พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้ท้าชิงนายกรัฐมนตรีอย่างอลังการ ด้วยการจัดปราศรัยใหญ่ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ทันทีที่ผู้สมัครทั้งสามคนขึ้นบนเวที มีเสียงตะโกนเชียร์อย่างกึกก้อง มีการเปิดคลิปนโยบายหาเสียง นโยบายที่ฮือฮามากที่สุด คือการเติมเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้ผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละหมื่นบาทนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัครนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าการเติมเงินให้ผู้มีอายุ 16 ปี ขึ้นไป คนละหมื่นบาท เพื่อให้นำไปใช้จ่ายในรัศมี 4 กม. จากที่พัก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินทั้งระบบกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจมหภาค และระดับครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาความยากจน และความไม่เท่าเทียมหรือความเหลื่อมล้ำ ในด้านเศรษฐกิจยังมีนโยบายสำคัญอีก คือการเปิดประตูการค้ากับทั่วโลก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้สามารถแข่งขันระดับโลก การทำให้ไทยเป็น “ฮับ” สายการบินส่วน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีอีกคน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยชนะเลือกตั้ง แต่ถูกปล้นอำนาจโดยรัฐประหาร คราวนี้มั่นใจว่าจะชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้ จะชนะ ส.ว.ไม่ว่าจะสังกัดลุงใด อยากให้โลกรู้ว่าเลือกตั้งครั้งนี้เสียงประชาชนเป็นเสียงที่ยิ่งใหญ่ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีอีกคน นายชัยเกษม นิติสิริ กล่าวว่า หลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไม่หลงเหลือในกว่า 8 ปีที่ผ่านมา ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ไม่มีประชาชนเป็นหัวใจ สร้างอำนาจมืด เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ประเทศไร้ขื่อแป กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว ทันทีที่พรรคเพื่อไทยชนะ จะสร้างความยุติธรรมที่ซื้อไม่ได้การแสดงวิสัยทัศน์ของว่าที่นายกฯทั้งสาม ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กว่า 8 ปีที่ผ่านมา จำนวนคนจนพุ่งขึ้นจาก 14 ล้านคน เป็น 22 ล้านคน นั่นคือตัวเลขคนไทยที่ขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน แต่รัฐบาลไม่สามารถตอบสนองให้ได้ทุกคน จึงผิดหวังหลายล้านคนถ้าคนไทยยากจนจริงถึง 22 ล้านคน เกือบถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ นับเฉพาะผู้ที่มีรายได้ต่ำ ยังไม่รวมความยากจนในมิติอื่นๆตามกติกาสหประชาชาติ ความยากจนนอกจากวัดด้วยรายได้แล้ว ยังวัดด้วยการเข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งความเป็นธรรมในสังคม จะมีคนจนไทยพุ่งขึ้นอีกกี่ล้าน.