ถ้ายังจำกันได้ช่วงที่ผ่านมา ปัญหาความรุนแรงที่เกิดจากอาวุธปืนบานเบอะ ทำให้เหยื่อบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิตจำนวนมาก!ตำรวจหลายหน่วยหันมาให้ความสำคัญ ไล่ล่า ไล่จับ ขบวนการผลิต ค้าปืนเถื่อนกันอย่างเอิกเกริก เหมือนส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทำไม่ได้?แต่คดีอุกฉกรรจ์หลายคดี ของกลางที่ตรวจยึดได้กลายเป็น “ปืนหลวง” ไม่รู้ว่าหลุดไปอยู่ในมือของอาชญากรได้ยังไง ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องสั่งการให้ทุกหน่วยทั่วประเทศตรวจสอบจำนวนปืนในคลังสภ.ปากเกร็ด พบปืนหายไปกว่า 100 กระบอก?!เป็นที่มาของการตรวจสอบจนพบว่า ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร อดีต ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นผู้แอบเอาปืนไปขาย-จำนำจากวันนั้นถึงวันนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาคดีแล้ว พฤติการณ์คดี ด.ต.เชาวลิต ปลอมเอกสารราชการไปรับปืนหลวงมาจาก กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี แล้วนำไปจำนำกับบุคคลภายนอกถึง 47 กระบอก!และยังนำอาวุธปืนของทางราชการที่อยู่ในความครอบครองในหน้าที่ ไปจำนำกับบุคคลภายนอกอีก 115 กระบอก หลังความแตกพยายามหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกล็อกตัวได้ก่อนที่ จ.หนองคายศาลมีคำสั่งลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการทรัพย์ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต!ฐานพาอาวุธปืนรวม 28 กระทงๆละ 5 ปี ฐานค้าหรือจำหน่ายอาวุธปืน 6 กระทงๆละตลอดชีวิต จำเลยรับสารภาพรวมจำคุก 256 ปี 168 เดือน ตามกฎหมายคงจำคุกได้ 50 ปี และให้จำเลยคืนอาวุธปืน หรือชดใช้ราคา 1,340,395.93 บาท และใช้ราคา 21,430.08 เหรียญสหรัฐฯขอให้คดีนี้เป็นบทเรียนกับตำรวจนายอื่นเชื่อเถอะ “ของหลวง” ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้หรอก?สหบาท