ตำรวจชลบุรีบุกทลายบ่อนอินเดียลอบเปิด ในโรงแรมหรูเมืองพัทยาเช่าห้องประชุมใหญ่ตั้งโต๊ะเล่นพนันบาคาราและโป๊กเกอร์เย้ยกฎหมาย รวบเซียนพนันแดนภารตะได้ 84 คน ทีมงานเจ้าของบ่อนคนไทย 6 คน กับแรงงานชาวพม่า 4 คน ยึดอุปกรณ์การเล่นครบครันทั้งโต๊ะเล่นพนัน 7 โต๊ะ เงินสด ชิปแลกเงิน ไพ่ เครื่องนับเงิน สมุดเครดิตนักพนันเงินสะพัดกว่า 650 ล้านรูปี หรือ 300 ล้านบาท หญิงสาวเจ้าของบ่อนอ้างจัดทัวร์พานักท่องเที่ยวจากอินเดียมาเล่นพนันกันโดยเฉพาะ จ่ายส่วยตำรวจไปแล้ว 2.4 ล้านบาท เพิ่งเปิดได้ 2 วันก็ถูกบุกจับ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี สั่งสอบขยายผลทางโรงแรมอาจมีส่วนรู้เห็น รวมถึงประเด็นมีตำรวจรับส่วยจริงหรือไม่ปฏิบัติการบุกทลายบ่อนอินเดียเปิดในโรงแรมหรูกลางเมืองพัทยาเล่นพนันเย้ยกฎหมายรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 1 พ.ค. พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.ชลบุรี นำกำลังตำรวจกว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นโรงแรม เอเซีย พัทยา โฮเต็ล เลขที่ 352 ถนนพระตำหนัก หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าภายในห้องประชุมของโรงแรมลักลอบเปิดบ่อนพนันขนาดใหญ่ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว อาคารสูง 7 ชั้น มีห้องพัก 300 ห้อง ในห้องประชุมใหญ่ชั้นล่าง พบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียนับร้อยคนนั่งล้อมวงเล่นการพนันบาคาราตามโต๊ะต่างๆกันอย่างสนุกสนาน เมื่อหันมาเห็นตำรวจบุกเข้ามาถึงกับแตกฮือวิ่งเผ่นหนีกันไปคนละทิศละทาง อีกทั้งยังพยายามขัดขวางการเข้าจับกุม บางรายพยายามวิ่งหนีออกจากห้องจนเกิดเหตุการณ์โกลาหล ตำรวจใช้เวลาอยู่นานกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด จับกุมตัวนักพนันชาวอินเดียได้ 84 คน เป็นชาย 68 คน หญิง 16 คน ทีมงานเจ้าของบ่อนคนไทย 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน และแรงงานชาวพม่า 4 คน รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 94 คน มี น.ส.สิตรานันท์ แก้วหล่อ อายุ 32 ปี รับเป็นคนจัดให้มีการเล่นพนัน ตรวจยึดโต๊ะบาคารา 4 โต๊ะ โต๊ะโป๊กเกอร์ 3 โต๊ะ กล้องวงจรปิด 8 ตัว ชิปแลกเงิน 15,612 ชิ้น มูลค่ากว่า 209 ล้านรูปี คิดเป็นเงินไทยกว่า 87 ล้านบาท เงินสด 167,400 รูปี คิดเป็นเงินไทย 69,902 บาท โทรศัพท์มือถือ 92 เครื่อง ไพ่ 16 สำรับ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง เครื่องนับเงิน 1 เครื่อง และเตาบารากุจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังตรวจยึดสมุดเครดิตของนักพนันกว่า 40 เล่ม ช่วง 2 วันมีเงินสะพัดกว่า 650 ล้านรูปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 300 ล้านบาท ภายในห้องยังมีการเล่นการพนันโป๊กเกอร์ ถ่ายทอดสดออนไลน์ไปยังประเทศอินเดียอีกด้วยต่อมาตำรวจเชิญล่ามแปลภาษาชาวอินเดียมาสอบถามกลุ่มนักพนันทราบว่า ทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 เม.ย. มีกำหนดกลับประเทศอินเดียวันที่ 1 พ.ค. เบื้องต้นให้การยอมรับว่าเดินทางเข้าไทยเพื่อมาเล่นการพนันโดยเฉพาะ เนื่องจากคนที่พาเข้ามาบอกว่าในประเทศไทยเล่นการพนันไม่ผิดกฎหมาย จึงแห่พากันมาจำนวนมาก มีคนไทยคอยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางและที่พัก นักพนันจะต้องเปิดเครดิตเพื่อแลกชิปเข้าเล่นพนัน บางคนเปิดเครดิตเป็นเงินสูงถึง 14 ล้านรูปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6 ล้านบาทสอบถาม น.ส.สิตรานันท์ แก้วหล่อ อายุ 32 ปี ผู้จัดเล่นการพนันเผยว่า จัดทัวร์ให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียเปิดห้องพักอยู่ที่โรงแรมและเช่าห้องประชุมของโรงแรมวันละ 120,000 บาท ลักลอบเปิดบ่อนการพนัน โดยที่โรงแรมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะหลังจากจ่ายเงินให้โรงแรมแล้วจะบอกว่าขอปิดห้องเพื่อให้เป็นส่วนตัว ไม่ให้พนักงานโรงแรมเข้ามายุ่งเกี่ยว ตนร่วมกับสามีชาวอินเดียจัดหานักพนันชาวอินเดียบินตรงเข้าไทยเพื่อมาเล่นการพนันโดยเฉพาะ คิดค่าดำเนินการรายละ 50,000 บาท แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกพาไปเที่ยว อีกกลุ่มเล่นการพนัน มีทีมงานดำเนินการทุกอย่างทั้งเรื่องอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่วนอุปกรณ์การเล่นพนันทั้งหมดได้มาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด เพิ่งขนเข้ามาในโรงแรมเมื่อ 2 วันก่อน ที่กล้าเปิดเล่นใหญ่โตเนื่องจากจ่ายเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านบาท มีนายภาคิน และนายเอก ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนคอยเคลียร์หน้าเสื่อให้เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามายุ่ง เพิ่งเปิดให้เล่นได้เพียง 2 วัน ก็มาถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมพล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจได้คัดแยกบุคคลทั้งนักเล่นการพนัน และคนแจกไพ่ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาแต่ละคน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเปิดบ่อนขนาดใหญ่แบบนี้ทางโรงแรมจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ จะต้องสอบสวนให้ชัดเจน รวมถึงประเด็นที่คนจัดให้เล่นการพนันอ้างว่ามีการจ่ายเงินให้ตำรวจกว่า 2.4 ล้านบาทเพื่อเป็นใบเบิกทางในการเปิดบ่อน จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาแยกตัวไปควบคุมไว้ 4 โรงพัก คือ สภ.เมืองพัทยา 44 คน สภ.บางละมุง 25 คน และ สภ.หนองปรือ 25 คนต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา นำตัว น.ส.สิตานันท์ แก้วหล่อ อายุ 31 ปี และนายดิวิเยช อโชคุมาร์ ปาธาร์ อายุ 32 ปี สามีชาวอินเดีย เจ้าของทัวร์อินเดียผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน มาสอบปากคำเพิ่มเติม เน้นสอบข้อเท็จจริงประเด็นเรื่องเงิน 2.4 ล้านบาทที่จ่ายให้กับผู้ที่อ้างตัวว่าสามารถเคลียร์กับตำรวจในพื้นที่ได้ ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชม. ทั้งคู่ยังให้การยืนยันว่ามีการจ่ายเงินกว่า 2.4 ล้านบาทให้นายภาคินและนายเอก มีหลักฐานการโอนเงินและจ่ายเงินสด ทั้ง 2 คนอ้างว่าจะนำไปเคลียร์กับนายตำรวจและหน่วยงานต่างๆเพื่อให้สามารถเปิดบ่อนได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องถูกจับกุม เชื่อว่าเรื่องนี้มีมูลความจริง ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าเปิดบ่อนพนันใหญ่ขนาดนี้จากข้อมูลทราบว่า สองผัวเมียทำธุรกิจทัวร์อินเดียมานานกว่า 5 ปี ที่ผ่านมาเห็นชาวอินเดียชอบเล่นการพนันจึงผุดไอเดียอยากลองทำทัวร์ลักษณะมาเที่ยวและได้เล่นการพนันด้วย จึงทำทัวร์นี้ขึ้นมาครั้งแรก ลูกค้าส่วนใหญ่มีฐานะดี ประกอบกับหลงเชื่อว่าสามารถเคลียร์ทางการไทยได้แล้วเลยตัดสินใจเช่าโรงแรมเปิดบ่อนพนัน แต่เปิดได้เพียง 2 วันก็ถูกตำรวจบุกจับ ตามแนวทางการสืบสวนเส้นทางการเงินที่ น.ส.สิตานันท์โอนไป 2.4 ล้านบาทให้นายภาคิน และนายเอก พอทราบแล้วว่าเป็นใคร ตอนนี้ไล่กล้องวงจรปิดในบ่อนพบว่าทั้ง 2 คนน่าจะอยู่ในบ่อนด้วย ขณะเดียวกันตำรวจจะเรียกทางโรงแรมมาสอบสวนด้วยว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับบ่อนพนันหรือไม่ เนื่องจากมีการขนอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมากเข้าไปในโรงแรม จะอ้างว่าไม่รู้เห็นคงเป็นไปไม่ได้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังผู้บริหารโรงแรมเพื่อสอบถามรายละเอียด แต่ถูกปฏิเสธให้ข้อมูล