นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข เตรียมความพร้อมตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสอีโบลา และมีลักษณะการก่อโรคที่คล้ายกัน โดยใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยาที่มีความไวและความจำเพาะสูง (RT- PCR) สามารถทราบผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง โดยใช้ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ซึ่งมีระบบการไหลเวียนที่ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้ออันตรายแพร่กระจายออกมาสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก บุคลากรผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยทางชีวภาพ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยต่อผู้เกี่ยวข้องแน่นอน รวมทั้งเตรียมน้ำยาที่จำเพาะที่เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย สำหรับตรวจสารพันธุกรรมไวรัสก่อโรคไข้เลือดออกรุนแรง มาร์บวร์ก รวมทั้งอีโบลา ไข้ลาสซา ไว้เรียบร้อยแล้วนพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า กรณีพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กในสถานพยาบาล ให้เจ้าหน้าที่ประสานกองระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันและควบคุมโรค หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อสอบสวนโรคและวางแผนประสานกรมวิทย์ ในการรับตัวอย่างส่งตรวจ ซึ่งใช้เลือดและน้ำเหลือง โดยได้ส่งคู่มือการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา และไวรัสทางเดินหายใจตะวันออกกลางทางห้องปฏิบัติการที่ลิงก์ (http://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/media2559_1.pdf) และคู่มือเครือข่ายห้องปฏิบัติการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (http://nih.dmsc.moph.go.th/data/data/covid/EIDLabNetwork.pdf) เพื่อนำไปใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงาน สำหรับประชาชนอย่าวิตกจนเกินไปเพราะการติดต่อไม่ง่ายต้องเป็นการสัมผัสใกล้ชิดอย่างมาก.