เป็นประเด็นน่าคิดในสังคมไทยกับการดำเนินคดีกับสมาชิกวุฒิสภาชื่อดัง หรือ ส.ว.ทรงเอ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีเครือข่ายยาเสพติด “ทุนมินลัต” หลัง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีการเปิดเผยเอกสารลับคำชี้แจงของนายตำรวจที่ไปขอหมายจับ ส.ว.ทรงเอหลังเปิดอภิปรายกลุ่มคนนำมาใช้เปิดประเด็น โยงความสัมพันธ์ฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานช่วยเหลือทางคดียาเสพติด และประเด็นย้ายตำรวจ ผกก.และ ส.ว.ในสังกัด บก.สส.บช.น.ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหนมีหลายหน่วยงานหลักได้รับผลกระทบ บางหน่วยที่ถูกพาดพิงกลับนิ่งปล่อยเรื่องเงียบ แต่มีบางหน่วยที่ได้รับความเสียหายไม่ได้นิ่งเฉย แสดงหลักฐานยื่นฟ้องดำเนินคดี เพื่อเรียกชื่อเสียงตัวเองและหน่วยงานพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เป็นอีกคนที่ถูกพาดพิง สุดท้ายยื่นฟ้องศาลดำเนินคดีผิดฐาน “แจ้งความเท็จหมิ่นประมาทแกล้งฟ้องให้ต้องรับโทษต่อศาลอาญา” ประเด็นถูกโยงมาเกี่ยวคดียาเสพติดยืนยันว่า ทุกอย่างที่ถูกกล่าวโทษต่อ บก.ปปป.ว่า การถูกโยงเกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติด ไม่เป็นความจริง พร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลย้ำว่า “หากคู่กรณีมีหลักฐานให้เอามายืนยัน อย่าอ้างพูดไปเรื่อยให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิด ไม่มีใครสามารถ “ปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ” ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของคุณเองหรือรับงานใครมา เพื่อหวังดิสเครดิต ไม่รู้สึกหวาดหวั่นและมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม”พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนำเอกสารหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ในสิ่งที่ถูกกล่าวหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหน่วยงานย้ำอีกว่า “ไม่ใช่ไปฟังผีบอกแล้วเที่ยวกล่าวหาเขาไปทั่ว ข้าราชการที่บริสุทธิ์ทุกคนไม่ควรปล่อยให้พวกที่ตระเวนหาแสงทำอย่างนี้ ควรออกมาปกป้องตนเองและหน่วยงานของตนเองด้วย”“ปัจจุบันกลายเป็นว่า ใช้ “สื่อ” หาประโยชน์ ใครอยู่เบื้องหลังกี่คนลากออกมาให้หมด อย่าทำเป็นอีแอบนุ่งกระโปรงอยู่หลังเวที แต่ไม่กล้าเต้น แน่จริงมาว่ากันที่บัลลังก์ศาล ผมพร้อมจะพิสูจน์ความจริงทั้งหมดและความไม่จริงของขบวนการพวกนี้ที่ศาลอาญา”เป็นความรู้สึกอึดอัดในใจของนายตำรวจมือทำงานที่ถูกพาดพิง ทำให้ได้รับความเสียหายทั้งตัวเอง และหน่วยงานสืบสวนตำรวจนครบาล และไม่ได้เกี่ยวกับคดี ไม่นิ่ง พร้อมยื่นหลักฐานพิสูจน์ข้อมูลที่คิดว่าไม่ถูกต้องพร้อมเดินหน้าเข้าพิสูจน์ความจริงตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายไทยทำให้สังคมได้รับรู้ความจริง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th