ตีคู่ความร้อนแรงแข่งกับเปลวแดดแบบบรรลัยกัลป์เดือน เม.ย. สงครามนโยบายประชานิยมที่ทุกพรรคการเมืองพากันสะดุ้งกับนโยบายหาเสียงล่าสุดของพรรคเพื่อไทยรุมสกรัมนโยบาย Digital wallet หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล แจกเงิน 10,000 บาท ให้คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป นำไปช็อปปิ้งตามร้านค้าในชุมนุม รัศมีไม่เกิน 4 กิโลเมตร ในระยะเวลา 6 เดือนโดนตั้งคำถามหนักถึงที่มาของงบประมาณ 5.4 แสนล้านบาท ที่จะจับยัดใส่มือคนได้อานิสงส์ 54 ล้านคนพรรคเพื่อไทยสะบักสะบอมทันที ต้องชี้แจงปากเปียกปากแฉะ ภายหลังโครงการประชานิยมลอตล่าสุด ติดหูประชาชนเปรี้ยงปร้างแค่ชั่วข้ามคืนกลยุทธ์การตลาดของถนัดทีมนายใหญ่ ที่เปิดเกมรุกทีไร ก็ปลุกความสนใจประชาชนได้ทุกรอบ กระพือกระแสแลนด์สไลด์ให้ติดลมไปกันใหญ่สถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยพร้อมชักธงรบเต็มอัตราศึก ฟูลออปชันทั้งเรื่องนโยบาย ผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งเดินบนพรมแดงเปิดตัวล่าสุด “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาครอบครัวเพื่อไทย และ ชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย3 คน 3 บุคลิก สร้างจุดขายครบเครื่อง ทั้งตัวแทนคนรุ่นใหม่ มืออาชีพด้านเศรษฐกิจ และเซียนกฎหมาย ช่วยกันปั่นแต้ม สปีดหนีห่างคู่แข่งออกไปอีกผลโพลสะท้อนชัด เพื่อไทยยังเป็นตัวตึง ยืนหนึ่งในทุกสำนัก ลงล็อกทั้ง ส.ส.เขต ที่ได้ตัวเต็งบ้านใหญ่มาปักหมุดอยู่ด้วยหลายพื้นที่ ขณะที่คะแนนนิยมพรรคการเมือง ก็ยังยืนระยะยาวอยู่ได้ ไม่มีแผ่วเซฟโซน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากเดิมเก็งกันไว้อยู่ใน 40 ลำดับแรก ทำท่าจะขยับเพิ่มขึ้นไปอีกหลายอันดับตรงข้ามกับคู่แข่งสำคัญ พรรครวมไทยสร้างชาติของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่คะแนนยังติดๆดับๆแม้กระทั่งพื้นที่มั่นอกมั่นใจสูงอย่าง จ.ชลบุรี จะกวาด ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ ระดับเจ้าถิ่นใหญ่ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ต้องหนีตาย ไม่กล้าลงสมัคร ส.ส.เขต เพราะไม่ชัวร์จะต้านกระแสทีมบ้านใหญ่ “คุณปลื้ม” ของพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ แม่ทัพใหญ่ “เสี่ยเฮ้ง” ก็ขาสั่นกลัวสอบตก ส.ส.เขต ต้องเลี่ยงมาอยู่ในบัญชีผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 5 ไปอาศัยเกาะบารมีชื่อ “บิ๊กตู่” รับประกันความชัวร์ ได้เป็น ส.ส.สมัยหน้า“บิ๊กตู่” รับบทหนัก แบก “รวมไทยสร้างชาติ” คนเดียวทั้งพรรค แต่ก็ยังเข็นกันไม่ค่อยจะไปสูตรสำเร็จเรื่องความรักชาติที่เคยเปรี้ยงปร้างตอนเลือกตั้งปี 2562 กลับขายแทบไม่ได้ในบริบทยุคปัจจุบัน ทำแต้มได้แค่ปีกอนุรักษ์นิยมกลุ่มเดียว แต่บอดแต้มจากกลุ่มอื่นๆยังไม่รู้อนาคต “บิ๊กตู่” จะได้ไปต่อหรือไม่สถานการณ์ตกที่นั่งเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่แคมเปญโซ่ข้อกลาง ก้าวข้ามความขัดแย้ง จุดไม่ค่อยจะติด ในยามที่ประชาชนให้ความสำคัญปัญหาปากท้องมาก่อนความปรองดองพรรคพี่–พรรคน้อง ขายออกลำบาก โอกาสเป็นพรรคแกนนำหลักจัดตั้งรัฐบาลระส่ำหนัก เผลอๆมีสิทธิถูกปล่อยลอยแพทั้งคู่หลังเลือกตั้งอย่างที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย จุดพลุสัญญาณ สูตรบันได 3 ขั้น ชวนขั้วประชาธิปไตยผนึกกำลังจัดตั้งรัฐบาล สกัด 2 ลุงร่วมวงกางแผนยุทธศาสตร์ บันไดขั้นแรก รวมกลุ่มเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม บวกพรรคไทยสร้างไทยของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง รอวัดใจ ส.ว.จะกล้าฝืนมติประชาชนหรือไม่ขั้นที่สอง หากเสียงในขั้นแรกยังไม่พอ ให้ดึงพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทย มาสมทบเพิ่ม และขั้นสุดท้าย ถ้าเสียงยังขาดอยู่อีก ก็ดึงพรรครัฐบาลที่เหลือเข้ามา ปิดจ๊อบ ไม่ต้อนรับพรรค 2 ลุงเปิดสูตรล่อตาล่อใจ ชวนทุกฝ่ายร่วมผนึกกำลังโดดเดี่ยว “รวมไทยสร้างชาติ–พลังประชารัฐ” ถ้าผลคะแนนหลังปิดหีบเข้าทางฝ่ายประชาธิปไตยฝ่ายการเมืองวางแผนฮึดสู้ ปิดประตูใส่หน้าพรรคทหาร ผนึกกำลังทุกขั้ว รวบรวม 300 เสียงบวก ท้าทาย ส.ว. หากยังไม่เล่นด้วย ไม่ยอมกดปุ่มให้ไฟเขียวตั้งรัฐบาล ก็อาจเสี่ยงเกิดวิกฤติการเมืองตามมาวางดีลปิดเกม ดีด 2 ลุงตกสวรรค์ ไปลิ้มรสเป็นฝ่ายค้าน!!!ทีมข่าวการเมือง