นโยบาย ไพ่ใบสุดท้าย ของแต่ละพรรคการเมืองที่ออกมาก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งอีกไม่ถึง 20 วัน จะชี้ชะตาอนาคตของแต่ละพรรคการเมืองว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ประเด็นประชานิยม ทุกพรรคเหมือนกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ พรรคก้าวไกล ซึ่งหลักๆก็จะคล้ายกัน ขึ้นอยู่กับว่านโยบายพรรคไหนโดนใจชาวบ้านมากที่สุดพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 หรือแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 ไม่น่าจะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของประชาชนส่วนใหญ่ได้ เพราะส่วนใหญ่คนที่ตัดสินใจจะเลือกพรรคไหน เลือกใครเป็นนายกฯ เหนียวแน่นมาตั้งแต่ต้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นคนที่ชอบ แพทองธาร ชินวัตร ก็จะ เลือกแพทองธาร เลือกพรรคเพื่อไทย คนที่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ค่อนข้างจะชัดเจนปัจจัยต่อมาคือ การเลือก ส.ส.เขต ที่อาจจะไม่ตรงกับ คะแนนพรรคหรือเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะ ชาวบ้านจะเลือก ส.ส.ที่คุ้นหน้าคุ้นตา หรือลงพื้นที่เป็นประจำช่วยเหลือชาวบ้านสม่ำเสมอ ชาวบ้านจะไม่สนใจว่า จะลงสมัคร ส.ส.ในสังกัดพรรคไหนด้วยซ้ำไป ประเด็นนี้ก็ชัดเจนทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วย เช่น บ้านคนมีรั้ว เป็นคนมีอันจะกินไม่พึ่งพานโยบายรัฐหรือพรรคการเมือง จะไม่ค่อยสนใจว่าจะแจกจะแถม จะออกนโยบายอะไรมาให้บ้าง แต่จะดูว่านโยบายแต่ละนโยบายมีประสิทธิภาพมีความเป็นไปได้แค่ไหน กระทบกับการเงินการคลังของประเทศหรือไม่ และไม่สนใจด้วยซ้ำว่า ผู้สมัครแต่ละคนจะสรรหาวิธีหาเสียงแบบไหน อย่างไร แต่จะดูที่คุณสมบัติและพฤติกรรมของพรรคของผู้สมัครแต่ละพรรคผลงานและวิสัยทัศน์จะสามารถมาเป็นผู้นำประเทศได้หรือไม่ในสองประเด็นคือปัจจัย การเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยสีเสื้อ และทัศนคติทางการเมือง ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายอนุรักษ์ ที่มีความชัดเจนในการที่จะตัดสินใจเลือกฝ่ายไหนอยู่แล้วเช่น การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าอยู่บนสมมติฐานที่ว่า จะเลือกฝ่ายอนุรักษ์ ก็ต้องเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตย ก็จะแบ่งเป็นสองสาย คือ ประชาธิปไตยแบบยืดหยุ่น ก็จะเลือกเพื่อไทย หรือพรรคกลางๆ แต่ถ้าจะเอาแบบ ประชาธิปไตยเข้มข้น มีความชัดเจนว่า ไม่เอาฝ่ายอนุรักษ์ จะไปเทให้ ก้าวไกล ที่มีความชัดเจนและแตกต่างจากพรรคการเมืองทั่วไปส่วนการตัดสินใจของชาวบ้านทั่วไป จะแบ่งเป็นการเมืองภาคนิยม เช่น ภาคใต้ ต้องประชาธิปัตย์ ภาคอีสานภาคเหนือต้อง เพื่อไทยเท่านั้น ต่อมาเรื่อง นโยบายประชานิยม ของใครจะโดนใจมากกว่ากัน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค บัตรทอง บัตรประกันสังคม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง เป็นต้นและ จากกระแส เช่นตอนนี้เพื่อไทยมาแรงก็จะเทมาให้เพื่อไทย หรือกลัวเพื่อไทยจะไม่ได้ตั้งรัฐบาลก็จะเทมาเพื่อไทย และสุดท้ายเกิดจาก ทัศนคติส่วนตัว คือชอบไม่ชอบเป็นการส่วนตัว เช่นชอบลุงไม่ชอบลุง หรือชอบอุ๊งอิ๊ง ที่เป็นผลพวงมาจากชอบผลงานที่ทักษิณ ชินวัตร ทำเอาไว้ ไม่ได้สนใจเหตุผลอื่นๆหรือนโยบายมากนักดูแล้ว ณ จุดนี้ กระแสน่าจะแรงกว่ากระสุน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th