาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในฐานะผู้อาสามาแก้ปัญหาประเทศ อำนาจประธานสภาฯ มี 3 ข้อ 1.นำปัญหาความทุกข์ร้อนประชาชนมาบอกกล่าวผ่านการหารือ การตั้งกระทู้ การเสนอญัตติ ใช้กลไกเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 2.การตรวจสอบระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ที่มีการตรวจสอบที่มีคุณภาพ มีความสมดุลเป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ประชาชน 3.การออกกฎหมาย ที่ขณะนี้สถานการณ์โลกอยู่ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์โลก ความขัดแย้งนำไปสู่สงคราม อยากให้สภาฯเป็นหลักในการออกกฎหมายต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติฝ่าวิกฤติ ที่ผ่านมามีกฎหมายล้าสมัยจำนวนมากบังคับใช้ไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หวังว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะสังคายนาปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคโดยเร็วที่สุด และนำเสนอกฎหมายใหม่ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ เป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารทำงานเลิกใช้วาทกรรมเอาชนะคะคาน“ไม่ปรารถนาให้สภาฯใช้วาทกรรมเอาชนะคะคาน ประชาชนต้องการเห็นการบัญญัติกฎหมายเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล เป็นที่พึ่งที่หวังประชาชน ให้สภาฯสร้างความศรัทธาเป็นสภาฯที่สง่างาม หากได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯจะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน จรรโลงไว้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นายโสภณกล่าว“พริษฐ์” ให้ ปธ.ไม่เป็นกลาง 4 เรื่องขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า มองว่าคนที่จะทำหน้าที่ประธานสภาฯคนต่อไป จะไม่วางตัวเป็นกลางใน 4 เรื่อง คือ 1.ไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่ หรือเดินไปข้างหน้า อยากเห็นการใช้เทคโนโลยีระดับการทำงาน มีการถ่ายทอดสดการประชุม กมธ. 2.ไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนรู้ว่า สส.ทำงานคุ้มภาษีประชาชนหรือไม่ ต้องเผยแพร่ข้อมูลแสดงผลการทำงานและการลงมติว่า สส.ขาดประชุมหรือลงมติอย่างไร 3.ไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีประชาชน หวังว่าประธานสภาฯจะเป็นหัวหอกเสนอให้ตัดหรือปรับงบฯที่ไม่จำเป็น ไม่ก่อประโยชน์ส่วนรวมแม้จะขัดความต้องการ สส. 4.ไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างอำนาจใครไม่กี่คนกับอำนาจประชาชนจะยืนข้าง ปปช.หรือกลุ่มอำนาจ“ในฐานะที่ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานรัฐสภามีหน้าที่สรรหาองค์กรอิสระ ต้องทำทุกวิถีทางให้องค์กรอิสระมีความเป็นอิสระจากการแทรกแซงจากกลุ่มทางการเมือง ควรมีบทบาทรวมพลังทุกพรรคตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะโปร่งใสเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างมั่นคงรวดเร็ว เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามผลการออกเสียงประชามติ และคำถามสำคัญคือ 4 ปีข้างหน้า สภาฯจะยืนอยู่ข้างใครระหว่างประชาชนกับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่มที่พยายามครอบงำสภาฯ” นายพริษฐ์กล่าวเถียงกันวุ่นเขียนชื่อหรือตัวเลขลงมติผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์เสร็จสิ้นแล้วนายไพโรจน์ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงวิธีการลงมติเลือกประธานสภาฯ ว่า จะใช้วิธีการลงคะแนนลับผ่านการเข้าคูหาลงคะแนน ให้ สส.เขียนชื่อบุคคลที่จะเลือกเป็นประธานสภาฯในบัตรออกเสียง แต่หากสะกดชื่อไม่ถูกต้องจะถือว่าเป็นบัตรเสีย ทำให้ถูกทักท้วงจาก สส.หลายคนว่าควรยึดเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนเป็นหลัก แม้จะสะกดตัวอักษรผิดไปบ้าง ขณะที่ สส.พรรค ปชน. เสนอให้เขียนหมายเลขแทนชื่อ นามสกุล ป้องกันการเขียนผิด นายไพโรจน์ยอมอนุโลมให้การเขียนชื่อ นามสกุลผิดถือเป็นบัตรดีได้ ให้เป็นดุลพินิจของกรรมการนับคะแนน ใครต้องการงดออกเสียงให้เขียนว่า งดออกเสียง แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ยืนยันให้ใช้วิธีเขียนหมายเลขแทนการเขียนชื่อ พร้อมเสนอญัตติให้ที่ประชุมลงมติแต่ถูก สส.หลายคนท้วงติงว่าถ่วงเวลาทำให้เสียเวลาการประชุม ควรใช้วิธีเขียนชื่อเช่นเดิมปธ.วินิจฉัยใช้ตัวเลขผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี สส.พรรค ภท. อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี สนับสนุนให้ใช้วิธีเขียนหมายเลขลงมติ หลังจากถกเถียงในที่ประชุมไปนานร่วม 30 นาที นายไพโรจน์วินิจฉัยให้ใช้วิธีเขียนหมายเลขลงมติ โดยหมายเลข 1 แทนชื่อนายโสภณ หมายเลข 2 เป็นชื่อนายพริษฐ์ ขณะที่การโหวตงดออกเสียง ให้เขียนคำว่า งดออกเสียง“โสภณ” เสียงท่วมท้นยึดเก้าอี้ ปธ.สภาฯจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติเลือกประธานสภาฯ โดยการลงคะแนนลับให้ สส.มาลงคะแนนในคูหาเรียงตามตัวอักษร โดยใช้เวลาลงคะแนนและนับคะแนนร่วม 2 ชั่วโมง ผลการนับคะแนนนายโสภณได้ 289 คะแนน นายพริษฐ์ได้ 123 คะแนนงดออกเสียง 80 เสียง บัตรเสีย 5 ใบจากผู้มาลงคะแนนทั้งหมด 497 เสียง มี สส.หลายคนเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับนายโสภณอย่างคึกคัก“มัลลิกา” นั่งประธานรอง ปธ.คนที่ 1ต่อมาเวลา 13.00 น. เข้าสู่วาระการพิจารณาเลือกประธานสภาฯ 2 คน โดยนายซูการ์โน มะทาสส.ยะลา พรรคประชาชาติ เสนอชื่อ น.ส.มัลลิกาจิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรค ภท. เป็นรองประธานสภาฯคนที่ 1 โดยไม่มีการเสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขันถือว่า น.ส.มัลลิกาได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯคนที่ 1 โดย น.ส.มัลลิกาแสดงวิสัยทัศน์ว่า ขอให้เชื่อใจและมั่นใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการประชุมจะเป็นกลางเสมอภาคเที่ยงธรรม ให้โอกาสทุกคนเพื่อรับฟังความเห็นสภาฯเป็นส่วนสำคัญแก้ปัญหาให้ประชาชนสิ่งที่อยากทำคือการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เพราะหลายครั้งติดเรื่องระเบียบมากมาย จึงขอความร่วมมือสมาชิกช่วยผลักดันกฎหมายและญัตติต่างๆให้เป็นไปอย่างราบรื่น ประชุมอย่างสร้างสรรค์ มีสาระ เอาเนื้อๆ ไม่เอาน้ำ ในการประชุมจะขอใช้ระเบียบข้อบังคับเคร่งครัด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด“เลิศศักดิ์” ได้เก้าอี้รอง ปธ.คนที่ 2จากนั้นนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรค ภท.เสนอชื่อนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรค พท.เป็นรองประธานสภาฯคนที่ 2 โดยไม่มีการเสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขัน ถือว่านายเลิศศักดิ์ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯคนที่ 2 นายเลิศศักดิ์แสดงวิสัยทัศน์ว่า ขอให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสทุกขั้นตอน ตรวจสอบได้ทุกกระบวนการ ยึดมั่นข้อบังคับการประชุมเคร่งครัดมีแนวคิด 3 ประการคือ 1.ต้องการเห็นการทำงานการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพให้การตรวจสอบกฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุด 2.จะส่งเสริม สนับสนุนให้ สส.ใช้กลไกที่มีอยู่ในสภาฯ ทั้งการหารือความเดือดร้อน การตั้งกระทู้ต่างๆ ได้แก้ปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง 3.อยากให้สภาฯเป็นสภาฯของประชาชน เป็นพื้นที่ประชาชนเข้าถึงได้ทั้งการยื่นกฎหมาย การร้องเรียน ให้สภาฯเป็นพื้นที่การเรียนรู้จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจากนั้นนายไพโรจน์ประธานที่ประชุมชั่วคราวแจ้งว่า หมดวาระการประชุมแล้ว ส่วนวาระการเลือกนายกฯจะแจ้งให้ทราบต่อไป ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 13.15 น.“หนู” นัดพรรคร่วมฯหลังโหวตนายกฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อทรงโปรดเกล้าฯประธานสภาฯมาเมื่อไหร่ และประธานสภาฯรับตำแหน่งตามขั้นตอนแล้ว จะเรียกประชุมสภาฯไม่น่าจะช้าที่มีข่าวว่าวันที่ 19 มี.ค.จะเรียกประชุมสภาฯเพื่อโหวตเลือกนายกฯไม่ทราบ เพราะทุกตำแหน่งทั้งประธานและรองประธานสภาฯต้องได้รับการโปรดเกล้าฯก่อน การเสนอชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)เอาไว้ให้มีวันนั้นก่อน เราบริหารจัดการสถานการณ์ทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอน โดยไม่มีความล่าช้าเดี๋ยวคงจะนัดหารือกันหลังเลือกนายกฯแล้ว ยังมีเวลา ต้องโปรดเกล้าฯนายกฯก่อน จากนั้นพรรคร่วมฯจะนำรายชื่อรัฐมนตรีส่งมาและส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเข้มจริยธรรม ครม.ต้องไร้ครหาเมื่อถามว่าต้องตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีเข้มงวดใช่หรือไม่ เพราะมีการถามเรื่องจริยธรรมกันมากนายอนุทินกล่าวว่า มีแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุมาเราต้องดู หวังว่ารายชื่อต่างๆพรรคการเมืองจะต้องกลั่นกรองมา รวมถึงพรรค ภท.ต้องสกรีน เพราะข้อบังคับพรรคแต่ละพรรคจะระบุว่า การนำเสนอชื่อรัฐมนตรีหรือประธานสภาต้องผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคนจะต้องระมัดระวัง วิธีการทำงานของตนให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ซึ่งเราจะต้องมีมาตรฐานพิจารณาหากคนนั้นคนนี้มีปัญหาจริงๆตนยังมีช่องทางหารือกับหัวหน้าพรรคในลำดับต้นให้ช่วยพิจารณาปรับได้หรือไม่ แต่ก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนรู้โจทย์เท่ากันหมดว่า จะต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่มีปัญหา ก่อนหน้านั้นยังต้องเวิร์บทูเดาเมื่อถามว่านายกฯมั่นใจว่าโฉมครม.จะถูกใจประชาชนไม่เป็นข้อครหานายกฯกล่าวว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้นยึดหลักตามจริยธรรมยังไม่ได้คุย “ธรรมนัส” ย้ำเพื่อนกันเมื่อถามว่า ประชุมสภาฯนัดแรกได้คุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้คุยกับหลายๆคนแต่ยังไม่เจอ ร.อ.ธรรมนัสเพราะคนเยอะ แต่ได้เจอพี่น้อง สส.พรรค กธ.อยู่ อย่างนายอัคราร พรหมเผ่ารมว.การพัฒนาสังคมฯแสดงความยินดีที่เข้ามาเป็นสส. ความเป็นเพื่อนกับ ร.อ.ธรรมนัสยังมีอยู่เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปคุยกับร.อ.ธรรมนัสในฐานะเพื่อนกันหรือไม่ นายอนุทินร้อง “โอ๊โฮ” พร้อมกล่าวว่า“เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”มท.ระงับระบบยืนยันตัวตน ปชน.วันเดียวกันสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ตรวจสอบพบความพยายามจากบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า สำนักบริหารการทะเบียนได้แจ้งยกเลิกการใช้ให้พรรค ปชน. ใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมถึงใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 69 ส่วนกรณีนำข้อมูล บัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล มิได้จัดเก็บให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดสำนักทะเบียนกลางจะพิจารณาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดต่อไป กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูลมีการปล่อยปละละเลยให้มีการรั่วไหลของข้อมูลอาจเข้าข่ายความผิดกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง หากการได้มาข้อมูลนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏค่ายส้มอุทธรณ์คำสั่งอธิบดีปกครองน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีกรมการปกครองแจ้งยกเลิกให้พรรค ปชน. ใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนว่า พรรคยังไม่เห็นคำสั่งฉบับเต็ม แต่หากมีคำสั่งมาจริง กรมการปกครองต้องมีคำตอบชัดเจนว่าการที่พรรค ปชน. เชื่อมระบบ DOPA-Digital ID ของกรมการปกครองกับเรื่องที่มีบุคคลภายนอกพยายามบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคเกี่ยวข้องกันถึงขนาดมายกเลิกให้พรรค ปชน. ใช้งานระบบได้อย่างไร พรรคจะพิจารณาใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งอธิบดีกรมการปกครอง หากผลการพิจารณาอุทธรณ์ยังยืนยันคำสั่งเดิม พรรคจะพิจารณาใช้สิทธิต่อสู้โต้แย้งต่อศาลปกครองต่อไป เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นการนำ 2 เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาเชื่อมโยงกันไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและอาจถูกมองว่าเลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งทำให้ตั้งคำถามได้ว่าอาจมีใบสั่งทางการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการดิสเครดิตพรรค ปชน.ปชช.มองรัฐบาล ภท.เสถียรภาพวันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดเผยผลการสำรวจอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่างเรื่อง “Confirmed ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน” เมื่อวันที่ 10-11 มี.ค. เมื่อถามความคิดเห็นประชาชนต่อเสถียรภาพทางการเมืองจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 291 เสียง ภายใต้การนำของพรรค ภท. ร้อยละ 42.82 ระบุค่อนข้างมีเสถียรภาพทางการเมือง ร้อยละ 25.34 ระบุไม่ค่อยมีเสถียรภาพทางการเมือง และร้อยละ 21.07 ระบุมีเสถียรภาพทางการเมืองมาก ด้านความรู้สึกต่อ 3 พรรคฝ่ายค้านหลัก ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 54.73 ระบุทั้ง 3 พรรค จะสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ร้อยละ 53.13 ระบุว่าเป็นฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และร้อยละ 25.88 ระบุว่าทั้ง 3 พรรคจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. มากกว่า 291 เสียง ในวันลงมติเลือกนายกฯ ร้อยละ 42.29 เป็นไปได้มาก ร้อยละ 38.02 ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 10.53 ระบุว่าเป็นไปไม่ค่อยได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่