Crash Landing on You (CLOY) ซีรีส์ดังจากแดนกิมจิ กลายเป็นหัวข้อวิจารณ์ของกูรูซีรีส์ในอินเดีย เมื่อนักวิจารณ์หนังของอินเดียระบุว่า พล็อตเรื่องที่เกาหลีนำมาผูกให้เป็นความรักของหนุ่มสาวในประเทศที่เป็นคู่อริกันแต่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย จนในที่สุดก็หลงรักกัน เคยมีมาแล้วในอินเดียหนังเรื่องที่ว่าคือภาพยนตร์บอลลีวูดเรื่อง Veer-Zaara ที่นำแสดงโดยศาห์รุข ข่าน และปรีติ ซิณฏา ที่สวมบทบาทคู่รักชาติปรปักษ์จากอินเดียและปากีสถานพาโรมา จักรวาร์ตี หนึ่งในผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ซีรีส์เกาหลี Drama Over Flowers พูดถึงปรากฏการณ์ปักหมุดรักว่า “ผู้ชมทั่วโลกพากันหลงรัก CLOY เพราะซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องเศร้าระหว่างสองชาติให้สัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย แต่สำหรับคนเอเชียใต้ทั่วโลกอาจรู้สึกแตกต่างออกไป” รายการพอดแคสต์ของจักรวาร์ตีเป็นรายการแรกๆของอินเดียที่นำเสนอข้อมูลความนิยมซีรีส์จากเกาหลีใต้ในอินเดีย ซึ่งไม่ได้แค่เพิ่งเริ่มต้นกระแสนิยมซีรีส์เกาหลีในอินเดียเริ่มขึ้นในปี 2000 ที่รัฐมณีปุระ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนห้ามฉายหนังบอลลีวูด จากนั้นความนิยมซีรีส์เกาหลีก็ค่อยๆแผ่ขยายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ทำให้คนอินเดียต้องอยู่แต่ในบ้าน ทำให้ยอดชมซีรีส์เกาหลีทางเน็ตฟลิกซ์อินเดียพุ่งทะลุ 370% ในปี 2020 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าปรากฏการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความนิยมซีรีส์เกาหลีที่เฟื่องฟูอย่างมากในอินเดีย ที่เปลี่ยนแปลงกระแสการชมหนังบอลลีวูดที่พยายามฟื้นตัวให้กลับมาคึกคักเท่ากับยุคก่อนโควิดระบาด สุปรีญา แนร์ บรรณาธิการ Fifty Two นำเสนอบทความเชิงลึกเกี่ยวกับอินเดีย ทั้งในฐานะสื่อ และแฟนซีรีส์เกาหลี เธอบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบกันชัดๆ ระหว่างซีรีส์เกาหลีกับหนังบอลลีวูด“ภาพยนตร์ฮิตของบอลลีวูดก็เหมือนกับหนังฮิตของเกาหลีใต้ที่สร้างขึ้นเพื่อผู้ชมชายเป็นหลัก ขณะที่ละครโทรทัศน์ยอดนิยมของเกาหลีใต้ก็เหมือน กับละครภาษาฮินดีที่ผลิตขึ้นสำหรับผู้หญิง” สุปรีญาวิเคราะห์และว่าแต่สิ่งที่ไม่ต่างกันก็คืออุตสาหกรรมบันเทิงของทั้งสองประเทศยังขึ้นชื่อเรื่องการนำเสนอหนังและละครที่มีเนื้อหาประโลมโลก และเรื่องราวความรักที่เกินจริง เธอบอกว่าหนังบอลลีวูดมักมีเนื้อเรื่องหลายๆแนวรวมกันในเรื่องเดียว เช่น ตลกโปกฮา แอ็กชัน โรแมนติก และสัจนิยมมหัศจรรย์ ส่วนซีรีส์เกาหลีก็มีการดำเนินเนื้อเรื่องที่กระชับ และมักมีตอนจบแบบในเทพนิยาย แต่อาจมีการหักมุมบางอย่างก่อนไปถึงตอนจบแบบนั้น“สิ่งที่คล้ายกันมากที่สุดระหว่างสื่อบันเทิงของทั้งสองประเทศ คือ เนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว และชนชั้นทางสังคม ซึ่งซีรีส์เกาหลีสามารถนำเสนอแง่มุมเรื่องที่พ่อแม่ควบคุมลูกอย่างเหนียวแน่นในแบบที่หนังตะวันตกไม่สามารถสะท้อนออกมาได้” บรรณาธิการ Fifty Two บอกสุปรีญายกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ซีรีส์เกาหลีและหนังบอลลีวูดมักแสดงให้เห็นถึงผลจากวัฒนธรรมดังกล่าวที่มีต่อตัวละครเอก เช่น การเลือกคู่ครอง อาชีพ และภาระที่ผู้หญิงมีต่อครอบครัวสามี อาจมีจุดที่ต่างกันเล็กน้อยตรงที่ความรักแบบโรแมนติกและบริสุทธิ์เป็นเนื้อหาที่หนังบอลลีวูดไม่ค่อยนำเสนอแล้วในระยะหลัง นี่จึงทำให้ผู้ชมอินเดียจำนวนมากหันไปหาซีรีส์เกาหลีแนวรักเบาสมองแทน แฟนหนังอินเดียที่พูดภาษาทมิฬ ภาษามาลายาลัม และภาษาเตลูกู จะชื่นชอบซีรีส์เกาหลีเรื่อง “โฮมทาวน์ ชะชะช่า” (Hometown Cha Cha Cha) เพราะมีเนื้อหาทำนองเดียวกับพล็อตหนังโปรดของเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์ทางตอนใต้ของอินเดีย ที่เป็นการนำเสนอเรื่องราวของสาวชาวกรุงผู้ทะเยอทะยานที่ย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านชนบทอันงดงาม และตกหลุมรักกับหนุ่มลูกทุ่งขณะที่จักรวาร์ตี ผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ Drama Over Flowers มองว่า การนำเสนอเนื้อหาทำนองนี้ของสื่อเกาหลีและอินเดียทำให้หลายครั้งเป็นการนำเสนอพฤติกรรมที่ดูเหมือนจะแย่ เช่น การคุกคามผู้หญิง การใช้กำลังแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิง การสื่อว่าความหึงหวงเป็นสัญญาณของความรัก และการที่ผู้ชายปฏิบัติต่อผู้หญิงเยี่ยงสมบัติส่วนตัว ให้กลายเป็นเรื่องรักโรแมนติกได้ ที่สำคัญ และอาจไม่พบบ่อยนักในหนังตะวันตก คือซีรีส์เกาหลีและหนังอินเดียมักให้อภัยสมาชิกครอบครัวที่เป็นตัวร้ายในตอนจบ อีกทั้งไม่ค่อยนำเสนอการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เหมาะสมแต่สำหรับผู้หญิงอินเดียที่ชื่นชอบซีรีส์เกาหลีหลายคนบอกว่าชอบการนำเสนอภาพนางเอกที่มีความเฉลียวฉลาด มีบุคลิกซับซ้อน และมีเนื้อเรื่องที่ตัวละครเหล่านี้ได้ออกสำรวจโลกด้านอื่นๆที่นอกเหนือไปจากโลกแห่งความรัก ซึ่งหลายเรื่องเป็นผลงานการเขียนบทและกำกับโดยผู้หญิงที่ต้องการนำเสนอความทะเยอทะยานและเสรีภาพส่วนบุคคลจากมุมมองของผู้หญิงแฟนซีรีส์เกาหลีชาวอินเดียหลายคนมองว่า การนำเสนอเนื้อเรื่องที่สร้างสรรค์ บวกกับการเขียนบทอันยอดเยี่ยมของนักเขียนบท ซึ่งหลายคนเป็นผู้หญิงนี้เองอาจช่วยพลิกโฉมวิธีการเล่าเรื่องของหนังบอลลีวูดได้.