ขณะนี้มีปัญหาการเมืองที่หนักอก ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอย่างน้อยสองเรื่อง ปัญหาแรกก็คือฝ่ายรัฐบาลจะเล่นเกมการเมือง ทำให้การอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ม.152 ล้ม ด้วยการทำให้สภาล่ม เพื่อหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้านในวันที่ 15 ถึง 16 กุมภาพันธ์หรือไม่ มีบางพรรคจ้องอยู่ปัญหาที่สอง ส.ว.บางคนขู่ว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะแลนด์สไลด์ แต่รวบรวม ส.ส. กับ ส.ว.ได้ไม่ถึง 376 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา ส.ว.อาจไม่เลือก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมองด้านวุฒิภาวะ ความเป็นผู้นำและประสบการณ์นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาล ยอมรับว่ามีการติดต่อให้ล้มการอภิปรายจริง แต่ได้ชี้แจงไปว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเป็นผลหนีการตรวจสอบ และเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลที่จะทำให้การประชุมครบองค์ มิฉะนั้น ฝ่ายค้านอาจเปิดอภิปรายนอกสภาส่วนปัญหาการเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ส.ว.บางคนฟันธงว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ส่วนผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เห็นได้ชัดว่ายังยืนยันการสืบทอดอำนาจรัฐประหาร โดยวุฒิสภามีเสียงวิจารณ์จากนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกลว่าเป็นการมองข้ามหัวประชาชนเกินไปหรือไม่ คิดว่าจะใช้อำนาจจากรัฐประหาร (ซึ่งแตกแยกกันแล้ว) มากำหนดตัวผู้นำประเทศอีก โดยไม่สนใจอำนาจประชาชน เป็นความคิดที่ถอยหลังเข้าคลอง ไม่สนใจเสียงประชาชน คืนอำนาจได้แล้วส.ว.บางคนหรือบางส่วนมองว่าผู้ที่จะเหมาะสมกับผู้นำ มีเพียง ป.ผู้น้องกับ ป.ผู้พี่ แต่จะให้จัดตั้งรัฐบาลอย่างไร เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มี ส.ส.ถึง 250 หรือกึ่งหนึ่ง เพราะแลนด์สไลด์ของ พท.คว้าไปแล้วอย่างน้อย 253 เสียง รวมกับพรรคพันธมิตรอื่นๆ เช่น พรรคก้าวไกล และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ อาจถึง 100 ที่นั่งถ้า พท. กับฝ่ายค้านได้ 300 ที่นั่ง ก็จะเหลือไว้ให้พรรคพี่น้อง 2 ป. พรรคละไม่เกิน 100 ที่นั่ง รวมเป็น 200 ที่นั่ง ต้องร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับ 250 ส.ว. รวมเป็น 450 ที่นั่ง เป็นเสียงข้างมากในสองสภา แต่เป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนฯ รัฐบาลแบบนี้จะอยู่ได้กี่วัน แค่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายนายกฯก็พังแล้ว!